Begin Again: เริ่มต้นใหม่กับชายชุดดำแห่ง Coimbra, Academica Fantasia!!
0

43 posts in this topic

สวัสดีครับผม หลังจากที่หายไปซุ่มเล่นอยู่พักใหญ่ๆ เรากลับมาดูตอนต่อของเรื่องราวอุทาหรณ์การคุมทีม Academica ทีมเก่าแก่ที่ไม่ยอมโตเป็นทีมยักษ์ใหญ่ซะทีของผมกันต่อดีกว่าครับ จากครั้งที่แล้วที่ผมจบการอัพเดทไว้ที่สิ้นเดือนตุลาคมของ ปี2014 ในเกม วันนี้ผมกลับมาพร้อมกับเวลาที่หมุนไปจนถึง.....


 


....จบฤดูกาล เป็นที่เรียบร้อย


 


มันผิดไปจากเดิมที่ผมอยากจะมาอัพเดทชีวิตโค้ชของผมทุกๆ 1-2 เดือนในเกมมั่กๆ มันเกิดอะไรขึ้น เรามาค่อยๆ ไล่ดูจากผลการแข่งขันไปด้วยกันนะครับ


 


November 2014


 


2014_nov-dec_results.png


 


เปิดเดือนมาด้วยงานหนัก เปิดบ้านพบกับทีมจอมปั้นประจำลีกอย่าง Sporting Lisbon เกมเป็นไปอย่างสนุกสูสีมากครับ ทั้งสองทีมมีโอกาสทำประตูกันเยอะทั้งคู่ ทีมผมมีโอกาสยิงเยอะกว่าด้วย ที่13 ครั้ง เข้ากรอบถึง 7 ครั้ง ในขณะที่ Sporting มีโอกาสยิง 7 ครั้งเท่านั้น แต่ก็เป็นจังหวะแบบโล่งๆ (Clear Cut Chance) ถึง 3 ครั้งด้วยกัน


 


พูดถึง Clear Cut Chance ในนัดนี้บอกได้เลยว่าเกมรุกผมทำงานกันได้ดีมากๆ มีจังหวะแบบนี้ถึง 4 ครั้ง โดยสามครั้งเป็น โดยเป็นจังหวะหลุดเดี่ยวไปดวลตัวต่อตัวกับ Rui Patricio ประตูของเจ้าบ้านเลย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ พ่อยอดขมองอิ่มกองหน้าดาวซัลโวประจำทีมอย่าง Rafael Lopes วันนี้ไม่รู้ไปกินอะไรผิดสำแดงมาครับ บอลจ่ายทะลุแผงหลัง พี่แกจับห่างตัวไปห้าเมตร แล้วแต่งอีกหนึ่งจังหวะก่อนจะไม่เหลือมุม ซัดไปตรงตัวประตูถึงสามครั้ง จริงๆ ควรมีอย่างน้อยๆ 1 ประตูจากแกนะราฟาเอล!!


 


อีกจังหวะที่น่าได้สุดๆ คือจังหวะนี้ครับ เมื่อ Leandro Canhoto หรือ 'ยาย่า ตูเร่ แห่ง Academica' ได้บอลเข้าไปดวลเดี่ยวกับนายประตู Sporting ตามภาพ


 


canhoto_chance.png


 


แต่น้องยาย่าก็ยิงไปติดเซฟของ Rui Patricio มันซะอย่างนั้น โธ่!!


แล้วหลังจากนั้น Sporting ก็มาได้ประตูชัยในนาทีที่ 69 จากการต่อบอลขึ้นเกมมาทางริมเส้น จบด้วยลูกโหม่งของกองหน้าตัวเก่ง Islam Simani เฉือนเอาชนะ Academica ไป 1-0 ทำให้ทีมผมแพ้ในฟุตบอลลีกติดกันเป็นนัดที่ 5 เข้าให้แล้ว


 


นัดต่อมาเป็นอีกเกมหนักครับ เมื่อ Academica ต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ Inter Milan ที่กะจะมาถล่มให้แหลก เพื่อการันตีตำแหน่งแชมป์กลุ่มไปแบบหล่อๆ เต็มที่ ซึ่งรูปเกมก็เป็นตามที่ว่าครับ อินเตอร์ปูพรมบุกถล่มทุกทิศทุกทาง จบเกมไปด้วยโอกาสยิงประตูถึง 22 ครั้ง (ทีมผมได้ยิงแค่ครั้งเดียว ไม่เข้ากรอบอีกตะหาก) แต่ว่าจากแผนภาพข้างล่าง ครึ่งหนึ่งเกิดขึ้นนอกเขตโทษ ส่วนโอกาสในกรอบเขตโทษ 11 ครั้ง เป็นการยิงตรงกรอบเพียง 2 ครั้งเท่านั้นเองครับ โดยเป็นจังหวะที่เกมบอกว่าเป็น Scoring Chance หรือจังหวะลุ้นประตูแค่ 2 ครั้งเท่านั้นเอง จาก Lucas Pratto กองหน้าชาวอิตาเลียน และลูกยิงไกลยี่สิบกว่าหลาจาก Hernanes มิดฟิลด์ขาวบราซิล ซึ่งก็ถูก Ricardo นายประตูมือหนึ่งของผมเซฟไว้ได้ง่ายๆ ไม่มีปัญหาอะไร


inter_shots.png


 


 


และนั่นก็ทำให้ Academica ของผมเอาตัวรอดจากความขายหน้าคาบ้านตัวเองมาได้ด้วยสกอร์ 0-0 แบบที่เรียกว่าต้องมอบเครดิตให้เกมรับไปเต็มๆ เลย


 


จากฟอร์มการเล่นที่ไม่ขี้เหร่ในแมตช์หินสองแมตช์ที่ผ่านมา ทำให้ทุกคนในทีมตอนนี้ มองไปถึง 'จุดเปลี่ยน' ครับ ทีมผมพกความฮึกเหิมเต็มที่บุกไปเยือน Pacos Ferreira ในฟุตบอลถ้วย Taca de Portugal รอบ 4 แต่ก็พ่ายไปแบบหมดสภาพนิสิต 4-1 หยุดความหวังในการป้องกันแชมป์เอาไว้เท่านี้


 


จากนั้นหลังได้พักกันเต็มๆ 2 สัปดาห์จากโปรแกรมเตะของทีมชาติ ผมพาทีมบุกไปเยือนถิ่น Estadio Municipal de Aveiro ของทีมน้องใหม่ Beira-Mar นัดนี้ผมหมายมั่นปั้นมือมากๆ ครับ ที่จะเก็บชัยชนะเพื่อหยุดสถิติแพ้รวด และเป็น 'จุดเปลี่ยน' ให้ทีมได้เก็บชัยชนะต่อเนื่อง ทำอันดับไปอยู่หัวตารางกับเค้าซะที


 


เกมดำเนินไปอย่างอึดอัดครับ เป็นทีมผมที่ครองบอลถึง 61% แต่ก็หาโอกาสเจาะเข้าไปทำประตูได้ยากเย็นเหลือเกิน กลายเป็น Beira-Mar ที่มีจังหวะสวนกลับมาลุ้นประตูได้หลายครั้ง แต่ในที่สุดทีมผมก็มาได้ประตูชัยในนาทีที่ 52 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ Lucas Patinho เก็บชัยชนะที่รอคอยมานานได้กับเค้าซะที ถึงจะไม่สวยงามอย่างที่คิด แต่ในที่สุดทีมก็หยุดสถิติแพ้รวดห้านัดในลึกจนได้


 


แน่นอนว่าเมื่อแข่งชนะ ความมั่นใจในทีมก็ดีขึ้นครับ นัดต่อมาหลังจากได้พักกันมา 3 วัน Academica ต้องออกไปเยือน Botev (Plovdiv) ที่ประเทศบัลแกเรีย โดยต้องการ 3 คะแนนเพื่อการันตีการเข้ารอบน็อคเอาท์ และเอาชนะไปได้ 3-0 จากฝีเท้าของ Rafik Haliche, Ze Carlos แล้วก็ Fernando Alexandre ที่เป็นนักเตะในแนวรับล้วนๆ การันตีการเข้ารอบสำเร็จ พร้อมพกความมั่นใจแบบไม่ต้องอมคลอเร็ตกลับมาเล่นเกมลีก กับ Nacional da Madeira หลังได้พักเพียง 2วัน


แล้วนั่นก็เป็นข้อพิสูจน์เป็นอย่างดีว่า ถ้าทีมของคุณมี Depth หรือขนาดทีมที่ไม่ใหญ่พอ การไปเล่นเกมยุโรปก็อาจจะเป็นดาบสองคมกลับมาทำร้ายทีมเราก็เป็นได้ โดยนัดนี้ก็เป็น Nacional da Madeira ที่เป็นฝ่ายชนะไปได้ 2-1 จบเดือนพฤศจิกายนลงแบบพระเอกตกม้าตายตอนจบนิดหน่อย โดยโรคร้ายของทีมเล็กไปยุโรป 'Continental Hangover' ครับผม


  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

December 2014


Academica เริ่มต้นเดือนธันวาคมได้อย่างสวยงาม ด้วยการทุบ Olhanense ผู้มาเยือนไปแบบชิลล์ 2-0 จากประตูของ Vasco Silva เจ้าหนู Wonderkid เด็กท้องถิ่นประจำทีม นับเป็นประตูแรกที่เขาทำได้ในเกมเป็นทางการกับสโมสรด้วย อีกประตูได้จาก Wonderkid อีกคน คือ Noel Soumah เซนเตอร์ดาวรุ่งพุ่งแรงสุดๆ ของทีมครับ นัดนี้เรียกว่าทีมผมเล่นกันได้ดีเลยกับแผนไร้กองหน้า สร้างโอกาสทำประตูและครองบอลเหนือกว่าคู่แข่งตลอดเกม


 


แต่หลังจากนั้นเรียกได้ว่า กากล้วนๆ ไม่มีเนื้อเจือปนครับ เมื่อทีมทำได้แค่เสมอกับ Pacos Ferreira (ที่เพิ่งทำแสบเขี่ยทีมผมตกรอบ Taca de Portugal ไปเมื่อเดือนที่แล้ว) 1-1 ตามด้วยซีรี่ส์แพ้ติดกัน 3นัดรวด ทำแฮตทริกกันไปเลย ด้วยการแพ้ให้กับ BATE Borisov ในนัดสุดท้ายของ Europa League รอบแบ่งกลุ่ม 0-2 ส่วนหนึ่งเพราะทีมเข้ารอบไปแล้วผมเลยจัดตัวสำรองลงแบบเต็มสูบครับ


