FM2007 : แก้แทคติกอย่างไรให้เซียน
0

58 posts in this topic

พอดีว่าเคยอ่านกระทู้นี้ในบอร์ดเก่าอะครับ แล้วเห็นว่าน่าสนใจ แต่ยาวมากๆ เลยเซฟเก็บไว้อ่าน ใครเป็นเจ้าของผลงานอันยอดเยี่ยมเช่นนี้ รายงานตัวด่วนเลยครับ!!
Tactic Clinic โดย คุณ kittipol และคุณ THE POSITION เผยแพร่ที่บอร์ดเก่าโดยคุณคุณ KT001

หมวดนี้จะบอกเกี่ยวกับปัญหาต่างๆที่พบ เกิดขึ้นจากอะไร และวิธีแก้

ปัญหา
- กองหลังประกบตัวพลาด : ส่งบอลให้ผ่ายตรงข้าม, ครองบอลนานจนเสียบอล, จ่ายคืนหลังแบบโง่ๆ
- ผู้รักษาประตูพลาดอย่างน่าโดนตบ, เลี้ยงบอลขึ้นหน้า, เตะบอลให้ฝ่ายตรงข้าม

เกิดจาก
- กองหลังหรือผู้รักษาประตูตั้ง creative freedom มากเกินไป
- กองหลังไม่พร้อมที่จะจ่ายบอลตามที่สั่งไว้ (เช่นตั้งให้จ่ายแบบ Direct แต่ไม่มีคนด้านหน้า)
- กองหลังรีบที่จะเล่นเกินไป
- กองหลังไม่สามารถปรับให้เข้ากับระบบการจ่ายบอลของเรา
- ผู้รักษาประตูหรือกองหลังเรา mentality สูงไป

วิธีแก้
- ลด creative freedom ของทั้งกองหลัง & โกลไว้ที่ 5 หรือต่ำกว่า (“little”) (หมายถึงนับจากด้านซ้ายสุดกดไป 5 คลิก)
- พยายามปรับ mentalities ของกองกลางกับกองหลังให้สมดุลกัน (สปอย : เช่น เราตั้งกองหลังไว้โคตร defence กองกลางให้โคตร attack มันก็จะเกิดช่องว่างขึ้นตรงช่องระหว่างกองหลังกับกองกลาง เพราะกองหลังไม่สามารถจ่ายบอลไห้ได้ นอกจากจะเตะสาดขึ้นไป ทำให้เสียการครองบอลอยู่บ่อยๆ ไม่ต้องกลัวว่าไม่ได้ตั้งให้มัน attack แล้วมันจะไม่บุก)



Impotence

ทีมเราสุดเก่ง โมเรลเขียวปี๋ แต่ยิงไม่ได้ หลุดไปเป็นร้อยก็ยิงไม่เข้า พอกองหน้าคอมได้ยิงทีเดียวเท่านั้นรู้เรื่อง

ปัญหา
- ยิงทิ้งยิงขว้าง : ยิงเป็นห่าฝน เข้ากรอบเป็นหยดน้ำ
- กองหน้าหลุดเดี่ยวไปอย่างเทพ แต่ยิงอย่างหม่ำ
- ได้โอกาสทองที่จะยิง แต่หันไปยิงนกแทน

เพราะ
- ให้เราวิเคราะห์ดูก่อนว่า ใครได้โอกาสยิงมากๆ แล้วลองมาดูว่า
- ยิงไกลมากเกินไป ส่วนมากจะได้ยิงจากระยะโคตรไกล การตั้ง creative freedom มากเกินไปทำให้เกิดปัญหานี้
- นักเตะเราเร่งเกินไป ทำให้ไม่มีความแน่นอน
- กดดัน ทำให้พลาดจังหวะเดี่ยวๆ
- โมเรลต่ำ
- นักเตะเห็นแก่ตัว ยิงในจังหวะที่ไม่จำเป็น

ทางแก้
- ให้ดู highlights แล้วดูว่าโอกาสยิงของเรามาจากแบบไหน
- ลด long shot ให้เป็น “rarely.”
- ลด creative freedom ของนักเตะที่พลาดบ่อยๆ
- ลดจังหวะของเกม (เล่น Slow) ยิ่งดีถ้าเล่นบอลแบบ Short
- ให้ดูลักษณะนิสัยส่วนตัวของนักเตะ, ให้ team talks รายตัวเพื่อลดความกดดัน หรือให้ความเชื่อมั่นโดยบอก you have faith in their ability.
- ฝึก shooting training มากขึ้น
- ลด creative freedom ของทีมลง และ/หรือ ตั้ง “cross ball” เป็น “mixed” หรือ “often.”



ศอกมหาชน

ปัญหา
- โดนไล่ออกกันเกลื่อนกลาด เนื่องจากโหดกันจัด
- กองหลังชอบทำ Professional Foul
- โดนเหลืองไปแล้ว ก็ดั๊นจะยังโหดอยู่ จนโดนไล่ออก
- Losses due to a reduced shape and reduced man power - หมายความว่าไรหว่า

วินิจฉัย
- นักเตะดุดันแบบโง่ๆมากไป
- นักเตะมุ่งมั่นในเกมมากไป
- นักเตะสูญเสียความมั่นใจ
- กองหลังหลุดตำแหน่ง ทำให้ต้องทำฟาล์ว
- ทีมไม่มีการลงโทษ
- นักเตะไม่ใจเย็นลงหลังจากโดนเหลืองแรก

ทางแก้
- ดูว่าทำไมถึงโดนไล่ออก
- เถื่อน! (หมัด, เข่า, ศอก, เตะ & เฮดบัต) ต้องถูกปรับเงินเสมอและไม่อุทธรณ์โทษแบน
- การทำโปรเฟสชั่นนอลฟาล์วเป็นเพราะกองหลังเสียตำแหน่ง ให้ลด closing down ลง และถอย defensive line ลง
- พอโดนเหลืองแรกแล้ว ถ้ายังตั้งให้มัน tack แบบ hard อยู่ก็เตรียมใจไว้ได้เลย
- เปลี่ยนตัวพวกที่โดนเหลืองไปแล้ว และยังมีทีท่าว่าจะโดนอีก (อ่านเอาจากบรรยายว่าถูกเตือนไปหรือยัง)
- ก่อนเเข่งให้ดูนักเตะที่มี "PR" ที่บอกว่า "is really fired up" , ถ้ายิ่งมี aggression มากๆก็จะยิ่งทำให้ทำอะไรโง่ๆ
- ดรอป, ขายหรือปรับเงิน พวกที่โดน



