Jump to content

K.W.E.

นักเตะชุดใหญ่
  • Content Count

    227
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    3

K.W.E. last won the day on October 25 2017

K.W.E. had the most liked content!

Community Reputation

62 เยี่ยม!

About K.W.E.

  • Rank
    นักเตะชุดใหญ่

Recent Profile Visitors

1,243 profile views
  1. เคล็ดไม่ลับ ผู้จัดการสายปั้น -ว่าด้วยเด็กเกิดใหม่ในทีม- การเล่น FM นี่... นอกจากการคุมทีมให้ประสบความสำเร็จได้ถ้วยรางวัลแล้ว อีกหนึ่งความสนุกก็คือการได้ปลุกปั้นเด็กสักคนขึ้นมาจนโด่งดัง พาทีมบินสูงล่ะนะครับ ยิ่งถ้าเด็กนั้นเป็นสัญชาติเดียวกับผู้จัดการ อีกทั้งเติบโตมาในฐานะนักเตะอคาเดมี่ของสโมสรและพาทีมชาติบินสูงได้ด้วยแล้ว ก็ยิ่งเป็นความสนุกและภาคภูมิใจในตัวผู้จัดการอีกแบบหนึ่ง การปั้นเด็กมีอยู่ 2 รูปแบบหลักๆ คือ 1. ปั้นเด็กที่เกิดขึ้นมาเองในสโมสร (youth intake) ซึ่งจะมีกำหนดการเปิดคัดตัวชัดเจน อย่างพรีเมียร์ลีคนี่มักจะมาช่วงต้นเดือน มีนาคม ของทุกๆ ปี 2. ดึงเด็กจากต่างที่มาปั้นในสโมสร การปั้นเด็กโดยเน้นก่อนอายุเกิน 18 ปี มีข้อดีดังนี้ 1. มีโอกาสได้ HG ครับ ยิ่งถ้าไปรายการยุโรปที่มีการแบ่งเป็น HGC HGN ใครปั้นเด็กไว้มากจะเป็นประโยชน์ทีเดียว ไม่ต้องปวดหัวกับการจัดโควต้านักเตะลงทีมแล้ว 2. ด้วยสัญญาเงื่อนไขระดับเยาวชนอย่าง Hot Prospects หรือ Youngster แล้ว นักเตะจะไม่มีงอแงแม้ไม่มีโอกาสได้สัมผัสสนามในฐานะนักเตะชุดหลักครับ ซึ่งจะยื้อเวลาให้เราได้จนกว่าจะอายุประมาณ 22 ปีได้เลย 3. ถ้าผลงานยังไม่โดดเด่นมากนัก ค่าเหนื่อยระดับเยาวชนจะถูกมากแค่หลักพันไปถึงหลักหมื่นต้นๆ เท่านั้น นั่นคือคุณสามารถปั้นเด็กจำนวนมากโดยที่ไม่กระทบกับค่าจ้างและเพดานเงินเดือนรวมนัก มันคือการสร้างอนาคตที่ไม่ได้เข้าเนื้อมากมายเลย ถ้าคุณมีต้นทุนด้านโครงสร้างทีมที่นิ่งมาแต่แรกแล้วน่ะนะ การมีเด็กเกิดใหม่ในสโมสรเนี่ย ถ้าเป็นพวกเก่งๆ แล้ว มันจะช่วยให้งานคุณสบายและอยู่ยาวอย่างมั่นคงเลยครับ อีกประการมันก็เป็นความเจ๋งกลายๆ ด้วยล่ะนะครับกับการที่มีเด็กปั้นท้องถิ่น โตมากับสโมสรจนกลายเป็นตำนาน ตัวอย่างเช่น เจอราร์ด เทอร์รี่ กิ๊กส์ สโคลส์ โทนี่อดัมส์ แมททิวเลอทิสสิเยร์ ต็อตติ มัลดินี่ หรือแก๊งบาซ่าอย่าง ชาบี อิเนสต้า ปูโยล แก๊งค์มาดริดอย่าง ราอูล คาซิยาส ที่อาจไม่ได้แขวนสตั๊ดที่สโมสรแต่ก็เป็นเด็กปั้นขึ้นหิ้งทำเนียบตำนานสโมสรได้เช่นกัน การปั้นจึงเป็นความสนุกท้าทายมาก โดยเฉพาะในรูปแบบที่ 1 ที่เกิดในสโมสร หรือแบบ youth intake นั่นล่ะครับ แต่...... ผมเชื่อว่าหลายท่านเองก็น่าจะประสบปัญหาคล้ายๆ กันตรงที่... เด็กเกิดใหม่แต่ละล็อตนั้นทำไมดูไม่ค่อยเก่งกันเลย เอาเข้าจริงแล้วไปซื้อจากทีมอื่นยังดูดีกว่าเสียอีก ซึ่งถ้าท่านจะคิดแบบนั้นมันก็ไม่ผิดเลย เพราะโอกาสเจอเด็กเก่งๆเกิดมาในสโมสรนั้น ไม่ได้มีกันบ่อยๆ เห็นกันได้ทุกฤดูกาลครับ อันนี้ก็ต้องอธิบายสักหน่อยว่าเกมๆ นี้เป็นการคำนวณความน่าจะเป็นครับ ก็มีการใส่ตัวแปรเพิ่มโอกาสเข้าไป แต่กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าใส่เยอะแล้วจะการันตีตัวดีแบบกาชาปองแพงๆ และในทางกลับกันการไม่เพิ่มปัจจัยใหญ่ๆ ไปเลย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสได้ตัวเก่งๆ เกิดใหม่ครับ เรื่องนี้มันว่าด้วยความน่าจะเป็นล้วนๆ เช่นนั้นแล้วสิ่งที่เราควรทำหากต้องการให้มีนักเตะดีๆ เกิดใหม่ก็คือ เพิ่มโอกาสความน่าจะเป็นให้สูงขึ้นนั่นเอง อย่างน้อยๆ เวลาสุ่มเนี่ย มันจะมีโอกาสได้ของดีมากกว่าเดิมครับ ยิ่งถ้าคุณเป็นแนวโหลดใหม่หวังผลล่ะก็ จะเห็นความแตกต่างชัดเจนเลยว่าโอกาสได้ตามเป้าหมายจะเยอะขึ้น บทความนี้จะว่ากันที่ Youth Intake กันล้วนๆ คิดว่าคงคุ้นตากันดีสินะครับ กับช่วงต้นเดือนมีนาคม แล้วจะมีการคัดนักเตะเข้าชุดเยาวชนแบบนี้ ก็เป็นอีกความสนุกหนึ่งกันว่าถึงเวลาแล้ว จะมีนักเตะหน้าใหม่ๆคนไหนเข้าตาบ้างน้า และหนึ่งในนั้นก็อาจเป็นว่าที่ตำนานสโมสรในอนคตก็ได้ใครจะรู้ สังเกตแถบข้างๆ จะมี YC ขึ้นมา พอจิ้มเข้าไปดูแล้ว ก็จะเห็นรายชื่อเด็กๆ ที่จะมาคัดตัวให้เราเลือกทำสัญญาเข้าชุดเยาวชนนี่เอง วัยกระเตาะกันทั้งนั้นเลย แล้วปีนี้ก็มีเด็กไทยมาคัดเลือกเสียด้วย ก็เป็นอะไรประมาณนี้ครับ แต่แน่นอนว่าเด็กก็คือเด็กล่ะนะ พลังมันก็บางสมของจริง เช่นเด็กไทยที่ว่า พอจิ้มดูพลังแล้วก็ปรากฎว่า... พลังบางอย่างที่ว่ามา ดูแล้วไม่น่าปั้นขึ้นเลย แต่ก็ต้องแบบนี้ล่ะครับ เพราะถ้าเกิดมาพลังสูงเลย สักพักตัวเทพคนล้นไปหมด