 


แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้นักเตะตัวจริงที่ได้พักมาเก็บชัยชนะได้ เพราะโปรแกรมต่อมาที่รออยู่คือการบุกรังเหยี่ยว Estadio da Luz ของ Benfica ซึ่งก็โดนถล่มไปแบบไม่ไว้หน้ากันเลยถึง 1-4 ตามด้วยการออกไปเยือน Rio Ave และก็แพ้ไป 1-2


ปิดท้ายเดือนนี้ด้วยเกมฟุตบอลถ้วย Taca da Liga ในรอบที่ 3 ซึ่งจะแข่งกันแบบแบ่งกลุ่ม โดย Academica ของผมถูกจับมาอยู่กลุ่มเดียวกับคู่แค้นอย่าง Braga, ทีมที่เจอกันบ่อยยังกะสนามอยู่ติดกันอย่าง Beira-Mar, และ Vitoria Setubal ทีมขาประจำกลางตาราง งานหินน่าจะเป็น Braga นี่ล่ะครับ ที่เจอกันทีไรเตะกันไฟแล่บทุกที


 


โดยนัดแรกของรอบนี้ก็เป็นทีมผมที่ได้โอกาสเป็น Estadio Cidade de Coimbra รับการมาเยือนของ Beira-Mar เกมก็ยังคงสูสีเหมือนเดิม (ทีมผมนี่เล่นกับทีมเล็กกว่าหรือใหญ่กว่าก็สูสีหมด ฮ่าๆๆ) Beira-Mar ทำแฟนๆ ในสนามช็อคด้วยการออกนำก่อนตั้งแต่นาทีที่ 5 จาก Lucas Patinho คนที่ทำเข้าประตูตัวเองตอนแข่งกับทีมผมนัดที่แล้วนั่นล่ะครับ วันนี้กลับมาอย่างยิ่งใหญ่เลย


 


จากนั้น Academica ตามตีเสมอได้จาก Leandro Canhoto ที่ยิงลูกโทษไม่พลาด จบเกมแรกของรอบนี้ และเกมสุดท้ายของปี 2014 ไปด้วยสกอร์ 1-1 ครับ


 


January 2015


 


2015_jan_results.png


 


ขึ้นปีใหม่เป็นช่วงพักเบรกหน้าหนาวของฟุตบอลลีกทั่วยุโรปครับ นั่นทำให้เกมลีกของโปรตุเกสเองก็หยุดเตะไปกับเค้าเหมือนกันเป็นเวลา 2สัปดาห์ แต่จากที่แอบเห็นว่านักเตะในทีมผมเองก็ไม่ได้ลากลับบ้านกันไปไหน ผมเลยถือโอกาสจัดโปรแกรมอุ่นเครื่องเบาๆ ให้สักนัด เพื่อให้แข้งกำลังสำรองได้ลงมาเคาะสนิมกันบ้าง ซึ่งก็ไม่ใช่คนอื่นคนใกล Academica/SF ทีมฟุตบอลสมัครเล่นประจำมหาวิทยาลัยแห่ง Coimbra นั่นเอง ซึ่งจะถือว่านี่เป็นทีมบรรพบุรุษของทีม Academica ที่ผมคุมอยู่ก็ว่าได้ครับ 


ซึ่งทีมผมก็ไม่เกรงใจทีมบรรพบุรุษ กดไปเบาๆ 4-0 จากบรรดากำลังเสริมของทีม


 


หลังจากนั้น 1 สัปดาห์เมื่อเบรกหน้าหนาวจบลง โปรแกรมอย่างเป็นทางการนัดแรกของปี 2015 คือการออกไปเยือน Vitoria Setubal ในเกมฟุตบอลลีกครับ Academica ของผมปีนี้ฟอร์มแกว่งเหลือเกิน แพ้ไป 1-2 สถิติต่างๆ ในเกมสูสีกันมากๆ แต่เป็นฝั่งตรงข้ามที่คมกว่า เก็บชัยชนะไป จากนั้นก็เปิดบ้านยันเสมอ Braga ในบอลถ้วย Taca da Liga แบบไร้สกอร์ 0-0 และยังไม่ฟื้นในเกมลีก เมื่อเปิดบ้านแพ้(อีกแล้ว) Estoril ไป 1-3 แบบยิงนกตกปลากันเองซะเยอะ


 


และอย่างที่ในหนังจีนกำลังภายในขอบว่าไว้ครับ "ล้างแค้นสิบปีก็ยังไม่สาย" ผมมีโอกาสได้แก้มือกับ Vitoria Setubal อีกครั้งในนัดสุดท้ายของฟุตบอลถ้วย Taca da Liga ซึ่งเกมดำเนินไปอย่างสนุกสูสี และเป็น Academica ที่ออกนำก่อนสบายๆ ถึง 3-0 จาก Tutinha และสองจุดโทษของ Sana ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลา 30 นาทีแรกของเกมเท่านั้นครับ


Setubal ตามมายิงประตูตีตื้นเป็น 3-1 ได้ในนาทีที่ 74 จาก Marcio Abreu จบเกมทีมผมมี 5แต้มจากสามนัด เท่ากับ Braga โดยที่ประตูได้-เสีย เท่ากันเด๊ะที่ +2 ประตูจากการยิงได้ 4 และเสีย 2 ประตูเหมือนกัน แถมผลงานเฮดทูเฮด ก็เสมอกัน 0-0 แต่เป็นทีมผมที่ได้อันดับ 2 ของกลุ่ม ตกรอบแบ่งกลุ่มไปแบบงงๆ ว่าสรุปพี่ใช้วิธีไหนเลือกแชมป์กลุ่มวะ? (สงสัยคงใช้จับฉลากเอาแหงๆ)


 


tacaliga_table.png


 


 


Winter Transfer Market


จากเดิมตอนต้นฤดูกาล ผมก็มั่นใจพอสมควรครับ ว่านักเตะที่ซื้อ-ยืม มาช่วงตลาดนักเตะรอบแรก น่าจะเพียงพอสำหรับการสู้ศึกตลอดฤดูกาล แต่ก็นั่นแหละครับ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ อย่างการที่อยู่ดีๆ ผมก็ดันไปประทับใจน้า Cauahtemoc Blanco เข้าให้ จนเซ็นสัญญามาซะอย่างงั้น แต่ผมก็ไม่คิดว่าตลาดนักเตะรอบนี้จะมีนักเตะเข้าทีมมาเพียบแบบนี้


 


2015_jan_transfer_in.png


 


สองคนแรก เป็นนักเตะที่ผมเซ็นสัญญาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนเปิดตลาด แต่เพิ่งจะมาร่วมทีม ดังนั้นผมจะข้ามไป ผมเริ่มรู้สึกว่าผู้เล่นในแดนกลางผมมันชักจะยวบๆ แบบแปลกๆ ครับ แถมยังขาดนักเตะหนุ่มๆ ที่จะมาอยู่กับทีมเป็นการถาวรไปนานๆ ด้วย เจ้า Sana (22) สักวันคงเรียกค่าเหนื่อยระดับที่ผมจ่ายไม่ไหว แล้วก็จำใจต้องปล่อยออกไป, Makelele (30) ก็เรียกตังค์เกินกำลังผมเช่นกันในสัญญาฉบับใหม่ ผมจึงตัดสินใจว่าจบฤดูกาลนี้คงต้องลากันซะที, ส่วนที่เหลือก็อายุกำลังเข้าสู่หลัก 30 ทั้ง Fernando Alexandre (29) และ Nuno Piloto (33) ผมเลยคิดว่าควรจะหานักเตะวัยรุ่นมาปั้นสักคนสองคนครับ และนั่นคือสาเหตุที่ผมเซ็นสัญญากับ Solomon Ikechukwu กองกลางวัย 18 จาก Nasarawa United ประเทศไนจีเรียครับ (เห็นชื่อทีมตอนแรกนึกว่ามาจากญี่ปุ่น ฮ่าๆ) ผมชอบในความสารพัดประโยชน์ เล่นได้ทั้งกองกลาง และกองหลัง ทั้งเซ็นเตอร์และแบคขวา จากการประเมินค่าพลัง ให้เล่นเซนเตอร์คงยากหน่อย เพราะเจ้าอิเกจุ๊กกรู้(ชื่อเรียกย๊ากยาก) นี่สูงแค่ 170cm เท่านั้นครับ ไอ้จะให้เล่นมิดฟิลด์ริมเส้น ก็วิ่งไม่เร็วมากอีก ดังนั้นตำแหน่งที่เหมาะทีสุดของเจ้าหนูนี่น่าจะเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ หรือเล่นแบ็คขวาในยามจำเป็นครับ


 


นั่นเป็นการเสริมทีมในระยะยาว ส่วนระยะสั้น ผมก็ Search นักเตะในหน้า Player Search ไปเรื่อยๆ จนเจอเข้ากับเจ้าหนูคนนี้ครับ


Cristian Alvarez เป็นมิดฟิลด์ดาวรุ่งที่ผมยืมมาจากจาก Boca Juniors ที่พลังเหมาะทีเดียวสำหรับการเล่นเป็น Deep-Lying Playmaker เพราะแกเล่นได้ดีทั้งรุกและรับ แถมยังหาตำแหน่งและจ่ายบอลได้ดี น่าจะช่วยเวลาทีมถูก Pressing ได้มากครับ


แต่ท่าทางว่า บอร์ดบริหารเองจะยังรู้สึกไม่ค่อยพอใจ ผมเลยได้ Cameron McGeehan มิดฟิลด์ตัวรับสัญชาติไอร์แลนด์เหนือจาก Norwich มาเพิ่มอีกคนด้วยสัญญายืมตัวเช่นกันครับ ค่าพลังคล้ายๆ กับ Alvarez เลย ผมเองก็คิดว่าเออ มีนักเตะดีๆ เพิ่มอีกคนคงไม่เสียหายอะไร ก็เลยตามใจ Director of Football ยืมมาด้วยครับ


 


นอกจากนี้ก็ไปยืม Rodrigo Castro ปีกขวาแบบปีกแท้ๆ ริมเส้นมาจาก Bordeaux แล้วก็ Jose Miguel Medina กองหน้าเม็กซิกันมาเพิ่มความคมในแดนหน้า


 


เป็นอันจบธุรกิจในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้ครับผม ได้นักเตะใหม่มา 7 คนด้วยกันครับ


Share this post


Link to post
Share on other sites

February 2015


 


2015_feb_results.png


 


ผมประเดิมเดือนกุมภาพันธ์ด้วยความพ่ายแพ้แบบพลิกล็อคต่อทีมบ๊วย Portimonense 0-1 ตามด้วยเปิดบ้านเสมอคู่ปรับตลอดกาล (อันนี้ผมคิดเองเออเองคนเดียวนะ ฮ่าๆ) Braga ไป 1-1 แบบสุดดราม่า เพราะ Braga ที่เปิดเกมรุกใส่ผมตลอดเกม มาได้ประตูนำ 1-0 ในนาทีที่ 82 จาก Yazalde แต่ทีมผมก็มาตามตีเสมอได้ในนาทีที่ 87 จากซุปเปอร์ซับ เจ้าหนู Vasco Silva


 


สองนัดต่อมาในเกมลีก จะเรียกว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของปีนี้ก็ได้ครับ เพราะเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ที่ Academica สามารถเอาชนะในลีกได้เกินสองนัดติดต่อกัน โดยเป็นการหักด่าน Maritimo ซึ่งคุมโดย Luis Enrique โค้ชคนดังไปขาดลอย 6-1 ตามด้วยชนะ FC Porto แชมป์จากเมื่อฤดูกาลก่อนไป 1-0 ด้วยการฉวยโอกาสจากความผิดพลาดในแนวรับของคู่แข่งเข้าไปยิงโดย Cuauhtemoc Blanco กองหน้ามากประสบการณ์ นับเป็นครั้งแรกที่ผมสามารถคุมทีมเอาชนะ FC Porto ได้อีกด้วยครับ


 


ส่วนในถ้วย Europa League ผมถูกจับฉลากมาเจอกับ Montpellier จากฝรั่งเศส แล้วก็แพ้ไปด้วยผลรวมประตู 5-1 ครับ


 


 


March 2015 - End of Season


 


2015_final_results.png


 


สำหรับผลงานในช่วงสุดท้ายของฤดูกาลของ Academica ต้นสังกัดของผม ที่หมดหวังในทุกถ้วยที่ลงแข่งไปแล้วเรียบร้อย เป้าหมายก็คือ ประคองตัวให้จบฤดูกาลแบบช้ำน้อยที่สุด ซึ่งผมก็ถือว่ายังทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานอยู่ดีครับ แม้จะคืนความสุขให้แฟนๆ ได้บ้างด้วยการบุกไปถล่ม Vitoria Guimares ทีมคู่ปรับ 3-1 หรือเปิดบ้านยิงกระจายกับ Beira-Mar 5-2 ที่เหลือถือว่าแย่จริงๆ ครับ เช่นนัดเปิดบ้านรับ Gil Vicente หรือนัดปิดฤดูกาลพบ Rio Ave ที่ได้พับสนามบุกเน้นๆ สร้างโอกาสได้เยอะ แต่ก็ปล่อยชัยชนะหลุดมือไป นัดเปิดบ้านรับแชมเปี้ยนอย่าง Benfica ก็เป็นทีมผมที่สร้างโอกาสแบบ Clear Cut Chance ได้ถึง 4 ครั้ง แต่ก็จบไม่ลงอีก เสมอไป 0-0 แบบน่าเขกกะโหลก ไม่นับรวมฟอร์มสุดบู่ในการเปิดบ้านแพ้ Nacional da Madeira ที่ผมและลูกทีมก็อยากจะลืมไปให้เร็วที่สุด จบฤดูกาลเป็นอันดับที่ 11 จมดิ่งอยู่ครึ่งล่างของตารางไปแบบสุดเซ็งด้วยผลงานชนะ 10 เสมอ 7 แพ้ 13นัดครับ


 


2014-15_final_table.png


 


โดยถ้วยแชมป์ในปีนี้ เปลี่ยนมือไปอยู่กับ Benfica และมี Sporting Lisbon ที่โชว์ผลงานดีเกินความคาดหมาย แซงหน้า FC Porto คว้าตำแหน่งรองแชมป์ไปครอง


ตำแหน่งทีมฟอร์มแรงในปีนี้ตกเป็นของ Nacional da Madeira ที่ทะลุขึ้นมาถึงอันดับที่ 4 ปาดหน้า Braga เจ้าของโควต้าให้จบที่อันดับ 5 เป็นปีที่สองติดต่อกัน


ในโซนท้ายตาราง เป็น Portimonense และ Beira-Mar สองทีมน้องใหม่ที่ตกชั้นไปแบบไม่มีอะไรผิดคาด และในฤดูกาลหน้า ก็จะมี Belenenses ที่ตกชั้นไปเมื่อปีที่แล้ว และ Feirense เลื่อนชั้นขึ้นมาครับ


 


มาที่ฟุตบอลถ้วย ก็เป็นการแบ่งเค้กกันของบิ๊กทูเค้าล่ะครับ โดยในรอบชิงชนะเลิศ เป็นการพบกันของ FC Porto กับ Benfica โดยถ้วย Taca da Ligaเป็น ฺBenfica คว้าแชมป์ไปหลังเฉือนเอาชนะ Benfica ไป 1-0 ด้วยประตูของ Nicolas Gaitan, แต่ในบอลถ้วย Taca da Portugal ที่คู่ชิงก็ยังคงเป็นหน้าเดิม ทว่าผู้ชนะนัดนี้กลับเป็น FC Port0 ที่นิ่งและแม่นกว่าในการดวลลูกโทษ เอาชนะไป 4-2 ครับ


 


ส่วนในถ้วยยุโรป แชมป์ Europa League ตกเป็นของ Chelsea ที่เอาชนะ Tottenham ไป 3-0 จาก Samuel Eto'o 2 ลูก และ David Luiz 1 ลูกครับ


 


ทางด้าน UEFA Champions League ปีนี้กลายเป็น All French Final ระหว่าง Paris Saint Germain กับ AS Monaco และก็เป็น Monaco ที่เฉือนชนะไป 1-0 จากประตูชัยของ Christian Benteke คว้าแชมป์ยุโรปถ้วยใหญ่เป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร และนับเป็นเทรบเบิ้ลแชมป์ของทีมอีกด้วย เพราะลูกทีมชุดนี้ของเคลาดิโอ รานิเอรี่ คว้ามาแล้วทั้งแชมป์ Ligue 1 และ Coupe de la Ligue จบฤดูกาล2014-15 ไปแบบยิ่งใหญ่สุดๆ ครับ


 


 


The European Football Review


 


ส่วนในลึกใหญ่ๆ ของยุโรป มีผลการแข่งที่น่าสนใจตามนี้ครับ


 


ที่อังกฤษ Arsenal ในที่สุดก็หยุดการรอคอยแชมป์พรีเมียร์ลีกไว้ที่ 11 ปี เมื่อปีนี้ลูกทีมของอาร์แซน เวงเกอร์ เข้าป้ายเป็นอันดับ 1 เฉือนอันดับสองอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเพียง 3 แต้ม โดยมีเชลซี และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดตามมาในอันดับ 3 และ 4 ด้วยคะแนนที่เท่ากัน แต่เชลซีมีลูกได้เสียดีกว่า แมนฯ ยูฯ เพียงประตูเดียวเท่านั้น ส่วนอันดับ 5, 6, 7 ก็เป็นของลิเวอร์พูล, สเปอร์ส, และเอฟเวอร์ตัน ตามลำดับ เรียกว่า 7 ทีมนี้คงชิงความยิ่งใหญ่กันไปอีกหลายปีครับ ที่เซอร์ไพรส์ทีสุดเลยก็คือ เดวิด มอยส์ ยังคงไม่เสียตำแหน่งในทีม แมนฯ ยูฯ ไป โดยทำผลงานในสองปีที่ผ่านมาได้อันดับ 3 และ 4 ตามลำดับครับ


 


หลังจบฤดูกาลนี้มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้จัดการทีมที่น่าสนใจมากครับ เมื่ออาร์แซน เวงเกอร์ ประกาศอำลาตำแหน่ง และเกษียณตัวเองออกจากวงการฟุตบอลทันทีที่จบฤดูกาลครับ เรียกว่าล้างมือในอ่างทองคำเลยทีเดียว โดยคนที่มาแทนก็เป็นปรมาจารย์มาร์เซโล บิเอลซ่า "ศาสตราจารย์ผู้บ้าคลั่ง" ที่มีลูกศิษย์ลูกหามามามายในวงการลูกหนังครับ โดยย้ายมาจาก Schalke 04 (บิเอลซ่านี่ถือว่าเป็นจอมเสียบประจำเกม FM 2014 เลยทีเดียว ทีมใหญ่ๆ ปลดโค้ชทีไรแกไปเสียบแทนตลอด เซฟก่อนแกไปคุม แมนฯ ยูฯ แทนเดวิด มอยส์ด้วย) เช่นเดียวกับ ไรอั้น กิ๊กส์ ที่ก็ประกาศอำลาสนามเช่นกัน มาจับงานโค้ชเต็มตัวที่แมนฯ ยูไนเต็ดครับ


 


ข้ามฝั่งมาบนแผ่นดินทวีปยุโรปกันบ้าง ถือเป็นปีที่ประสบความสำเร็จอีกปีของเคราร์โด มาร์ติโน และพลพรรคบาร์เซโลน่า เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์ลา ลีกาได้อีกครั้งเป็นสมัยที่ 3 ติดต่อกัน แถมยังคว้าถ้วย Copa del Rey เป็น Double Champ อีกต่างหาก ลิโอเนล เมสซี่ยังโชว์ฟอร์มดุเมื่อยิงไปถึง 26 ประตูจาก 35 เกมลีก คว้ารางวัล ปิชิชี่ หรือดาวซัลโวลีกสเปนไปครอง ส่วนทีมอันดับสองและสาม ก็ยังคงเป็น เรอัล มาดริดและแอตเลติโก มาดริด เช่นเคย


 


ส่วนที่ประเทศเยอรมนี ก็ยังคงเป็นแชมป์ขาประจำอย่าง บาเยิร์น มิวนิก ที่ทำแต้มทิ้งห่างรองแชมป์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แบบชิลล์ 8 คะแนน เป็นการประเดิมงานอย่างสวยหรูของบิเซนเต้ เดล บอสเก้ ที่สลับขั้วกับโจเซป กวาดิโอล่าที่ออกจากบาเยิร์นไปคุมทีมชาติสเปนแทนเมื่อช่วงก่อนเปิดฤดูกาลครับ