Erectile Disfunction

ไม่ว่าจะเตรียมพร้อมขนาดไหน, จะบอกทีมยังไง ก็ยังม่ายล่ายหลั่งใจซะที

ปัญหา
- ครองบอลเหนือกว่า แต่ก็ยังหาโอกาสยิงไม่ได้เท่าที่ควร
- โอกาสที่ได้ยิงก็ดันมาจากแถวเจ็ด ยิงแบบรักบี้เตะเปลี่ยน
- ยังไม่มีความเฉียบขาดพอ (รึเปล่า)

ทางแก้
ดูเหมือนว่าเราจะตั้งให้ทีมจ่ายบอลมากกว่าที่จะทำประตู. ลองปรับจังหวะการเล่นหรือรุกมากขึ้นดูว่าดีขึ้นรึเปล่า ผมเดาว่า(คนเขียน) คุณกำลังเล่นบอลช้าแบบสั้น (Short pass & Slow Tempo) ถ้าเรากำลังครองบอลได้มากกว่า




Tourettes

ปัญหา
- ถึงแม้จะเป็นนักเตะที่บอกว่าตัวเองเป็น "Professional" แต่ไม่รู้ทำไม อยู่ดีๆก็เกลียดเพื่อนร่วมทีมขึ้นมาซะงั้น
คุณจะทำเช่นไรเมื่อ 2 คนที่เกลียดกัน คนหนึ่งคือกองหลังที่บัญชาเกมรับ คนหนึ่งคอดาวซัลโวของทีม

วิเคราะห์
หนึ่งในนั้นต้องทำปัญหาอะไรซักอย่าง เช่น มาซ้อมสาย, ให้สัมภาษณ์สื่อ, เรียกร้องย้ายทีม อีกมากมาย. ทางแก้ก็คือ . . . . ขายคนใดคนหนึ่งออกไป เพราะผม(คนเขียน)ไม่คิดว่าทั้งสองจะกลับมาคืนดีกันได้อีก (สปอย : ผมเคยเจอปัญหานักเตะคนนึงขอย้ายไปทีมที่ใหญ่กว่า ทำให้อีกคนไม่พอใจแล้วไม่ชอบขี้หน้ากัน แต่ว่าพอปล่อยเล่นไปซักพักนึง เอาคนนึงลงอีกคนนั่งข้างสนาม อยู่ดีๆมันก็กลับมาคืนดีกันได้แฮะ ไม่เลวร้ายเสมอไป)




HOME SICKNESS!!!

ปัญหา
- เล่นในบ้านโคตเก่ง เล่นนอกบ้านห่วยบรมไม่ว่าจะเล่นแผนไหนหรือวิธีใด ถ้าชนะได้ก็เพราะฟลุ๊ค

ทางแก้
- ถอย defensive line ลงมาเป็น Deep เหรอ? อาจจะต้องให้กองกลาง close down มากขึ้นหรือไง? (ไม่แน่ใจว่า close down ในที่นี้หมายถึงให้กองกลางถอยลงไปหรือไล่บอลมากขึ้น) ฟังดูเหมือนว่าคุณจะดันขึ้นมาสูง และอาจจะมีกองหลังที่ช้ามั้ง?
ลองดูที่ prefered moves ของกองกลางตัวรับ, ให่แน่ใจว่าไม่มี 'likes to run through the middle' เหมือนกับที่ผม(คนเขียน)มี ถ้าไม่ อาจจะเป็นเพราะตั้ง creative freedom ไว้สูงเกินไป
เลือกผู้รักษาประตูที่มีค่า decisions, anticpation and rushing out มากๆ
ลดการบุกลง, คนเขียนบอกว่า ไม่เคยตั้ง mentalities ของกองหน้าไว้เกิน 11 เลย เค้าบอกว่าช่วยเวลาที่ถูกประกบ และช่วยลดการล้ำหน้าได้

Credit : คุณ Kittipol และคุณ THE POSITION

Share this post


Link to post
Share on other sites

Team Instructions Part One - Mentality by Cleon

 

หมวดนี้จะเป็นการตั้งเกี่ยวกับทิศทางของทีม

 

เมื่อเราได้ผู้เล่นในตำแหน่งที่เราต้องการแล้ว, ถึงเวลาที่เราจะต้องคิดว่าจะให้นักเตะเล่นแบบใด. ควรเลือกแผนที่ยืดหยุ่น ฉะนั้น 4-4-2 และ 3-5-2 จึงเป็นที่นิยม

 

เรามาดูในส่วนของ Mentality ต่างๆกัน

 

 

Mentality

Ultra Defensive: ทีมเราจะเล่นรับอยู่แต่ในแดนของตัวเอง และไม่พยายามที่จะบุกขึ้นหน้า

Defensive: ทีมจะเล่นแบบเกมรับมาก่อน, จะบุกเฉพาะเมื่อมีโอกาสที่เหมาะเท่านั้น

Normal: ทีมจะเล่นแบบธรรมดา, รับเมื่อรับและบุกเมื่อบุก

Attacking: ทีมจะพยายามดันขึ้นบุกในทุกๆโอกาส

All Out Attack: ทีมจะดันขึ้นบุกในทุกๆโอกาส

 

 

Mentality คือส่วนที่สำคัญที่สุดของเทคติก และยังมีบางคนที่ยังไม่แน่ใจเยวกับเรื่องนี้. สำหรับการเซต Mentality ของทีมนั้น จะเป็นการบอกภาพรวมของทีมว่า ควรจะเล่นออกมาในรูปแบบใด ซึ่งจะแตกต่างกับการเซตให้นักเตะแบบรายบุคคล เรื่องนี้จะไปว่ากันในหัวข้ออื่น

สำหรับตอนนี้ ถ้าอ่านด้านบนมาแล้ว คุณก็จะรู้ถึงพื้นฐานของความแตกต่างของแต่ละรูปแบบ ต่อไปนี้ก็จะเป็นการชี้แจงรายละเอียดของแต่ละรูปแบบ