เพราะขนาดเล่นแบบนี้ก็ยังมีแฟนเกมรู้สึกว่าตัวเก่งเยอะอยู่เลย ฉะนั้นเรทการสุ่มได้ตัวดีๆ ก็เลยน้อยตามระบบไป ในเซฟนี้ผมเจอเด็กไทยคนหนึ่งพลังน่าสนเลยล่ะ ปั้นไปอยู่หลายฤดูกาลตอนนี้กลายเป็นตัวหลักไปแล้ว เริ่มต้นเป็นเด็กไทยเลยครับ แต่อย่างว่าเซฟนี้ไม่ได้ลงฐานข้อมูลไทยลีคไว้ ตัวเลือกเลยน้อย สุดท้ายกลายเป็นทีมชาติอังกฤษเรียกตัวก่อนครับ สัญชาตในเกมก็เลยดีดมาเป็นชาวอังกฤษซะงั้น แหม่... น่าเสียดายเด็กไทย ผลงานระดับโลก (ติดทีมชาติอังกฤษไปแข่งบอลโลกด้วยนะนั่น) แต่นั่นล่ะครับ ตามที่ว่ามาคือถ้าอยากเล่นสายปั้นจริง เราก็พอจะหาทรัพยากรดาวรุ่งแบบดีๆ มาให้ปั้นได้อยู่ครับ แล้วเงื่อนไขการเพิ่มโอกาสมีเด็กเกิดใหม่เก่งๆ มาเข้าสโมสรมีอะไรบ้าง? จากการอ่านเวปนอกและลองเล่นเองดู ก็ปรากฎว่ามีครับ และปัจจัยที่อยากให้คุณๆ เน้นเลยก็มีดังนี้ 1. Head of Youth Development ตำแหน่งหัวหน้าด้านเยาวชน ว่ากันว่าเด็กเกิดใหม่จะมีโอกาสล้อตามรสนิยม(สไตล์) ของหัวหน้าตำแหน่งนี้ครับ นอกจากบทบาทฝึกสอนนักเตะแล้ว เขายังมีส่วนในการค้นหาเด็กใหม่มาเสริมด้วย เช่นนั้นแล้วพลังหลักๆ ก็ควรเน้นตามพื้นฐานแมวมองผสานกับเยาวชนเข้าไว้ครับ คือ... - Working with youngsters - Judging potential player ability - Judging player ability เห็นว่ามีส่วนทำให้ฝึกเด็กเก่งเร็วขึ้นครับ และจะมีผลกับค่า CA/PA ด้วย นอกจากนี้สไตล์โค้ชเองก็สำคัญ ซึ่งทางเวปนอกเขาแนะนำว่าถ้าได้ประเภทนี้จะดีมาก - Professional (or model professional) - Model citizen - Perfectionist (เซฟนี้ผมไม่ได้เน้นเท่าไหร่ พลังเลยไม่ครอบคลุมโดนใจนักน่ะนะครับ) ส่วนถ้าสนใจอยากลองหาโค้ชที่ว่าพลังได้จริงๆ ก็ลองวิธีการจากบทความเก่าผมได้ครับ http://www.fm-thai.com/board/index.php?/topic/121035-%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%86-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%96%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A/&tab=comments#comment-1520395 2. Scouting Network เป็นความกว้างขวางของแมวมองครับ กรณีที่คุณอยากได้นักเตะจากต่างชาติบ้าง การส่งแมวมองไปทั่วโลกจะทำให้มีโอกาสได้นักเตะจากภูมิภาคอื่นๆ ครับ อันที่จริงถ้างบมากพอ ผมแนะนำให้ส่งไปทั่วโลกเลยนะครับ เพราะนอกจากเพิ่มโอกาสได้เด็กเกิดใหม่แล้ว คุณยังอาจมีโอกาสค้นพบเพชรเม็ดงามที่พร้อมถูกเจียรไนอยู่ในดินแดนที่แมวมองทีมอื่นไปไม่ถึงครับ ผมเองก็ได้อานิสงค์จากแมวมองไม่น้อยเลย นี่ส่งไปเพียบเลย แล้วก็ได้ดาวรุ่งเม็ดงามมาคน ตอนนี้จะเป็นตำนานสโมสรไปล่ะครับ คิดว่าผมซื้อเขามาตอนแรกด้วยค่าตัวเท่าไหร่เอ่ย? เฉลยเลยละกัน... 1.5 m ครับ ปั้นอยู่พักใหญ่ แต่พอติดลมบนแล้วก็ใช้คุ้มยาวเลย เป็นดาวรุ่งที่ได้โอกาสไวมาก เพราะพลังค่อนข้างดีแต่แรก เมื่อเทียบกับตำแหน่งเดิมๆ ที่อืดอาด 3. Youth Recruitment มีเงินก็พัฒนาส่วนนี้ไปเลยครับ เพิ่มโอกาสได้ PA สูงอีกนิดของเด็กเกิดใหม่ 4. Junior Coaching เพิ่มคุณภาพการปั้นชุดเยาวสชนครับ ว่ากันว่าถ้าส่วนนี้อยู่ในระดับสูงแล้ว ก็มีโอกาสให้เด็กเกิดใหม่มี CA มากขึ้นตามไปด้วย 5. Youth Facilities ศูนย์ฝึกเยาวชน ที่ผมไม่แน่ใจว่ามีผลกับเด็กเกิดใหม่หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ คือเด็กในทีมเราจะต้องฝึกในนี้อย่างน้อย 3 ปีล่ะครับ ยิ่งถ้าคุณจะเอาให้ได้ HGC ด้วยแล้ว ก็อยู่กันยาวเลย เพราะงั้นแล้วมีศูนย์ฝึกที่ดีจะทำให้เด็กเก่งขึ้นไวมากครับ ยิ่งถ้าคุณให้โอกาสเขาลงสนามด้วยแล้ว ไม่ต้องบ่อยก็ได้ แต่งานนี้ดีกว่าให้สโมสรอื่นยืมตัวเสียอีกครับ 6. Training Facilities ส่วนนี้เป็นการต่อยอดครับ เพราะถ้าเกินอายุที่จะอยู่ทีม U18 แต่ยังไม่แข็งพอจะอยู่ชุดใหญ่ เด็กพวกนี้ก็ต้องฝึกแบบเดียวกับชุดใหญ่แล้ว แต่ช่วงอายุ 19-21 ก็ยังเป็นจุดที่พลังขึ้นได้อีกเยอะครับ เพราะงั้นศูนย์ฝึกหลักเองก็ควรเน้นด้วย ประเด็น 3-6 นี่ต้องขอจากบอร์ดเอานะครับ ภาพตัวอย่างครับ นี่ไปสมัครทีมรองๆ มาเป็นตัวอย่าง ถ้ามีเงินก็ Improve ศูนย์ฝึกหลัก เยาวชนให้ครบไปเลยครับ จากนั้นก็ลงมาดูส่วนนี้ต่อ กด Increase Junior Coaching Budget ให้ตันไปข้างเลยครับ พัฒนาระบบการฝึกเยาวชนให้สุดไป แต่ก็แน่นอนว่ามีค่าใช้จ่ายระยะยาวนะครับ ก็ไม่ได้มากอะไร ถ้าคุณเล่นทีมใหญ่ และใช้จ่ายเกินมีวินัยน่ะนะ ถ้าองค์ประกอบส่วนนี้ครบแล้ว มีโอกาสสูงขึ้นที่จะได้เด็กเกิดใหม่เก่งๆ ครับ หรือต่อให้เอาเด็กจากต่างถิ่นมาปั้น ก็เติบโตได้ไวไม่แพ้กัน นอกจากนี้ ผมมีทริกส์เพิ่มเติมมาบอกต่อครับ กรณีที่คุณอยากได้ นักเตะสัญชาติไทย หรือนักเตะอื่นๆ นอกจากชาวอังกฤษเนี่ย ผมแนะนำให้คุณ... 1.