 


ปิดท้ายกันที่กัลโช่ เซเรีย อา ซึ่งก็แทบไม่ต้องเดากันเลยว่าแชมป์เป็นใคร ใช่แล้วครับ ยูเวนตุส ยังคงมาแรงต่อเนื่อง คว้าสคูเดตโต้เป็นปีที่ 4 ติดต่อกันเข้าให้แล้ว ตามมาด้วยโรม่า อินเตอร์ ฟิออเรนติน่า และทีมจอมเซอร์ไพรส์ประจำฤดูกาลอย่าง ซามพ์โดเรีย ส่วนทีมที่หลุดฟอร์มอย่างน่าใจหายก็ได้แก่ เอซี มิลานที่ร่วงไปอยู่ถึงอันดับ 9 จนต้องปลด อังเดร วิลลาส โบอาส ออกจากตำแหน่ง และเรียกตัวตำนานของทีมอย่าง มาร์โก ฟาน บาสเทน มากู้วิกฤตในฤดูกาลที่จะถึงนี้ครับ


Edited by ihbnroll
  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

สวัสดีครับ กลับมาพบกันอีกครั้งกับการอัพเดทผลงานชีวิตการคุมทีมในเซฟที่สองของผม ที่เริ่มต้นชีวิตการคุมทีมด้วย Academica ทีมเก่าแก่ที่ยังไม่กลายเป็นทีมใหญ่ซะทีแห่งเมือง Coimbra ประเทศโปรตุเกส สำหรับ update ครั้งนี้ก็เดินทางมาถึงครั้งสุดท้ายของฤดูกาลที่สอง หรือฤดูกาล 2014-15 แล้วครับ ผมจะมารีวิวผลงานโดยรวมๆ ของทีมอีกครั้ง และพูดถึงเป้าหมายในฤดูกาล 2015/16 ที่กำลังจะเริ่มขึ้นต่อไปครับ

 

ผลการแข่งขัน

 

ฟุตบอลลีก Liga Zon Sagres: อันดับ 11 (เป้าหมายตอนเริ่มฤดูกาล - ติดอันดับไปเล่นฟุตบอลยุโรป)

ถือเป็นปีที่น่าผิดหวังมากๆ สำหรับทุกคนในสโมสรครับ เมื่อผลงานในลึกนั้นตกไปอยู่ถึงอันดับ 11 โดยจากการลงแข่ง 30 นัด ผมพาทีมชนะเพียง 10นัด เสมอ 7 และแพ้ถึง 13นัดด้วยกัน แม้จะเปิดฤดูกาลได้ดีในช่วงเดือนแรก คือชนะติดกัน 4นัด แต่จากการต้องแบ่งสมาธิไปให้กับเกมยุโรป ก็ทำให้ผลงานของทีมย่ำแย่แบบเห็นได้ชัด ถ้าลองมานับกันเล่นๆ จากเกมยูโรป้าลีก ที่ทีมผมได้ลงสนามไป 8 นัด ผมกลับมาลงเล่นเกมในประเทศและแพ้ไปถึง 6นัด ชนะเพียง 2นัด นับเป็นเกือบครึ่งของจำนวนนัดที่แพ้ทั้งหมดเลยทีเดียว เรียกว่าโดนโรค 'Continental Hangover' เล่นงานเข้าให้เต็มๆ เลยล่ะครับ

 

อีกเรื่องที่ผมสังเกตได้จากเกมลีกในปีนี้คือ ทีมของผมเนี่ยเป็นทีมบ๊องๆ ทีมนึงครับ เจอคู่แข่งเก่งก็จะเก่งตาม เจอคู่แข่งอ่อนกว่าก็จะอ่อนตาม ผมค่อนข้างพอใจกับผลการแข่งขันนัดเจอกับบิ๊กทีมของประเทศอย่าง FC Porto หรือ Benfica นะครับ จากปีที่แล้วที่ผูกปีแพ้ตลอดๆ แพ้แบบกระจุยกระจายโดนถล่มเละสามสี่ลูก ปีนี้ผมสั่งลูกทีมให้เล่นอย่างอดทนมากขึ้น เล่นเกมรับให้มากขึ้น ผลก็คือในเลกที่สอง ลูกทีมของผมสามารถเอาชนะ FC Porto ได้เป็นครั้งแรก 1-0 และควักผลเสมอมาจากแชมเปี้ยนประจำปีอย่าง Benfica ได้ 1-1 การเล่นกับทีมใหญ่อีกสองทีมอย่าง Sporting Lisbon และ Braga ก็ทำได้ดีขึ้นมากครับ ถึงจะยังไม่ชนะ แต่เกมดูดีขึ้นเยอะเลยทีเดียว แพ้ตรงความเยือกเย็นในจังหวะสุดท้ายเท่านั้นเอง แต่ที่แน่ๆ ฤดูกาลใหม่ที่จะถึงนี้ เรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ก็คือการวางแท็คติกนี่ล่ะครับ จะปล่อยปละละเลยแบบเดิมๆ ไม่ได้แล้ว

 

ฟุตบอลถ้วย: Supertaca Candido de Oliveira - รองแชมป์ (เป้าหมาย - ถ้วยนี้ไม่เน้น เล่นเพื่อสุขภาพ)
แพ้ FC Porto 1-3 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังเสมอ 1-1 ในเวลา 90 นาที

น่าเสียดายครับ น่าเสียดาย ทั้งๆ ที่สู้ได้ดีมาตลอด 90นาที แต่ด้วยความล้า หรือความอ่อนประสบการณ์ หรืออะไรก็ตามแต่ เราแพ้ให้กับแชมป์ลีกปีก่อนอย่าง Porto ไปหวุดหวิดในช่วงต่อเวลา โดยรวมถือว่าผมพอใจกับผลการแข่งขันในถ้วยนี้พอสมควรครับ

 

ฟุตบอลถ้วย: Taca de Portugal - ตกรอบ 4 หลังแพ้ Pacos Ferreira 1-4 (เป้าหมาย - ไปให้ถึงรอบ 6)

เป็นทัวร์นาเม้นต์ที่น่าผิดหวังมากๆ ครับ โดยเฉพาะเมื่อต้องมาแพ้ตกรอบให้กับทีมที่ไม่ได้ดีกว่ามากอย่าง Pacos Ferreira ไปถึง 1-4 แบบสู้ไม่ได้เลย

 

ฟุตบอลถ้วย Taca da Liga - ตกรอบแบ่งกลุ่มรอบ 3 ด้วยการจับฉลาก (เป้าหมาย - เล่นเพื่อสุขภาพ)

ด้วยความที่เป็นแชมป์เก่า ถึงบอร์ดบริหารจะไม่เน้นผลในถ้วยนี้ แต่ผมก็อยากทำผลงานให้ดีที่สุดครับ น่าเสียดายมากๆ ที่ต้องมาตกรอบในนัดสุดท้าย ทั้งๆ ที่ทำผลงานทุกอย่างได้เท่ากับทีมที่เข้ารอบไปอย่าง Braga (แต้มเท่ากัน ประตูได้ ประตูเสียก็เท่ากัน เฮดทูเฮดก็เสมอกัน) นี่ถ้าไม่มาเสียประตูตีตื้น 3-1 ให้ Vitoria Setubal ในนาทีที่ 75 ของนัดสุดท้าย คงเป็นทีมผมที่เข้ารอบไปแล้วด้วยผลต่างประตูได้-เสีย อย่างไรก็ตาม ผมให้เกรดตัวเองในถ้วยนี้เป็น D+ ผ่านแบบคาบแส้นก็แล้วกันครับ

 

ฟุตบอลยุโรป: Europa League - ผ่านรอบแบ่งกลุ่มเป็นอันดับ 2, แล้วตกรอบน็อคเอาท์รอบแรก (เป้าหมาย - เล่นเพื่อสุขภา่พ)

นี่ถือว่าเป็นทัวร์นาเม้นต์เซฟชีวิตของผมเลยก็ว่าได้ครับ การทำผลงานเข้ารอบด้วยอันดับ 2 ของกลุ่ม โดยสามารถชนะทีมแกร่งจากยุโรปตะวันออกอย่าง Botev (Plovdiv) หรือทีมที่ผ่านประสบการณ์ระดับแชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้วอย่าง BATE Borisov ได้ถือว่าเยี่ยม และผลงานการเจอกับอินเตอร์ มิลาน ที่เจอกันสองนัด เสมอกันทั้งสองนัด มันเกินความคาดหมายมากๆ ครับ การได้ไปเล่นรอบน็อคเอาท์ถือเป็นโบนัสสำหรับทีมผมเลย แม้นัดแรกจะโดน Montpellier ถล่มที่ฝรั่งเศสไป 3-0 แต่การกลับมาเล่นในบ้านลูกทีมก็ทำได้ดีแม้จะแพ้ไป 1-2 แต่ยังไงผมก็พอใจกับผลงานในยูโรป้าลีกครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรมากๆ ครับ นี่ถ้าถ้วยนี้ผลงานก็แย่ ผมคงกระเด็นตกเก้าอี้ไปแล้วแหงๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

การซื้อ-ขาย นักเตะ


 


2014-15_transfers.png


 


นับเป็นปีที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนักในการซื้อนักเตะเข้าทีมครับ เพราะนักเตะที่มาด้วยการเซ็นสัญญาถาวรกับทีม ทำผลงานกันได้ไม่ดีเลยสักคน Tutinha ก็ไม่สามารถหาตำแหน่งตัวจริงได้, Eugene Yeliseev ก็ทำผลงานได้ตำกว่าความคาดหวัง จนผมต้องไปยืม Ronaldo Conceicao มาใช้งานในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็คแทน ส่วน Kalifa Traore กับ Mitchell de Jong นั้น ถึงจะไม่สามารถเบียดขึ้นมามีตำแหน่งในทีมชุดใหญ่ได้ แต่ก็ทำผลงานได้ดี และมีพัฒนาการที่ดีในการไปเล่นแบบยืมตัว เจ้า Traore น่าจะมีตำแหน่งในทีมแน่ๆ ในปีหน้า ส่วน de Jong นั้นผมอยากให้เขาไปหาประสบการณ์อีกสักปีนึงครับ