 

 

Ultra Defensive

ถ้าเราเล่นในรูปแบบนี้จะส่งผลให้นักเตะฝ่ายตรงข้ามเข้ามากดดันเราอย่างหนัก ซึ่งการถูกกดดันอย่างหนักไม่ใช่เรื่องดีแน่ เพราะหากไม่มีสมาธิพอล่ะก็เสียประตูแน่นอน, และเราจะได้บุกขึ้นหน้าน้อยมากๆ, แต่อย่างไรก็ตาม จะเป็นการดีที่จะใช้รูปแบบนี้ + การเล่นเกมโต้กลับ โดยให้ mentality เป็นแบบ defensive, เมื่อนักเตะฝ่ายตรงข้ามดันขึ้นมาเพื่อบุก เราจะฉวยโอกาสเพื่อทำเกมสวนกลับ. เนื่องด้วยเราเล่นเเบบ ultra defensive ทำให้เรายากที่จะโดนเจาะได้.

และยังเป็นการดีเมื่อเราเป็นทีมที่อ่อนแต่ต้องเล่นกับทีมที่เหนือกว่า. ทั้งยังดีเมื่อเล่นเป็นทีมเยือนกับทีมที่เเข็งเเกร่งด้วย. ทั้งนี้ด้วยการเล่นแบบรับสุดๆจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามเล่นยากขึ้น เเต่เมื่อมีข้อดี ก็ย่อมมีข้อเสีย

 

ข้อดี

ยากที่จะถูกเจาะ

เล่นเกมรับกันอย่างพร้อมหน้า

เล่นอย่างรัดกุม

ข้อเสีย

จ่ายบอลคืนหลังมากเกินไป

จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ากดดันอย่างหนัก

จำกัดจำนวนนักเตะที่จะเล่นเกมรุก

 

 

Defensive

 

แตกต่างกันมากกับข้อด้านบน, อย่างไรก็ตามทีมจะขึ้นบุกก็ต่อเมื่อมีโอกาสที่เหมาะๆ. เช่นตัวอย่าง : เชลซีเล่นแผน 4-2-4 และมีผู้เล่นจำนวนมากบุกขึ้นหน้า, ในบางครั้งที่พวกเขาพลาด นักเตะของเราจะลองใช้โอกาสนั้นเพื่อทำเกม เพราะเป็นโอกาสที่ดี. ในการบุกแต่ละครั้ง, จะมีมาตรฐานมากกว่า และจะมีผลมากกว่า, อาจจะเป็นโอกาสในการยิงเข้ากรอบ หรืออาจจะได้ลูกเตะมุม.

 

ข้อดี

ยากที่จะโดนเจาะ

เล่นเกมรับกันอย่างพร้อมหน้า

เล่นอย่างรัดกุม แต่จะบุกเมื่อมีโอกาสที่เหมาะเจาะ

ข้อเสีย

จ่ายบอลคืนหลังมากเกินไป

จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ากดดันอย่างหนัก

นักเตะที่จะเล่นเกมรุกมีเพียงไม่กี่คน

 

 

Normal

 

เป็นการเล่นที่สมดุลในการรุกเเละรับ, นักเตะจะเล่นในแบบธรรมดา. ก็คือจะป้องกันเมื่อเล่นเกมรับ จะบุกเมื่อมีโอกาสบุก. ถ้าหากเราเล่นเกมครองบอล, นักเตะจะพยายามขึ้นหน้าและสร้างสรรค์โอกาส. ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเล่นรับหรือรุกดี, นี่คือสิ่งที่ควรใช้ในตอนเริ่มเกม

 

ข้อดี

มีความสมดุลทั้งรุกและรับ

ข้อเสีย

ไม่มีข้อเสียแน่ชัด

 

 

Attacking

 

นี่สามารถที่จะเป็นจุดเริ่มของความยุ่งเหยิง และเราจะพบกับปัญหามากมายตามมา. ไม่ได้จะบอกว่าเป็นรูปแบบที่ไม่ควรใช้, เพียงแต่การให้นักเตะจำนวนมากกับการบุกเราจะพบว่า เเนวรับจะเหลือนักเตะเพียงไม่กี่คนในเวลาเดียวกัน, หรืออาจจะทำให้เปิดพื้นที่ว่างขึ้นได้. เมื่อนักเตะของเราได้บอล, ก็จะตั้งหน้าตั้งตาส่งบอลขึ้นหน้า แต่จะพบว่าเป็นการจ่ายไม่ตรงกับตำแหน่งที่มีผู้เล่นอยู่. แต่มันจะเป็นผลดีถ้าหากเรามีนักเตะที่มีค่า pace และ stamina สูง ซึ่งจะทำให้สามารถเข้าไปเก็บบอลทัน. เราน่าจะใช้รูปแบบนี้กับทีมที่เล่นเกมรับมากๆ และปล่อยให้เราเล่นเกมรุกกดดันฝ่ายเดียว. เล่นในรูปแบบนี้จะทำให้สร้างโอกาสที่มากครั้งขึ้น, แต่ะจะทำให้ % การส่งบอลสำเร็จของเราลดลง

 

ข้อดี

ทำเกมบุกได้อย่างรวดเร็ว

ทำให้มีนักเตะบุกขึ้นหน้า

มักจะบุกขึ้นหน้าอยู่เสมอ

ข้อเสีย

ผิดพลาดกันมากมาย

นักเตะจะเสียตำแหน่ง

ไม่สามารถครองเกมได้

 

 

All Out Attack

 

เป็นวิธีเล่นแบบฆ่าตัวตาย, ถ้าต้องการจะเล่นในรูปแบบนี้ เราควรที่จะมีกองหน้าเเข็งแกร่งมากๆ ที่จะสามารถทำประตูได้เมื่อมีโอกาส. เป็นวิธีการเล่นแบบเสี่ยง เนื่องจากเราจะเล่นเกมบุกอยู่ตลอดเวลา และจะไม่สนใจกับเกมรับเลย. จะใช้ได้ดีก็ต่อเมื่อเราต้องการผลการแข่งขันในขณะที่ยังเป็นฝ่ายตามอยู่. การเล่นเกมบุกเเบบนี้จะทำให้ตื่นตาตื่นใจเวลาดูมาก, แต่จะเป็นฝันร้ายเกมรับในเวลาเดียวกัน. บราซิลชอบที่จะเล่นฟุตบอลสไตล์นี้, ถึงฝ่ายตรงข้ามจะยิงได้ 3 ลูก แต่เรายิงได้ 4 ลูก ใครจะทำไม