ตั้งค่าผู้จัดการเป็นคนไทยไปเลยแต่แรกครับ ข้อดีคือคุณจะได้ค่า Scouting Knowledge ของชาตินั้นๆ มาแต่แรก ผลก็คือทำให้มีโอกาสสุ่มได้นักเตะชาติเดียวกันมาระดับหนึ่งครับ อย่างผมเล่น 2 เซฟ ใช้ฐานข้อมูลผู้จัดการคนเดิม ก็เจอนักเตะไทยมาเกิดเป็นระยะๆ ครับ จะว่าชาตินิยมก็ไม่เชิงน่ะนะครับ เป็นพวกชอบความสมจริงมากกว่า ไม่ว่าเล่นภาคไหน ก็จะเซ็ตให้ตัวเองเป็นสัญชาตไทยเสมอครับ แล้วก็ค่อยดูอีกทีว่าจะให้อังกฤษเป็นสัญชาตที่สองไหม จะมีผลดีเรื่องการปรับตัว แต่เพราะงี้ล่ะครับ Scouting Knowledge ของประเทศไทยเลยได้อานิสงค์เต็มหลอดมาแต่แรก ส่วนฝรั่งเศสนี่ พอดีผมคุมทีมชาติฝรั่งเศสพ่วงด้วยครับ เลยได้อานิสงค์มาอีกชาติ พอผู้จัดการทีมเป็นคนไทย ในหลายๆ ครั้งเด็กเกิดใหม่ก็จะมีคนไทยแทรกมาเป็นระยะครับ บางท่านที่สงสัยว่าทำยังไงถึงมีนักเตะไทยเกิดในทีม ส่วนหนึ่งก็ด้วยเหตุผลนี้ประกอบกันนี่เอง 2. หาสโมสรพันธมิตรมาเพิ่มเครือข่าย อันนี้เพิ่งสังเกตกับตามาหมาดๆ เลย วิธีการคือการขอบอร์ดเช่นเคย จากนั้นเลือกเงื่อนไขนี้ครับ เริ่มจากการขอสโมสรพันธมิตร ก็เหมือนกับที่เราขอสโมสรช่วยตอนแก้ปัญหาเรื่อง WP นั่นล่ะ แต่มาปรับรายละเอียดตรงนี้ครับ เลือกข้อ 4 ครับ ที่ว่า We should ssek an affilitation with a club which can provide us a chance to recruit foreign youngsters. จากนั้นก็ไฟว์ท์กับบอร์ดหน่อย เพราะส่วนใหญ่ไม่ค่อยอนุมัติทันทีหรอกครับ อ้อ... งบต้องได้ด้วยนะครับ ไม่งั้นถกให้ตายก็มีแต่เข้าเนื้อ งัดข้อแต่พอประมาณ ถ้าเงื่อนไขได้เดี๋ยวบอร์ดก็ใจอ่อน ถ้าบอร์ดอนุมัติแล้วมันจะมีให้เลือก 2 ข้อครับ ถ้ากดอันแรกก็จะขึ้นมาแบบนี้ ก็คือให้เราเลือกสโมสรได้เองครับที่ปุ่ม Choose Club มีเพียบ ก็เลือกมาสักอัน คลิกขวาที่สโมสรที่เลือก กด Choose as Affiliate Club แล้วก็ไปกด Confirm ซ้ำ จากนั้นก็รอครับ ไม่กี่วันก็ได้คำตอบล่ะ ถ้าได้ก็จะได้เลย แต่ถ้าไม่ได้มันจะบอกว่าล้มเหลวครับ ซึ่งถ้าเราอยากเลือกประเทศก็กำหนดเองได้เลยครับ ถ้าไม่มีในลิสต์ก็ search เอาเลย แต่ต้องระวังด้วยนะครับว่าถ้าทีมใหญ่พอกัน มันจะไม่เลือกมาเป็นพันธมิตรให้ครับ ผมเคยลองจับบาเยิร์นอยู่ สุดท้ายไม่ได้ครับ เสียโควค้าฟรีในรอบนี้เลย