 


ส่วนตัวความหวังที่ผมรอคอยการมาของเค้าเป็นเวลาครึ่งปี Brian Sarmiento ก็ประสบปัญหาความฟิตและอาการบาดเจ็บจนโชว์ฟอร์มไม่ค่อยออกเท่าไร แต่ลีลากระชากลากเลื้อยของแกยังพอถูๆ ไถๆ ได้บ้าง แต่ปีหน้า ที่เค้ามีเวลาอยู่กับทีมแบบเต็มๆ ผมคาดหวังผลงานที่ดีกว่านี้ครับ


 


คนสุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เสือเฒ่า Cuauhtemoc Blanco ถือว่าเป็นเป็นอะไหล่ชั้นดีให้ทีมเลยครับ ถึงความเร็วและสภาพร่างกายแกจะไม่เหลือแล้ว แต่เทคนิกและมันสมองยังอยู่ 1 ประตูสุดล้ำค่าในนัดชนะแชมป์เก่าอย่าง FC Porto และ 8 Key Pass จากการลงสนามเพียง 7 นัด ถือว่าคุ้มค่ามากๆ ครับ โดยตอนนี้เจ้าตัวได้ประกาศว่าจะเลิกเล่นหลังจบฤดูกาล 2015/16 แล้วเรียบร้อย แน่นอนว่าผมเตรียมตำแหน่งสต๊าฟโค้ชในทีมไว้รอเค้าแล้วครับ


 


ส่วนที่ดีของตลาดซื้อขายนักเตะปีนี้คือนักเตะที่ยืมมาครับ ทำผลงานได้ดีทุกคนเลย ทั้ง Ruben Lima กับ Ronaldo Conceicao ที่เป็นตัวหลักในแนวรับตลอดทั้งฤดูกาล ประตูมือสองอย่าง Igor Stefanovic ก็ไว้ใจได้ทีเดียว และ Leandro Canhoto ก็ทำผลงานได้ดีในแดนกลาง คืออยากได้ตัวมาร่วมทีมแบบถาวรทั้งแก๊งเลย แต่ไม่มีปัญญาจ่ายค่าจ้าง ฮ่าๆๆ ส่วนคนอื่นๆ ที่ยืมเข้ามาช่วงตลาดหน้าหนาว ก็ทำผลงานได้คุ้มทุกคนครับ


 


 


New Gen Players


 


มาทีนักเตะเยาวชนหน้าใหม่จากอคาเดมี่กันบ้างครับ ปีนี้ก็ถือว่าทีมสต๊าฟทำผลงานได้ดีเลยในการนำดาวรุ่งเข้ามาสู่ทีม ที่เด่นๆ เลยก็คือ Francisco Cruz ในตำแหน่งผู้รักษาประตู, Jose GomesAlejandro Rivero, แล้วก็ Eulanio Angelo Chieira ในตำแหน่งมิดฟิลด์ครับ


 


สี่คนนี้ผมมองแล้วคงยังไม่สามารถขึ้นมาในทีมชุดใหญ่ได้ทันทีแบบเจ้า Vasco Silva ในปีที่ผ่านมา แต่ในรายของ Alejandro Rivero เนี่ย ผมก็อยากลองปล่อยลงสนามในเกมฟุตบอลถ้วยดูเหมือนกันนะครับ อาจจะเป็นตัวสำรองอะไรแบบนี้ไปก่อนครับ พอไปรวมกับเด็กเกิดใหม่เมื่อปีที่แล้ว ผมว่าทีมเยาวชนของผมค่อนข้างดีพอสมควรเลย


 


แต่ว่าเรื่องที่น่ากังวลเรื่องหนึ่งก็คือ การวางมือจากตำแหน่งของ Head of Youth Development มากประสบการณ์ คุณตา Aurelio Pascuttini จะส่งผลกระทบกับนักเตะหน้าใหม่ที่จะเข้าสู่ทีมในปีนี้หรือเปล่า เพราะคนที่ผมเซ็นสัญญามาแทนก็เป็นมือใหม่ เริ่มงานแรกที่ทีมผมนี่ล่ะครับ เขาคือคุณพี่ Vincent Bernardet นักเตะชาวฝรั่งเศสที่เพิ่งเลิกเล่นมาหมาดๆ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมานี่เอง


 


 


Player Form


 


rafael_lopes_pic1.jpg


 


สำหรับปีที่ผ่านมา ถึงจะเป็นปีที่ย่ำแย่ แต่ก็มีเรื่องดีๆ อยู่บ้างครับ เรื่องแรกก็คือ กองหน้าตัวเก่งของทีม Rafael Lopes ยิงประตูเป็นแล้ว!! จากผลงานสุดสากเมื่อปีก่อนที่ยิงไปแค่ 3 ลูกจากการลงสนาม 18 นัด ปีนี้ Lopes สถาปนาตัวเองเป็นผู้ผลิตสกอร์หลักของทีม กดไป 11ประตูในลีก และอีก 3ประตูในฟุตบอลยุโรป แต่ฟอร์มยังไม่สม่ำเสมอเท่าไร ยิงสองนัดติด แล้วก็หายไปไม่ยิงเลยสามนัด อะไรยังงี้ แต่ด้วยสัญญาฉบับใหม่ที่ผมมอบความไว้วางใจให้เขาอยู่กับทีมถึงปี 2018 พร้อมค่าเหนื่อยที่เพิ่มขึ้นจากเดิมถึงสามเท่า ผมคาดหวังให้ Rafael ยิงประตูให้ได้สม่ำเสมอกว่านี้ในฤดูกาลหน้าครับ


 


magique_pic.jpg


 


Magique เป็นอีกคนที่ยังโชว์ฟอร์มดีต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ถึงจำนวนประตูและแอสซิสต์จะลดลงจากปีที่แล้ว แต่ก็ยังถือว่าเป็นอันดับต้นๆ ของทีมอยู่ดีครับ โดยปีนี้เจ้าแม็กกดไป 8 ประตูและ 9 แอสซิสต์ ยิงได้เยอะเป็นอันดับสองของทีม และแอสซิสต์มากที่สุดครับ นอกจากนี้ยังเป็นผู้เล่นที่ทำสถิติเลี้ยงบอลผ่านฝ่ายตรงข้ามมากที่สุดในทีมถึง 73 ครั้งด้วยกัน แนวรุกด้านกราบซ้ายของสนามยังเป็นพื้นที่ของ Magique ไปอีกนานครับ


 


sana_pic.jpg


 


Lassana Camara หรือชื่อในเกมว่า 'Sana' ก็เป็นอีกคนครับที่เล่นได้คงเส้นคงวามากๆ ในตำแหน่งห้องเครื่องของทีม ในปีนี้ผมถอยเขาลงมาในตำแหน่งยืนที่ต่ำกว่าเดิม คือเป็น Deep-Lying Playmaker คอยคุมจังหวะการเล่นของทีม แล้วซานะจังก็ไม่ทำให้ผิดหวังครับ เขาคือผู้เล่นที่ผ่านบอลต่อเกมเฉลี่ยถึง 83ครั้ง และตัดลูกจ่ายฝั่งตรงข้ามได้ถึง 133 ครั้งตลอด 29 นัดที่ลงสนาม มากที่สุดในบรรดาผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่ง พละกำลังและความเร็วที่วิ่งไม่มีหมด เขาคือเสาหลักของทีมอย่างแท้จริงครับ


 


ส่วนผู้เล่นดาวรุ่งที่แจ้งเกิดได้จริงๆ จังๆ เลยปีนี้ ก็คงต้องยกให้คนนี้ครับ ลูกรักของขุ่นพ่อ Vasco Silva ที่ได้รับโอกาสลงสนามเยอะกว่าที่ผมตั้งใจไว้พอสมควร และทำผลงานได้เยี่ยมมากๆ โดยเป็นผู้เล่นที่มี Rating เฉลี่ยสูงสุดของทีมในถ้วยยูโรป้าลีก ลงสนามเป็นตัวจริง 2นัด สำรอง4 แอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตู 3 ลูก และเป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ไปถึง 2นัด!! ไม่น่าเชื่อว่านี่คือฟอร์มการเล่นของเด็กอายุ 16ปีจริงๆ ครับ


ในเกมลีก เจ้า Vasco Silva ก็มีส่วนร่วมพอสมควร ลงสนามเป็นตัวจริง 10 นัด สำรองอีก 8 ยิงไป 2ประตู เรียกว่าแจ้งเกิดเต็มๆ ครับ แถมในด้านสถิติ เขาคือผู้เล่นที่จ่ายลูกได้เสียสร้างโอกาสทำประตู (Key Pass) สำเร็จมากที่สุดของทีมที่27 ครั้งด้วยกัน พลังก็ดีขึ้นเยอะเลย พร้อมกับส่วนสูงและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เจ้านี่คือสมบัติล้ำค่าของทีมแน่ๆ ครับ


 


อีกคนที่จริงๆ ก็แจ้งเกิดไปตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ปีนี้ก็ยังโชว์ฟอร์มได้สม่ำเสมอจนต้องพูดถึงก็คือ ปราการเหล็ก Noel Soumah ครับ ปีนี้เขาคือเซนเตอร์แบ็คอันดับ 1 ของทีมไปแล้วเรียบร้อยด้วยวัยเพียง 20ปี ทำสถิติตัดลูกจ่ายมากที่สุดในทีมถึง 304ครั้ง ผ่านบอลสำเร็จ 76% อัตราการเอาชนะในการแย่งลูกทั้งภาคพื้นดินและกลางอากาศสูงสุดในบรรดาผู้เล่นตำแหน่งเดียวกันที่ 83% ครับ ที่สำคัญเลยคือเจ้านี่ขยันซ้อมมากๆ ครับ ให้ซ้อมหนักแค่ไหนไม่เคยบ่นไม่พอใจ ตอนนี้ค่าพลัง Marking ที่เคยเป็นจุดอ่อนก็เพิ่มขึ้นมาถึง 5จุด จาก 8 เป็น 13 ภายในเวลาปีกว่าๆ เท่านั้นเองครับ


Edited by ihbnroll

Share this post


Link to post
Share on other sites

สนุกมากครับ รอติดตามผลงานฤดูกาลใหม่ครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

สนุกมากครับ รอติดตามผลงานฤดูกาลใหม่ครับ

 