 

ข้อดี

สร้างโอกาสมากมาย

มีนักเตะจำนวนมากบุกขึ้นหน้า

ทำเกมบุกได้อย่างรวดเร็วที่สุด

มักจะบุกขึ้นหน้าอยู่เสมอ

ข้อเสีย

ผิดพลาดกันมากมาย

นักเตะจะเสียตำแหน่ง

ไม่สามารถครองเกมได้

 

Credit : คุณ Kittipol และคุณ THE POSITION

Share this post


Link to post
Share on other sites

Opposition Instructions by Mr Personality

 

 

ก่อนที่เราจะแข่ง เราควรที่จะตรวจสอบดู opposition instruction ซะก่อน เพื่อจัดตำแหน่งของคู่เซนเตอร์ทีมเราให้เหมาะสมกับรูปร่างของนักเตะทีมคู่แข่ง

 

 

ในส่วนของคนเขียน มีกองหลังความเร็วเต่า (pace: 9 and 11) แต่มีค่า marking & tackling ที่ใช้ได้ ต่อไปนี้จะเป็นตัวอย่างการเซตว่าควรจะทำเช่นไร

 

 

• DC marking a big targetman in a 2 man attack:

เมื่อเจอ targetman รูปร่างใหญ่ 2 คน ให้ always close down เพื่อหวังว่านักเตะของเราจะจัดการกับ เกมรุกของหน้าเป้าทั้ง 2 คน. ดูด้วยว่ามีเท้าที่ไม่ถนัดหรือเปล่า, ถ้ามีจัดการบีบให้เล่นด้านนั้นซะ

 

 

• DC marking a pacey forward in a 2 man attack:

เจอกับกองหน้าที่ความเร็วสูงทั้ง 2 คน ให้ never close down และ always tight marking. เป็นอะไรที่เราไม่ค่อยแน่ใจนัก. แต่ส่วนตัวคิดว่าถ้าหากเราพยายามที่จะเข้า close down ตลอดเวลา, การเข้าสกัดที่ผิดพลาด จะทำให้กองหลังถูกสกัดหลุดด้วยความเร็วอย่างแน่นอน ( ถ้านึกถึงความเป็นจริงล่ะก็ น่าจะใช่เลย คงไม่มีใครเข้าจี้ติดตัวนักเตะที่ความเร็วสูง โดยปล่อยให้เขามีพื้นที่เพื่อกระชากบอลแน่นอน, ถ้าไม่โดนสอยร่วงตั้งแต่เเรกก่อนนะ ). ด้วย tight marking, เราต้องการให้กองหลังเราทำให้ความเร็วของกองหน้าไร้ผลโดยที่ไม่ผิดพลาดมากนัก. ยิ่งกองหน้าเร็วมากเท่าไร ยิ่งตั้ง closing down ให้น้อยลงเท่านั้น มีอะไรจะเถียงมะ?

 

• DC marking a big targetman in a 1 striker formation:

จับกองหน้าเป้าตัวเดียว ให้กองหลังของเราคนที่ช้ากว่า always close down, แค่นั้นแหละ

 

• DC marking a pacey forward in a 1 striker formation:

จับกองหน้าที่มีความเร็วคนเดียว ให้ใช้วิธีเหมือนกับด้านบน แต่ว่าในกรณีนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะหลุด เพราะเราจะยังมีอีกคนคอยที่จะซ้อนอยู่ถ้าหากพลาดขึ้นมา

 

• On AMC:

always close down เพื่อป้องกันไม่ให้ทำเกมไปหากองหน้าได้

 

• Opposition ML/R and AM L/R:

เมื่อต้องการให้บอลที่จ่ายมาจากปีกลดน้อยลง, ให้เรา always be closed down เเละบีบให้เล่นเท้าข้างที่ไม่ถนัด อาจจะ hard tackling ด้วยก็ได้ แต่ถ้าหากปีกของฝ่ายตรงข้ามต้องถูกจับตาเป็นพิเศษ, เราจะติ๊ก tight marking ให้กับแบ๊กซ้าย-ขวาของเราด้วย

 

• Any injured field players and players below 85% (excluding strikers):

นักเตะเจ็บที่มีความฟิตน้อยกว่า 85% (ยกเว้นกองหน้านะจ๊ะ ไปเสียบดุเดี๊ยะโดนจุดโทษ) ให้เล่น hard tackling ใส่เลย แล้วก็โทรเรียกรถพยาบาลรอไว้ด้วย

 

 

ใช้การตั้งเช่นนี้, ทำให้เกมรับ (ของผู้เขียน) ดีขึ้นมากด้วยผลงาน 32 นัด เสีย 19 ประตู โดยไม่เสียประตู 19 นัด. โอ้อวดๆ บลาๆๆ แต่ในบางครั้งก็ยังสามารถที่จะใช้ tight marking & closing down on always ถ้าหากกองหลังเราเก่งกว่ากองหน้าฝ่ายตรงข้ามมากๆ

 

ถ้าหากเจอบุกหนักท้ายๆเกมด้วยแผน 4-2-4 เรามักที่จะให้ 'always close down' กองหน้าทั้ง 4 คนนั้น. แต่ต้องดึงกองกลางตัวรับ 2 คนลงมาช่วยด้วย. ทำให้เราไม่ค่อยที่จะเสียประตูในข่วงนาที 89 หรือ 90 เลย

 

 

 

 

Defensive Tips - Stating The Obvious

 

 

ทีมที่จะประสบความสำเร็จต้องการกองหลังที่เเข็งแกร่ง สามารถตั้งรับและเล่นบอลสวนกลับเร็วได้. หวังว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการตั้งแผงกองหลังของคุณเอง

 