ขอบคุณที่ติดตามนะคร้าบ ตอนนี้ผมกำลังปั่นตอนต่อไปอยู่ อย่าลืมแวะมาทักทายกันอีกนะครับ  :008:

Share this post


Link to post
Share on other sites

2015/16: Pre-Season Review

 

สวัสดีครับ,

ในที่สุดผมก็กำลังจะเริ่มต้นฤดูกาลที่สามในฐานะผู้จัดการทีม Academica อย่างเป็นทางการซะที แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เรามาดูผลการแข่งขันในช่วง Pre-Season กันก่อนครับ

 

pre-season_fixture.png

 

ปีนี้ก็เตะอุ่นเครื่องกันกระหน่ำเช่นเคยครับ ภาคหลังๆ มานี้ผมจะจัดโปรแกรมอุ่นเครื่องเองตลอด เกมอุ่นเครื่องนี่ถือว่าสำคัญมากครับ จากการไปแอบดูการเล่นของผู้เล่นเซียนๆ เนี่ยเค้าจะใช้เกมอุ่นเครื่องเพื่อวัตถุประสงค์ 2อย่าง คือ

 

1. ปรับสภาพนักเตะให้ฟิตพร้อมสำหรับลงแข่งจริงๆ

2. เสริมความมั่นใจ ให้สภาพจิตใจเข้าใกล้ Superb ที่สุด

 

นอกจากเซียนๆ เค้าจัดตารางอุ่นเครื่องกันเอง ไม่ง้อผู้ช่วยฯ แล้ว ผมก็เห็นอีกว่าพวกเขาจะมีการปรับแผนการซ้อมในช่วง Pre-Season ให้ต่างจากช่วงฤดูกาลแข่งพอสมควรเลย มีผ่อนหนักผ่อนเบาสลับกันไปตามความถนัด แต่อย่างที่เคยเล่าว่าผมเองก็ไม่ค่อยใส่ใจรายละเอียดปลีกย่อยจ๋าๆ แบบนี้เท่าไรนัก (เพราะลืม ฮ่าๆๆ) ผมก็เลยมีการจัดโปรแกรมช่วง Pre-Season ในแบบของตัวเอง โดยที่ยึดเอาวัตถุประสงค์สองข้อข้างบนเป็นหลักครับ

 

แผนของผมก็คือ ค่อยๆ สร้างสภาพร่างกายนักเตะให้พร้อมด้วยการเจอทีมอ่อนกว่าในช่วงแรก ถัดมาจะให้เจอคู่แข่งแข็งๆ เพื่อลับฝีเท้าแบบจริงจัง ตรงนี้ถ้าแพ้ติดๆ ความมั่นใจนักเตะจะตกได้ ผมก็เลยขนาบโปรแกรมจริงจังนี่ด้วยการจัดนัดเบาๆ ให้อีกชุดหนึ่งก่อนวันเปิดฤดูกาล เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจนักเตะโดยเฉพาะครับ

 

จะเห็นได้จากโปรแกรมด้านบน 4 นัดแรกลงเคาะสนิมกับทีมอ่อนชั้นกว่าอย่าง Varzim, ทีมเยาวชน Academica U-19, Mirandese แล้วก็ Chaves ก็เป็นสี่นัดที่เต็มไปด้วยการทดลองครับ ผมลองแผนการเล่นที่กะจะใช้ในปีนี้อย่าง 4-2-3-1 หรือแม้แต่ 4-4-2 Diamond รวมทั้งแผนหลักอย่าง 4-3-3 ทั้งแบบมีกองหน้าตัวเป้าและแบบไร้กองหน้า ผ่านสี่นัดนี้มาผมก็เริ่มรู้สึกว่า 4-4-2 Diamond เนี่ยมันเซ็ตโคตรยากเลย ฮ่าๆๆ ทำยังไงก็เล่นไม่ค่อยออก ถึงนัดที่ใช้แผนนี้จะชนะก็ตาม (ชนะ Varzim 2-0 และชนะ Chaves ด้วยสกอร์เดียวกัน)

 

จากนั้นนัดต่อมาเป็นโปรแกรมโหดล้วนๆ ครับ ด้วยการออกไปเยือนทีมแกร่งกว่าอย่าง PSG รองแชมป์ UEFA Champions League เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ตามด้วยบุก เซนต์ เจมส์ พาร์ก พบ Newcastle และปิดท้ายด้วยการเจอทีมที่เบาลงมานิดนึง แต่ก็ถือเป็นคู่ต่อสู้ที่เหนือกว่าอยู่ดีอย่าง Club Brugge ทีมดังจากเบลเยี่ยม สามนัดนี้ผมถือเป็นโอกาสในการวัดความสามารถของลูกทีมเวลาเจอคู่ต่อสู้แข็งๆ นอกบ้าน และผลพลอยได้อีกอย่างจากการเป็นฝ่ายไปเยือนทีมที่แข็งกว่าก็คือ ผมได้ "ค่าตัว" ในการเป็นทีมเยือนด้วย ซึ่งถึงแม้ผลการแข่งขันสามนัดนี้จะแพ้รวด แต่ผมออกจากสนามมาแบบกระเป๋าตังค์พองฟูเลยทีเดียว เพราะทำรายได้เข้าคลังสโมสรไปถึงสี่แสนกว่ายูโรเลยล่ะครับ หุหุหุ

 

ต่อจากทัวร์ชั่วโมงทำกิน ผมยังติดใจแสงสีของนอกประเทศอยู่นิดๆ ก็เลยแวะทัวร์ที่ประเทศเพื่อนบ้างอย่างสเปนเล็กน้อย ด้วยการไปเยือนทีม Oviedo และ Leganes โดยเสมอกันไปแบบมิตรภาพ 1-1 ทั้งสองนัด

โปรแกรมที่เหลือเป็นการซ้อมเกมบุกและฟื้นฟูความมั่นใจล้วนๆ ครับ ด้วยการเรียกทีมเล็กๆ บ้านใกล้เรือนเคียงอย่าง Mealhada, Espinho และทีม Feeder Club อย่าง Pampilhosa มาถล่มไปชิลๆ 5-0, 5-0 และ 3-1 ตามลำดับครับ และผลจากการจัดโปรแกรมอุ่นเครื่องด้วยตัวเอง แบบวางแผนหวังผลไว้ล่วงหน้า ก็ออกมาเป็นเช่นนี้!!

 

pre-season_fitness-morale.png

 

จะเห็นได้ว่า สภาพความฟิตเนี่ยดีกันทุกคนครับ Match Fitness เกิน 90% กันถ้วนหน้า ยกเว้นคู่เซนเตอร์ตัวจริงอย่าง Rafik Haliche กัปตันทีม กับ Noel Soumah ที่สองคนนี้ผมทะนุถนอมเป็นพิเศษ ใช้งานอย่างระมัดระวังสุดๆ เพราะกลัวเจ็บ เลยได้ลงสนามน้อยกว่าคนอื่นๆ นิดหน่อยครับ

 

อีกคนที่ความฟิตดูจะไม่ผ่านเกณฑ์ แต่ก็เป็นไปตามความคาดหมาย ก็คือคุณอาว์ Cuauhtemoc Blanco มิดฟิลด์ตัวรุก/กองหน้าวัย 42 ปีนั่นเอง เข็นยังไงก็ไม่ขึ้นจริงๆ ครับ ปีนี้บทบาทในทีมของคุณอาว์คงเป็นโจ๊กเกอร์ หรือเป็นคนที่จะคอยลงมาประคองลูกๆ ในทีมช่วงท้ายเกมเช่นเคยครับ

 

ส่วนสภาพจิตใจก็ออกสีเขียวกันทุกคน ยกเว้นเจ้า Eugene Yeliseev ที่ผมพยายามแล้วพยายามอีกที่จะปล่อยพี่แกออกจากทีม แต่ด้วยค่าเหนือยพันกว่ายูโรต่อสัปดาห์ ซึ่งแพง (มั้ง) ก็เลยหาคนสนใจรับเซ้งต่อยากหน่อย ด้วยความที่แกมีสถานะในทีมเป็น Not Needed และถูกจับขึ้นบัญชีขายอยู่ สภาพจิตใจสีเหลือง ก็โอเคล่ะน่าาาาาาา

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

-Season Expectation-


 


และก่อนที่เราจะเริ่มนัดแรกของฤดูกาล เรามาทบทวนเป้าหมายของทีมในปีนี้กันก่อนครับ ปีนี้ถือเป็นปีหัวเลี้ยวหัวต่อในอาชีพการงานของผมกับทีมนี้เลย เพราะว่าตอนนี้ผมมีสัญญาเหลือกับทีมเป็นปีสุดท้าย ถ้ายังทำผลงานออกมาสอบตก หรือคาบเส้นเจียนอยู่เจียนไปอย่างปีที่แล้ว มีหวังได้กลายเป็นคนว่างงานอีกแน่ๆ ครับ


 


โดยในปีนี้ ผมมีรายการลงให้เตะสามรายการด้วยกัน ได้แก่:


 


Liga Zon Sagrez


liga_zon_sagres_logo.png


ความคาดหวังจากบอร์ดบริหาร: อันดับครึ่งบนของตาราง/ลุ้นพื้นที่ยูฟ่าคัพ


เป้าหมายของตัวเอง: อันดับครึ่งบนของตาราง


อย่างที่เห็นกันว่าทีม Academica ของผมในตอนนี้ยังขาดความสม่ำเสมอในเกมลีกอยู่อีกมาก ดังนั้นการคว้าแชมป์ลีกนี่ผมคงยกให้เป็นเรื่องราวรักสามเส้าของ FC Porto, Benfica แล้วก็ Sporting Lisbon ไปแย่งกัน ผมคงเล็งตำแหน่งที่ 3 ไว้ห่างๆ เพราะ Sporting เองก็มีแกว่งในปีแรก และถ้าไม่มีอะไรพลิกโผ เป้าหมายที่สมน้ำสมเนื้อที่สุดคือการสูัเพื่อแย่งพื้นที่ยุโรปกับคู่ปรับอย่าง Braga, Nacional da Madeira แล้วก็ Rio Ave โดยปีนี้ สื่อมวลชนและสำนักรับพนัน วางทีมผมไว้เป็นทีมเต็งอันดับที่ 6 ซึ่งก็ดูสมเหตุสมผลดีครับ


 


Taca de Portugal


 

taca_de_portugal_logo.png

 

ความคาดหวังจากบอร์ดบริหาร: รอบที่หก (แปดทีมสุดท้าย)


เป้าหมายของตัวเอง: ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้


เป้าหมายของผมในฟุตบอลถ้วยหลักของประเทศปีนี้ก็เช่นเคยครับ คือไปให้ไกลที่สุด ซึ่งตรงนี้ก็แล้วแต่ดวงตอนจับฉลากด้วยนะ ฮ่าๆๆ ถ้าไม่เจอ Top4 (ฺBenfica, FC Porto, Sporting Lisbon, Braga) ตั้งแต่รอบแรกๆ ผมว่าก็ไหวอยู่นะ


 


Taca da Liga


 

taca_da_liga_logo.png

 

ความคาดหวังจากบอร์ดบริหาร: เล่นเพื่อสุขภาพ


เป้าหมายของตัวเอง: ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไกลได้


ก็ตามสไตล์ของฟุตบอลลีกคัพล่ะครับ คือบอร์ดบริหารยกถ้วยนี้ให้เป็นถ้วยมิกกี้เมาส์ อยากลองอะไรก็ลองไป แต่ผมเองอยากจะผ่านเข้ารอบไปให้ลึกที่สุด โดยใช้ผู้เล่นเยาวชนลงสนามเป็นหลักครับ เพราะถ้าเกิดจับพลัดจับผลูได้เข้าชิง ก็มีโอกาสสูงที่จะได้สิทธิ์ไปซ่าในฟุตบอลถ้วยยุโรปอีกปี ซึ่งดีต่อรายได้ของสโมสรมากๆ จริงมั้ยครับ?