เริ่มด้วย defensive line. จำไว้ว่า defensive line จะเริ่มเล่นก็ต่อเมื่อทีมเราไม่ได้ครองบอลเท่านั้น

 

 

Defensive Line

 

Deep: กองหลังเราจะไปกองอยู่ข้างหลังเลยจริงๆ. ไม่พยายามที่จะขึ้นหน้า. ใช้ได้ดีเมื่อเจอกับกองหน้าความเร็วสูง

Normal: กองหลังจะเล่นอยู่กึ่งกลางของแดนตัวเอง. ไม่ดันขึ้นหรือถอนลงต่ำมากนัก

Push Up: กองหลังเราจะดันขึ้นไปยังกึ่งกลางสนาม. เพื่อที่จะกดดันผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม. แต่จะเป็นการเสี่ยงเมื่อเราเจอกับเกม counter attack ฉะนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้กองหลังที่มีความเร็วเช่นกัน

 

 

ต่อไปนี้จะเป็นการเจาะลึกแบบถึงลูกถึงคน

 

 

Deep: กองหลังเราจะไปกองอยู่ข้างหลังเลยจริงๆ. ไม่พยายามที่จะขึ้นหน้า. ใช้ได้ดีเมื่อเจอกับกองหน้าความเร็วสูง. ถถถูกต้องนะคร้าบ แต่! มันจะเป็นการทำให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามโหมกดดันเข้าใส่เรา. ทั้งยังจะทำให้เกิดช่องว่างขึ้นระหว่างกองหลังกับกองกลาง, ถ้ามันเกิดขึ้น คอมจะมีพื้นที่เล่นบอลมากขึ้น และจัดการลงดาบเราด้วยการทำประตู. ถ้าเรามีกองหลังที่ช้า + แก่ การดันลงมาต่ำก็เป็นการช่วยให้ไม่ต้องวิ่งมาก. แต่ก็ต้องทำงานหนักในเกมรับเช่นกัน ฉะนั้นจึงต้องการค่าพลัง teamwork, work rate, concentration และ tackling ที่สูง

 

 

Normal: กองหลังจะเล่นอยู่กึ่งกลางของแดนตัวเอง. ไม่ดันขึ้นหรือถอนลงต่ำมากนัก. เราต้องการให้ทุกคนใช้รูปแบบนี้เมื่อเริ่มต้นสร้างแผนขึ้นมาใหม่. และเมื่อเราอยู่ในระหว่างเกมและตั้งให้นักเตะเล่นตามที่ต้องการเเล้ว, จากนั้นจึงพิจารณาว่า ควรที่จะดันขึ้นหรือลงต่ำ. เรามักที่จะตั้งไว้ที่ normal และไม่พยายามที่จะดันลงต่ำไปมากกว่านี้ เพราะเราไม่ต้องการให้ทีมของเราต้องถูกกดดันอย่างไม่จำเป็น. และก็ยังเป็นการช่วยทำให้เล่นแผนโต้กลับได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่เหมือนกับตั้งให้กองหลังลงต่ำไปมากๆ

 

 

Push Up: กองหลังเราจะดันขึ้นไปยังกึ่งกลางสนาม. เพื่อที่จะกดดันผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม. แต่จะเป็นการเสี่ยงเมื่อเราเจอกับเกม counter attack ฉะนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้กองหลังที่มีความเร็วเช่นกัน. กองหลังจำเป็นจะต้องมีค่าพลัง positioning, pace และ concentration ที่ดีพอเพื่อที่จะใช้รูปแบบนี้ได้อย่างได้ผล เพราะเราเล่นในเเบบที่เสี่ยงอยู่. การดันกองหลังขึ้นสูงก็เหมาะสำหรับการเล่นแบบดักเช็คล้ำหน้า, และจะยิ่งได้ผลขึ้นไปอีกถ้ามีกองที่มีความฉลาดสูงๆ. จุดเสียในบางครั้งถ้าเกิดการผิดพลาดขึ้นเมื่อไร ผู้รักษาประตูของเราจะต้องดวลเดี่ยวกับฝ่ายตรงข้ามทันที.

 

 

แถบแต่ละแถบเช่น mentality, width, tempo, defensive line etc... จะมีค่าระหว่าง 1-20 ดังตัวอย่าง ถ้าเราลากเเถบ mentality ไปทางซ้ายสุด (1) นักเตะของเราจะเล่นแบบ very defensive และตั้งรับตลอดเวลา. ถ้าเราเซตไปทางขวาสุด (20) นักเตะเล่นเเบบ very attacking และขึ้นบุกในทุกๆโอกาส. เช่นกันสำหรับ defensive line (1) ทีมจะถอยลงไปตั้งรับอยู่แดนหลังแบบสุดๆ และสำหรับ (20) ทีมจะดันขึ้นไปยังเส้นกลางสนามดังที่กล่าวไว้ข้างต้น

 

 

แถบ mentality ที่ตั้งไว้สูงเพียงใด, ก็จะยิ่งส่งผลต่อนักเตะให้บุกขึ้นหน้าจากตำแหน่งของตนเอง และเล่นเกมบุกมากขึ้น. ถ้าเราตั้งแบบ deep defensive line แต่ตั้งให้ mentalities ยังคงเป็น attacking อยู่ นักเตะก็ยังจะคงเล่นเกมรุก แต่จะเป็นจากต่ำแหน่งที่อยู่ต่ำกว่าปกติ. ถ้าเราอยู่ในการครอบครองบอล และเล่นแบบ very attack, เมื่อใดที่เราเสียการครองบอล แถบ defensive line จะเป็นตัวบอกกองหลังของเราว่าควรที่จะถอยลงไปเท่าใด.

 

 

แต่การเล่นเช่นนี้จะเป็นการเสี่ยงอย่างยิ่ง ถ้าหากนักเตะคนใดคนหนึ่งเสียตำแหน่ง หรือถูกพาออกทัวร์. ฉะนั้นก่อนที่เราจะเล่นแบบนี้ ควรที่จะมั่นใจก่อนว่านักเตะกองหลังของเราสามารถที่จะรับภาระกับเกมรับและเกมรุกของทีมได้ทุกคน. ถ้ามีนักเตะที่ไม่เก่งเพียงคนเดียว ก็สามารถทำให้เกิดความแตกต่างของความแข็งแกร่งในเเนวรับของทีมได้. การลากลูกศรถอยหลัง (barrows) ก็มีผลเช่นกัน แต่เราจะไปพูดถึงกันในตอนต่อไป

 

 

มีหลายวิธีที่จะตั้งแผงกองหลังของคุณในเกม, จริงๆแล้วเรา(คนเขียน) ค้นพบว่าการใช้ กองหลังเพียง 2 คน กับ มิดฟิลด์ตัวรับ 3 คน หน้ากองหลัง เป็นแผนที่ประสบความสำเร็จมากๆ. ทีมจะยิ่งเล่นได้อย่างเหนียวแน่นขึ้นมาก ถ้าหากมีนักเตะที่เหมาะสมในการเล่นรูปแบบนี้. ถ้าหากเราเล่นกองหลังน้อยกว่า 4 คน ก็ควรที่จะมีมิดฟิลด์ตัวรับอีกอย่างน้อย 1 คน เพื่อคอยช่วยตัดเกมถ้าหากโดนบุกเร็ว. ถ้าหากเราใช้กองหลัง 3 คน ก็จะเข้าท่ามากหากจะให้กองหลังที่ขนาบข้าง 2 คนเล่น close down มากกว่านักเตะที่ยืนเป็นเซนเตอร์ตรงกลาง

 

 

Tackling Stats

 

Easy: นักเตะจะเข้าบอลเเบบง่ายๆ. จะผิดพลาดก็ต่อเมื่อนักเตะมั่นใจว่าตัวเองเข้าสกัดแล้วจะสามารถเอาบอลมาได้

 

สำหรับ easy tackling นักเตะทุกคนสามารถจะทำได้ และเราแนะนำที่จะให้ใช้กับนักเตะที่มีค่าพลัง tackling น้อยมากๆ

 

English Premier League

นักเตะที่มีค่า tackling ต่ำกว่า 13 ควรจะตั้งไว้ที่ easy สำหรับการตั้งแบบนี้ ในการเข้าแย่งบอลจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก

The Championship

นักเตะที่มีค่า tackling น้อยกว่า 11 ควรจะตั้งเป็น easy

League One

ก็ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก สำหรับนักเตะในลีกวันก็น่าจะเป็น 8

League Two

ควรที่จะเป็นน้อยกว่า 6

 

Normal: นักเตะจะเข้าแย่งบอลถ้าหากมั่นใจว่าจะสามารถแย่งบอลได้. โดยที่จะไม่รีบเกินไปและไม่เข้าบอลอย่างน่าหวาดเสียว

 

English Premier League

นักเตะที่มีค่า tackling ระหว่าง 14-20 จะสามารถใช้การแย่งแบบ normal อย่างได้ผลมาก

The Championship

ควรที่จะเป็น 12-20 ถึงแม้ว่าจะหานักเตะที่ tackling มากกว่า 15 ในลีกนี้ได้ยากก็เถอะ

League One

9-20 สำหรับลีกวัน

League Two

ควรจะอยู่ที่ 7-20

 

Hard: นักเตะจะเข้าเเย่งบอลไม่ว่าจะยังไงก็ตาม. ถึงแม้จะมีโอกาสเพียงเล็กน้อยที่จะได้บอลก็เถอะ.

 

English Premier League

ควรที่จะมีค่า tackling อย่างน้อย 17 บวกกับค่า decision ที่สูงด้วยเช่นกัน.

The Championship

นักเตะที่มีค่า tackling 15 ถึงจะใช้ได้ดีโดยไม่มีผลข้างเคียง

League One

ต้องใช้ประมาณ 12

League Two

อย่างน้อยควรมีซัก 10 สำหรับระดับนี้

 

 

 

Setting Up The Centreback's.....

 

 

ส่วนนี้จะเล่าถึงเรื่องราวเกี่ยวกับกองหลัง โดยจะเเนะนำนักเตะมาให้ 2 สไตล์

 

แบบแรกจะเป็นประเภท Rio Ferdinand และ Lucio ก็คือสามารถที่จะเล่นเกมรับเเละขึ้นเกมรุกได้ด้วย. แต่เราต้องดูให้ดีว่ามีนักเตะที่แข็งแกร่งมากพอ, ไม่งั้นจะเกิดปัญหาในเกมรับอย่างมากเพราะนักเตะจะเสียตำแหน่ง หรือเมื่อเจอกับนักเตะเร็วๆที่เล่นเกมสวนกลับ.

 

ค่าพลังสำคัญที่ต้องการมีดังนี้ :

Positioning, tackling, decisions, anticipation, concentration, marking, acceleration, dribbling, composure, pace and strength

ค่าหลังนี้จะไม่สำคัญมากนัก แต่ก็ต้องการเช่นกัน :

Jumping, aggression, bravery and heading

 

การเซต :

Mentality - defensive to normal (5-10)

Closing down - rarely to normal (5-10)

Creative freedom - low (1-5)

Tackling - Normal

Run With Ball - Often

 

แบบที่สองจะเป็นนักเตะในสไตล์โนราณ เช่น Pallister และ Tony Adams

 

ค่าพลังที่ต้องการ :

Positioning, tackling, decisions, anticipation, concentration, marking, heading and strength

ไม่สำคัญมากนักแต่ก็จำเป็นเช่นกัน :

Jumping, aggression, bravery, heading, acceleration and pace

 

การเซต :

Mentality - defensive to normal (5-10)

Closing down - rarely to normal (5-10)

Creative freedom - low (1-5)

Tackling - Normal

 

 

Keeper Tactic's

 

 

ส่วนนี้จะเล่าถึงผู้รักษาประตูระดับสุดยอดเก่าๆหลายคน และในตัวอย่างแรกจะเป็นสไตล์ของ Peter Schmeichel ซึ่งจะคำรามสั่งการอย่างดุดันในเกมรับถ้าหากเกิดการผิดพลาด ทั้งยังการออกมาตัดบอลได้อย่างเด็ดขาด การอ่านเกมเเละการสั่งการที่แน่นอน ทำให้เป็นที่ขยาดของผู้เล่นแนวรุกฝ่ายตรงข้ามอย่างมาก