 


มาถึงตรงนี้ ก็น่าจะได้ฤกษ์ในการก้าวลงสู่เกมการแข่งขันจริงๆ กันซะที อัพเดทครั้งหน้า เรามาดูผลงานของ Academica ในเดือนสิงหาคม และสรุปการซื้อขายย้ายเข้า-ออกของในทีมของผมกันครับ


  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

AUGUST 2015


 


เดือนสิงหาคมผ่านไปไวเหมือนโกหก ในที่สุดเกมฟุตบอลลีกที่รอคอยก็เปิดฉากขึ้น โปรแกรมในเดือนนี้ของทีมถือว่าไม่หนักครับ เปิดฤดูกาลด้วยการออกไปเยือน Feirense ทีมน้องใหม่ ตามด้วยเปิดบ้านต้อนรับ Belenense ที่เพิ่งเลื่อนขั้นขึ้นมา และตบท้ายด้วยการออกไปเยือนทีมที่แพ้ทางกันมาตลอดอย่าง Gil Vicente ซึ่งผลการแข่งขันก็ออกมาตามนี้ครับ


 


aug2015_results.png


 


การออกไปเยือน Feirense ทีมน้องใหม่ของลีก กลายเป็นงานที่ยากเย็นกว่าที่คิดครับ เมื่อทีมผมแทบจะเปิดตำราเกมบุกทุกกระบวนท่าพับสนามลุยใส่อยู่นานสองนาน แต่ก็ไม่ผ่านมือ Igor Ryan ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่นที่วันนี้ได้ออกแรงเซฟประตูไปถึง 9ครั้ง และในขณะที่เกมเดินมาครบหนึ่งชั่วโมง ผมเห็นท่าไม่ดีจึงกำลังปรับแท็คติกเกมบุกอยู่นิดหน่อย แต่หลังจากกดปุ่ม Confirm ไปแป๊บเดียว ทีมก็มาได้ประตูเดียวของเกมนี้ จากการสลัดตัวประกบเข้าไปซัดเต็มข้อของพ่อหนุ่ม Rafael Lopes ซึ่งก็ถูกเปลี่ยนตัวออกทันที เพราะแท็คติกที่ผมกำลังจะปรับคือถอดหน้าเป้าออก แล้วส่ง Trequartista ลงสนามแทนในแผนไร้กองหน้า ซึ่งการปรับแผนก็สร้างโอกาสทำประตูจะแจ้งได้อีกหลายครั้งครับ แต่ก็ยังเหมือนเดิมคือทำประตูกันไม่ได้เอง จบเกมไปด้วยชัยชนะ 1-0 เหนือเจ้าบ้าน


 


v_feirense_stats.png


 


ดูจากสถิติหลังเกม จังหวะยิงประตูของทีมผมมีมากถึง 18ครั้ง (เป็น Clear Cut Chance 4 ครั้งด้วยนะ) ตรงกรอบไป 10 แต่โดนเซฟโดยประตูฝ่ายตรงข้ามไปถึง 9ครั้ง เรียกว่าถ้าเกมนี้ Feirense ยันเสมอเอาไว้ได้ Man of the Match ก็คงไม่พ้นเจ้า Igor Ryan แน่ๆ ครับ


แต่ในเมื่อผลออกมาเป็นทีมผมชนะ รางวัล Man of the Match ก็เลยตกไปเป็นของ Brian Sarmiento ผู้ทำ Assist ให้เพื่อนยิงประตูชัยในนัดนี้ เป็นครั้งแรกเลยนะที่แกเล่นได้ดี น้ำตาโค้ชแทบไหลด้วยความตื้นตัน


 


เกมนัดที่สองก็ยังไม่ง่ายครับ เมื่อ Belenense ที่เพิ่งขึ้นชั้นมา สวมหัวใจสิงห์บดสู้กับทีมผมได้อย่างสูสี และได้ประตูนำไปก่อนจาก Deyverson กองหน้าบราซิลเลี่ยนในนาทีที่ 14


หลังจากนั้นคือวิบากกรรมล้วนๆ ครับ ไม่ว่าผมจะพยายามแก้เกมยังไง ก็ยังเจาะเข้าไปหาโอกาสทำประตูแบบจะแจ้งไมไ่ด้เลย จนกระทั่งเกมดำเนินมาถึงนาทีสุดท้าย


 


magigoal.png


 


ในที่สุดความพยายามก็ส่งผลครับ เมื่อทีมผมอาศัยการเล่นลูกทุ่มสั้นต่อบอลเข้าไปให้ Magique ซัดเต็มข้อ เป็นประตูแก้อายให้ Academica รอดความพ่ายแพ้แบบเปิดรีสอร์ทแอนด์สปาไปได้หวุดหวิดด้วยสกอร์ 1-1


เกมนัดสุดท้ายของเดือน ผมต้องพาทีมบุกไปเยือนทีมตัวแสบอย่าง Gil Vicente ที่เจอกันทีไรผมจะแพ้ซะมากกว่าจะชนะ แล้ววันนี้อาถรรรพ์บ้าๆ นี่ก็ยังอยู่ครับ เพราะถึงแม้ทีมของผมจะออกนำไปก่อนจากลูกยิงไดรฟ์ชู้ตของ Alan Aguirre แบ็คขวาที่ยืมตัวมา


 


จากนั้นก็เป็นทีม Academica ของผมที่ครองเกมได้ และกำลังจะจบแมตช์ด้วยชัยชนะ 1-0  แต่ก็ดันช็อตกันไปดื้อๆ ในช่วงท้ายเกม แล้วพลาดท่าเสียประตูให้ Yero กองหน้าจ้าวเวหาของ Gil Vicente ตีเสมอเป็น 1-1 ในนาทีที่ 80 ทำ 3 คะแนนหลุดมือไปแบบน่าเขกกะโหลกตัวเองสักสามสิบเจ็ดทีจริงๆ ครับ


 


และตารางคะแนนหลังจบเดือนสิงหาคม ก็มีหน้าตาตามด้านล่างครับ


 


aug2015_table.png


 


Academica ของผมทำแต้มไป 5 แต้ม จากการชนะ 1 เสมอ 2 ยิงประตูได้แบบจุ๋มจิ๋มน่ารักนัดละลูก อยู่ที่อันดับ 9 ครับ ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานเล็กน้อย (จริงๆ ผมเก็งไว้ที่ 7แต้ม แต่ดันพลาดเสมอ Belenenses แล้วก็ไม่ชนะ Gil Vicente คะแนนเลยออกมาไม่ตามเป้า)


 


และถ้าพูดถึงช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม ก็ต้องนึกถึงการปิดตลาดนักเตะหน้าร้อน ปีนี้ทีมผมมีการเคลื่อนไหวของนักเตะพอสมควรเลยทั้งเข้าและออก เราจะมาดูเรื่องนี้กันในอัพเดทครั้งหน้านะครับ


 


ขอบคุณที่ติดตามครับ


  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

Transfers


 


และเมื่อเวลาเดินมาถึงวันที่ 31 สิงหาคม นั่นก็แปลว่าตลาดนักเตะรอบแรกได้ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ โดยที่แม้ว่าปีนี้ผมจะได้งบในการช้อปปิ้งถึง 150,000 ยูโร มากกว่าทุกปี แต่เกือบทั้งหมดก็ต้องถูกสังเวยให้กับสัญญาฉบับใหม่ของนักเตะหลักๆ ในทีมไปซะอย่างงั้นครับ ทั้งกัปปิตัน Rafik Haliche, แบ็คซ้ายที่ปีนี้ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่เต็มตัว หลังจากปล่อยไปหาประสบการณ์มา 2 ปีอย่าง Richard Ofori, Rafael Lopes ดาวซัลโวประจำทีม, และ Magique ผู้เล่นที่ฟอร์มดีสม่ำเสมอที่สุด รับกันไปอู้ฟู่ทีเดียว ทำให้ทีมของผมไต่อันดับทีมที่จ่ายค่าเหนื่อยให้นักเตะขึ้นมาพรวดๆ จากอันดับ 14 เมื่อปีทีแล้ว มาเป็นอันดับ 9 ในปีนี้


 


ตลาดนักเตะรอบนี้ผมก็เลยได้นักเตะแบบซื้อขาดมาแค่สองคน ได้แก่


 


William Traore เป็นธรรมเนียมที่ทุกปีผมจะต้องไปส่องนักเตะเกิดใหม่จากทีมลูก และปีนี้ก็มีเด็กที่น่าจะเก่งอยู่ที่ทีม AFAD Djekanou เช่นเคยครับ เจ้า Traore นี่ผมดูค่าพลังแล้วก็ยังลังเลว่าจะให้เอาดีทางตำแหน่งไหนดี เพราะถึงแม้ว่าตำแหน่งธรรมชาติของแกจะเป็นแบ็คขวา แต่พลังสำหรับการเป็นแบ็คนี่แทบไม่มีเลย ไอ้จะให้ไปเล่นเซนเตอร์ ก็ดันมีค่า Jumping น้อยแค่ 8 ไปซะอีก อีกทางเลือกก็คือ มิดฟิลด์ตัวรับสไตล์ Anchorman ซึ่งก็น่าจะเป็นไปได้พอสมควร แต่ผมคิดว่าจะลองปั้นให้เป็นเซนเตอร์สไตล์เล่นบอลกับพื้นดีๆ ดูก่อนจะดีกว่าครับ ถ้าเข็น Jumping ให้ขึ้นมาเกิน 10 ได้ก็น่าจะโอเคกับการเล่นเซนเตอร์ที่โปรตุเกสที่เน้นบอลบนพื้นมากกว่า


 


Tinnakorn Sa-ardchom ปีกผู้เกิดที่จังหวัดบุรีรัมย์ และก้าวขึ้นมาจากอคาเดมี่ของทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จนตอนนี้ติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ไปแล้ว 5นัด ด้วยวัยเพียง 17ปี ผมเจอเจ้าทินกรนี่โดยบังเอิญตอนหานักเตะเกิดใหม่มาใช้ แล้วแวะไปดูที่ทีมในประเทศไทยเล่นๆ เผื่อจะเจอเด็กที่น่าปั้น เจ้านี่พลังสูงเกินที่คาดไว้มากๆ ครับ ถ้าได้เรื่องความเร็วกับไหวพริบอีกสักหน่อยนี่ เป็นปีกแนวหน้าสบายๆ เลย เจ้าทินกรจะมาร่วมทีมกับผมหลังจบฤดูกาล 2015 ที่เมืองไทย หรือตอนเปิดตลาดหน้าหนาวนั่นเองครับ เป็นตำแหน่งปีกขวาที่ทีมผมยังไม่ลงตัวซะด้วยสิ ได้มีโอกาสลงสนามเยอะแน่ๆ ครับ จะปั้นให้เป็นซุปเปอร์สตาร์เลยคอยดู!!


 


แถมนิดนึงเรื่องทีมชาติไทยอันเป็นที่รักของเราในเซฟของผม ตอนนี้ก็ทำอันดับโลกกระเตื่องขึ้นมาจากยุคมืดของคนที่คุณก็รู้ว่าใครมาเล็กน้อย ที่อันดับ 121 ครับ โดยในรอบสองสามปีหลังเคยขึ้นไปสูงสุดที่อันดับ 112 เมื่อเดือนกันยายนปี 2014 ครับ


 


และที่ผมเซอร์ไพรส์ที่สุดคงไม่พ้นตำแหน่งเฮดโค้ช เมื่อผู้เข้ามารับตำแหน่งเป็นตำนานกองหน้าคนหนึ่งของประเทศ เขาคือ!!!


 


thailand.png


 


โค้ชโจ้ (5 หลา) ศรายุทธ ชัยคำดีนั่นเอง โดยหลังจากโค้ชโจ้ (แหม ยังกะรายการ The Voice) ยุติอาชีพค้าแข้งในปี 2014 หนึ่งปีต่อมาก็ได้เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมครั้งแรกในชีวิต โดยประเติมด้วยทีมชาติไทยเลยทีเดียว และสถิติในการคุมทีมแกก็ไม่ขึ้เหร่ครับ เมื่อคุมทีมชาติไทยไป 6 นัด ชนะ 3 เสมอ 2 แพ้ 1 โดยเคยเปิดบ้านเสมอทีมชาติญี่ปุ่นที่ขนชุดใหญ่มาเต็มทีม ทั้งเคสุเกะ ฮอนดะ, เอย์จิ คาวาชิม่า, มายะ โยชิดะ, ยูโตะ นากาโตะโมะ หรือแม้แต่ชินจิ คางาวะ ไปด้วยสกอร์ 2-2 และยังอยู่ในเส้นทางการไปเล่นฟุตบอลโลก โดยตอนนี้ก็เตรียมทีมสำหรับลงเล่นในรอบคัดเลือกรอบสาม เจอกับซาอุดีอารเบียครับ


 


นอกเรื่องมาซะไกลเลย กลับมาที่นักเตะเข้าออกในทีมกันต่อครับ เมื่อมีนักเตะเข้ามาแบบซื้อขาดแค่สองราย ที่เหลือผมก็เลยต้องยืมตัวล้วนๆ ครับ เริ่มจากคนคุ้นหน้าอย่าง Leandro Canhoto มิดฟิลด์ร่างยักษ์จาก Gremio ที่จะมาปั้นเกมแดนกลางร่วมกับ Sana และ Vasco Silva ลูกรักทั้งสองคนของผมในปีนี้ หรือจะดันไปยืนค้ำเป็นหน้าเป้าก็ไม่น่าเกลียด ที่สำคัญเจ้านี่เป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนๆ ในทีมหลายคน น่าจะช่วยเรื่องบรรยากาศภายในทีมได้ครับ


 


Alan Aguirre ผมเซ็นสัญญายืมตัวเขามาเพื่อทดแทนตำแหน่งวิงแบ็คฝั่งขวาตัวจริงของ Artur ที่ต้องย้ายทีมไปเพราะขอค่าเหนื่อยเยอะเกินกว่าที่ผมจะจ่ายให้ได้ในสัญญาฉบับใหม่ครับ จากค่าพลังน่าจะแทนกันได้สบายๆ แถมตอนนี้ทำประตูให้ทีมไปแล้ว 1 ลูกด้วยกัน เป็นลูกยิงไกลสุดสวยพาทีมออกนำ 1-0 ก่อนจะโดนตามตีเสมอ 1-1 ในนัดล่าสุดที่แข่งกับ Gil Vicente นี่เองครับ


 


Yuriy Dyuba เจ้าหนุ่มชาวเบลารุสคนนี้อยู่ใน shortlist ของผมมาตั้งแต่ฤดูกาลแรกแล้วครับ แต่ก็สู้ค่าเหนื่อยไม่ไหว เลยไม่ได้เซ็นสัญญาเข้าทีม จนสุดท้ายเขาก็เลือกจะย้ายไป Saint Etienne ทีมดังในศึกลีกเอิงฝรั่งเศส แต่ก็ยังแจ้งเกิดไม่ได้ ปีต่อมาถูกยืมตัวไป Guingamp ก็ไม่ค่อยได้รับโอกาสเท่าไรนัก ปีนี้ผมก็เลยไปยืมตัวมาซะเลย เพื่อเป็นกองหน้าตัวแบ็คอัพให้กับ Rafael Lopes ในวันที่ปืนฝืดครับ


 


Iranilson คนนี้ผมดึงมาเป็นแบ็คอัพในตำแหน่งวิงแบ็คครับ โดยเจ้าตัวจะเล่นเป็นแบ็คขวาเป็นหลัก และอาจจะเล่นเป็นแบ็คซ้ายจำเป็นได้บ้างครับ


 


Evandro ผลงานการค้นพบจาก Director Of Football คนใหม่ใสปิ๊งๆ ที่ผมเพิ่งจ้างมาเมื่อต้นฤดูกาลนี่เองครับ Evandro น่าจะเพิ่มความแกร่งในตำแหน่งเซนเตอร์ได้ดีเลยล่ะครับ แต่การแย่งตำแหน่งจาก Rafik Haliche และลูกรักของผมอย่าง Noel Soumah ไม่ง่ายแน่นอน


 


Gustavo นี่ก็ผลงานจาก DOF คนใหม่ครับ ที่เข้าใจความต้องการของผมที่กำลังต้องการประตูมือดีมาสแตนด์บายดีเหลือเกินครับ จริงๆ ผมมีประตูดาวรุ่งอย่าง Adriano Cipollina สแตนด์บายอยู่แล้ว แต่ผมเองก็ไม่อยากให้ Cipollina มานั่งแกร่งอยู่ที่ม้านั่งสำรอง เลยส่งไปหาประสบการณ์แบบยืมตัวกับ Atalanta จากเซเรีย อา อิตาลี แล้วก็ได้เจ้า Gustavo นี่ล่ะครับ มานั่งตบยุงแทน เป็นอันครบถ้วยสำหรับการเสริมทีมในตลาดนักเตะรอบแรกของฤดูกาลนี้ครับ


 


COMING UP...


 


sept_fixtures.png


 


เดือนกันยายนถือว่าความโหดของโปรแกรมอยู่ในระดับกลางๆ ครับ นัดที่หนักสุดก็คงเป็นนัดแรกกับนัดสุดท้ายของเดือน ที่ต้องเจอกับเต็ง 3 อย่าง Sporting Lisbon และทีมในระดับใกล้ๆ กันอย่าง Rio Ave ส่วนเกมกับ Estoril นั้นดูจะง่าย แต่ทีมผมในวินาทีนี้ก็ยังเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ซะอีก คงต้องลุ้นกันหนักหน่อยล่ะครับ


 


อีก 1 นัดที่เหลือเป็นโปรแกรมฟุตบอลถ้วยลีกคับ หรือ Taca da Liga ที่เจอทีมจากลีกรองอย่าง Farense งานนี้ไม่ชนะก็ไปซื้อปี๊บที่ปากซอยมาคลุมหัวได้เลยครับ


 


 


แล้วพบกันใหม่เมื่อสิ้นเดือนกันยายน (ในเกม-และถ้าผมไม่ย้ายไปเล่น FM 2015 ซะก่อน) นะครับ!!


Share this post


Link to post
Share on other sites

สนุกมากกกก ดราม่าสนุกครบรส สู้ๆครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

โว้ว นักเตะไทยด้วย แจ่มแมว

Share this post


Link to post
Share on other sites

รอติดตาม ครับ  สนุกมากมาก อยากเห้นวันที่ประสบความสำเร็จ

Share this post


Link to post
Share on other sites

สนุกมากกกก ดราม่าสนุกครบรส สู้ๆครับ

ขอบคุณมากค้าบ

 

โว้ว นักเตะไทยด้วย แจ่มแมว

ล่าสุดคือ แกเจ็บจากการลงสนามให้บุรีรัมย์ เป็นเวลา 10เดือน  :005:  //ผมนี่ทรุดเลย

 

รอติดตาม ครับ  สนุกมากมาก อยากเห้นวันที่ประสบความสำเร็จ

ขอบคุณที่ติดตามนะครับผม

 

มาปูเสื่อรอตอนต่อไปครับ

แหะๆๆ ขอบคุณคร้าบ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!

Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.

Sign In Now
0