 

ในส่วนนี้จะบอกการตั้งเกี่ยวกับผู้รักษาประตูที่เป็นเหมือนกองหลังตัวสุดท้าย. ส่วนของผู้รักษาประตูชนิดนี้เราควรจะดูที่ค่าพลัง handling, reflexes และ agility เป็นจุดสำคัญ

และผู้รักษาประตูสไตล์นี้ก็มักจะต้องออกจากปากประตูของตัวเองบ่อยๆเพื่อมาคอยจัดการตัดบอลที่หลุดเข้ามาได

้ในเขตโทษ เนื่องมาจากการพลาดของกองหลัง. แต่มันก็ยังเป็นการเสี่ยงอยู่เช่นกัน แต่ถ้าหากคุณมีการจัดการที่ดี คุณก็จะได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า

 

 

ค่าพลังที่ต้องการสำหรับ Sweeper Keeper ;

Acceleration, decisions, composure, anticipation, concentration, Positioning, command of area, agility, stamina, jumping, strength and aerial ability

อื่นๆ :

Throwing, pace, concentration, composure, bravery and anticipation.

 

การเซต :

Mentality - อย่างต่ำ 10 หรือมากกว่า (ยิ่ง attacking มากยิ่งเสี่ยงมาก) (ความคิดเห็นส่วนตัว)

Closing Down - ควรจะอยู่ที่ประมาณ 10 หรือน้อยกว่า จะทำให้ผู้รักษาประตูไม่ออกไปไกลเวลาบอลอยู่นอกกรอบเขตโทษ

Tackling - Easy ไว้ จะได้ไม่โดนไล่ออก

 

 

ส่วนนี้จะเป็นการตั้งของผู้รักษาประตูทั่วๆไป ที่มักจะไม่ค่อยจะออกมาตัดบอลไกลๆ และเล่นอย่างรัดกุม

 

 

ค่าพลังที่ต้องการสำหรับ Normal Keeper ;

Decisions, composure, anticipation, concentration, Positioning, command of area, agility, stamina, jumping, strength and aerial ability

อื่นๆ :

Throwing, pace, concentration, composure, bravery and anticipation.

 

การเซต :

Mentality 6

Closing Down -4

Tackling - Easy เช่นกัน

 

by wwfan

 

QUOTE

A few addendums to Cleon's great post

 

Defensive tips in the forums:

 

1: Reduce time wsting for defenders เพื่อไม่ให้ครองบอลไว้กับตัวนานๆและถูกแย่ง

 

2: Reduce passing for defenders to short (why I don't know, but it was given as a possible solution)

 

3: Reduce closing down

 

4: Increase closing down

 

5: Deepen the defensive line

 

6: Increase the defensive line

 

7: Loose-mark

 

8: Tight-mark

 

 

เรื่องนี้จะพูดการป้องกันการผิดพลาดต่างๆที่จะเกิดขึ้นในเกม, เราไม่สามารถที่จะป้องกันปัญหาต่างๆได้ 100% ได้หรอก. แต่เราจะมาหาวิธีลดมันกัน

 

 

ทฤษฎีง่ายๆ. เพื่อที่จะลดการเสียประตูของทีมเรา, ถ้ายังจำกันได้เรื่องมูรินโย่ เกี่ยวกับ 'park a bus in front of the goal' (เอารถบัสมาจอดขวางไว้หน้าประตู). เราจะมาทำให้มั่นใจว่าเมื่อเราเล่นเกมรับ เราจะมีนักเตะที่คอยอยู่รับมือกับทีมฝั่งตรงข้าม.

 

 

Width: ง่ายๆ, ยิ่งทีมเล่นแบบแคบมากเท่าใด, ก็ยิ่งจะมีนักเตะในกรอบเขตโทษอยู่มากขึ้นเวลาเล่นเกมรับเช่นกัน. (มันเป็นเหมือนการเล่นแบบบีบพื้นที่เข้าตรงกลาง ทำให้ศูนย์กลางแข็งแกร่งยิ่งขึ้น). แต่ก็มีจุดเสีย ถ้าเราเล่นแคบมากเกินไป จะเกิดพื้นที่ว่างขึ้นทางด้านข้างเช่นกัน, ฉะนั้นพิจารณาให้ดี

 

 

1) ป้องกันการเกิดพื้นที่ว่างขึ้นระหว่างจุดต่อของแดนหน้า, กลาง, และหลัง ของแผนที่เราเล่น, จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราตั้ง mentalities ไว้อย่างไม่สมดุล เช่น ตั้งกองหลัง ไว้ defendsive และ deep defensive line ในขณะที่ตั้งกองหน้า หรือปีกไว้ที่บุกแบบไม่ลืมหูลืมตา. จะทำให้การส่งบอลกลายเป็นความผิดพลาดอยู่เสมอ (เป็นจุดเริ่มของปัญหาต่างๆที่ตามมา) ไม่สามารถส่งบอลขึ้นหน้าได้ ต่อไปเกมของเราก็จะแตก และเกิดพื้นที่ว่างขึ้นอย่างมาก จนคอมมาเล่นวิ่งไล่จับกันได้ (ขนาดนั้นเชียว). ฉะนั้นเราจึงควรพิจารณาและตั้งให้เกิดความสมดุล (ให้ลองนั่งดูแข่งแบบฟูลแมตช์ก็ได้)

 

 

2) เรื่องต่อมาเราก็ควรดูว่า, แผนที่เราเล่น นักเตะไม่อยู่กระจุกกันแน่นจนเกินไป (ดูตอน pitch มันจะวิ่งซะจนเกือบชนกันตาย) ข้อนี้ก็จะทำให้เกิดผลเสียเช่นกัน.

 

เนื่องจากการที่มีพื้นที่ว่างมากและน้อยเกินไป, การจัดระเบียบสังคมของ d-line และตำแหน่งนักเตะให้เหมาะสมกัน, จะทำให้เกิดความสมดุลกับพื้นที่ของแผนที่เราใช้ (posted by bflaff)

 

 

Low Forward Runs: ถ้าเราไม่ให้ Full Backs และกองกลางที่คอยช่วยเกมรับบุกขึ้นหน้า . เราก็จะการันตีได้ว่าจะมี นักเตะ 5 คน คอยตั้งรับให้เราอย่างแน่นอน.

 

Marking: Tight marking ช่วยจำกัดพื้นที่ในการเล่น, จะเป็นการดีที่สุดสำหรับแผนกองหลัง 5 คน. จะช่วยจัดการกับผู้เล่นที่คอยสร้างเกมของฝ่ายตรงข้ามได้. Man-marking ยังมีจุดบกพร่องอยู่, ฉะนั้นการเล่นแบบโซนจึงดีที่สุด. ซึ่งก็อาจจะได้รับการแก้ไขใน 7.0.1 ก็เป็นได้

 

 

Counter-attack: จะเป็นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเล่นสวนกลับ. มันไม่ได้หมายความว่าทีมเราจะเล่นสวนกลับในทุกครั้งที่มีโอกาส. ดูเหมือนมันจะหมายความว่าการที่จะตัดสินใจโต้กลับไปจะขึ้นอยู่กับความคิดของนักเตะที่ว่าความเสี่ยงกับผลต

อบแทนอันไหนมันคุ้มกว่ากัน, ดังนั้นทีมเราจะโต้กลับก็ต่อเมื่อโอกาสที่เราจะเสียการครองบอลนั้นน้อยมาก และการถูกดักได้ในขณะที่โต้กลับ (อธิบายเป็นไทยไม่ค่อยถูก ลองอ่านอังกิดควบคู่ไปด้วย)

 

 

การเพิ่มเติมตามที่กล่าวมาจะช่วยลดความสามารถในการเข้าสู่พื้นที่ว่างและเปลี่ยนมันให้เป็นโอกาสโดยทีมฝั่

งคอม. อย่างไรก็ตาม, การจำกัดตัวผู้เล่นที่จะบุกของฝ่ายเรา. ช่วยให้เราเล่นได้อย่างรัดกุม. การเล่น counter-attacking, จะช่วยสร้างความประหลาดใจเมื่อเล่นเป็นทีมเยือน. เล่นในบ้าน, จะเล่นด้วยวิธีที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง, ไว้บอกในเรื่องต่อไป

 

by rashidi1<<<< ใช่คนทำรึเปล่าหว่า...น่าจะใช่นะ

 

 

 

Global Settings - Are they applicable to defenders

 

สรุปคร่าวๆว่า เซนเตอร์ไม่ควรที่จะ closing down แต่เป็นเรื่องดีที่ fullbacks ควรที่จะ closing down มากกว่า โดยตั้งไว้ที่ 12-15

 

การลากลูกศรลงล่างของ fullbacks ช่วยได้มาก, จะทำให้แบ๊กห่วงในเกมรับมากขึ้น และควรตั้ง mentality ไว้ที่ 12-14 ส่วนจะเพิ่มเพื่อบุกหรือลดเพื่อรัดกุมก็ตามใจ

 

Credit : คุณ Kittipol และคุณ THE POSITION

Share this post


Link to post
Share on other sites

สุดยอดเลยค้าบ กระจ่างใจเลย!!!!

Share this post


Link to post
Share on other sites
Guest Mum

อันนี้รู้สึกว่าจะเป็นเทคติกคลีนิคที่คุณ Kittipol นำแบบภาษาอังกฤษมาเผยแผ่และคุณ THE POSITION ได้แปลเป็นภาษาไทยเอาไว้ ใช่ป่าว :pp021: ถ้าจำไม่ผิดนะ

Share this post


Link to post
Share on other sites
Guest อ๋องซานซูจิ

เซียนที่กินลูกท้อป่าว

Share this post


Link to post
Share on other sites

สุดๆ !!----ตอนนี้ กำลัง Train ใหม่อยู่ เลือก shooting เต็มสตรีม

Share this post


Link to post
Share on other sites
Guest Agger

ใจงับ

______________

Posted Image

เราจะไม่มีวันจากSOS DANไป

Share this post


Link to post
Share on other sites
Guest ยาแก้สมองผูกตราควายบิน

ทฤษฎีผมมากก็จริงนะ แต่ถึงเวลาแล้วก็แพ้เป็นเหมือนกัน - -*

Share this post


Link to post
Share on other sites

สุดยอดอีกแล้ว ขอบคุณนะครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

one word for you ==== สุดย๊อดดดดดดดดดดดด

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ่านไม่ไหว ยาวมากเลย ว่างๆจะเข้ามาอ่านนะคับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

thx

Share this post


Link to post
Share on other sites

 

เคยอ่านไป แล้วรอบนึง อ่านอีก รอบ ก็ได้ ดิ๊ !!!!!!

 

ขอบคุน ที่ back up ไว้ นะคับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

สุดๆ !!----ตอนนี้ กำลัง Train ใหม่อยู่ เลือก shooting เต็มสตรีม

อย่าทำแบบนั้น ขอเตือนไว้ก่อน ค่า max จากการเพิ่ม attribute จะหยุดแค่ 19 คลิ๊กจากซ้ายของเทรนนิ่งเท่านั้นเพิ่ม max ไปเสีย workload ไปเปล่าๆแถมค่าอื่นจะตกด้วยอัตราแบบ exponential อีกตะหาก

Share this post


Link to post
Share on other sites

เยอะจังแต่ดีมากๆๆๆๆๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

อันนี้รู้สึกว่าจะเป็นเทคติกคลีนิคที่คุณ Kittipol นำแบบภาษาอังกฤษมาเผยแผ่และคุณ THE POSITION ได้แปลเป็นภาษาไทยเอาไว้ ใช่ป่าว :pp021: ถ้าจำไม่ผิดนะ

ใส่ให้แล้วนะครับ...ผิด ถูกอย่างไรรอ เจ้าตัวมายืนยันนะครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

โหว สุดยอดเลยคับขอบคุงมากคับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ละเอียดยิบเลยขอบคุณทั้งคุณ Kittipol คุณ THE POTION และก็คุณ manutdlover เลยค่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณมาก กระจางเลย

Share this post


Link to post
Share on other sites

เยี่ยมคับ ขอบคุณมากมายเรยอิอิอิ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ยาวมากเลยครับแต่ก็ขอบคุณอ่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!

Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.

Sign In Now
0