อันนี้ผมเลือกทีมรองๆ อย่าง ซูริกส์ของสวิสฯ ดู ซึ่งผ่านไปไม่กี่วันก็ได้รับการอนุมัติครับ พอเข้าไปดูหน้ารวมก็มีมาล่ะครับ นี่คือเลือกข้อ 1 เรากำหนดทีมได้(บ้าง) ส่วนถ้าเลือกข้อ 2 ก็รอไป 1 เดือนเลย ให้สโมสรจัดการทั้งหมด พอถึงเวลาสโมสรจะหามา 4 ทีมแล้วให้เราเลือก 1 ในนั้นครับ ส่วนจะมาจากประเทศไหนบ้าง อันนี้ก็สุ่มมาอีกนั่นแหล่ะ มีสโมสรพันธมิตรในเงื่อนไขนี้ดียังไง? ก็คือเพิ่มทางเลือกนักเตะประเทศนั้นๆ น่ะครับ อย่างเซฟนี้ผมมีพันธมิตรในเงื่อนไขที่ว่า 2 ทีม (ก่อนที่จะลองเพิ่มซูริกเข้ามา) ก็คือ Malmo FF ของสวีเดน กับ Rosario Central ของอาร์เจนติน่า ข้อสังเกตคือ Link Type ครับจะเป็น Benefits for the youth setup for both teams ดูเผินๆ เหมือนไม่มีประโยชน์อะไร แถมต้องเสียเงินรายปีให้อีก แต่มันจะได้เรื่องเอาตอนถึงเวลาหาเด็กใหม่นี่ล่ะครับ อย่างเซฟนี้โหลดมาปรากฎว่า มีเด็กจากสองสโมสรมาคัดฝีเท้าด้วย เด็กจาก Malmo ก็เป็นชาวสวีเดน ส่วนเด็กจาก Rosario Central ก็เป็นชาวอาร์เจนครับ สโมสรเครือข่ายจะเพิ่มโอกาสได้คนประเทศนั้นๆ แต่ว่า... เก่งหรือเปล่าอันนี้ก็ขึ้นกันโชคเหมือนกัน แต่มันก็ล็อคเป้าง่ายขึ้นใช่ไหมล่ะครับ คร่าวๆ ก็ประมาณนี้ล่ะนะครับ จะเห็นว่าการหาเด็กเกิดใหม่และปั้นไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไรเลยครับ แต่ว่าก็เป็นเรื่องที่เปลืองทีเดียว กว่าจะพัฒนาขึ้นขีดสุดนี่หมดไปเยอะอยู่ครับ และต้องใช้เวลามากด้วย อย่างศูนย์ฝึกเนี่ย กว่าจะพัฒนาไปถึงขีดสุดได้นี่ก็ว่ากันเป็นปีๆ เลยครับ อย่างศูนย์ฝึกชุดใหญ่นี่ก็มีตั้งหลายระดับ แย่สุดคือ Poor ดีสุดคือ State of the Art ศูนย์ฝึกเยาวชนเองก็พอๆ กัน และพวกนี้กว่าจะสร้างเสร็จว่ากันเป็นปี ครับ แถมมีหลายระดับอีกต่างหาก เพราะงั้นกว่าจะได้ครบเนี่ย นอกจากมีเงินแล้วต้องให้เวลาด้วย การปั้นเลยเป็นอะไรที่เราต้องอยู่โยงกับสโมสรนานมากครับ แต่ถ้าคุณเป็นสายปั้นและคิดจะเล่นยาวๆ ก็พัฒนาส่วนนี้ไปพร้อมๆ กับนักเตะนั่นล่ะครับ ถ้ามันเต็ม Max เมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นก็สบายล่ะ เพียงแต่ว่าถ้าดวงท่านไม่แรงพอ งานนี้อาจต้องอาศัยการโหลดบ่อยๆ มาชดเชยล่ะนะ... ยิ่งถ้าอยากได้เด็กชาติเดียวกันถูกใจก็ลองโหลดใหม่ดูครับ แล้วคุณจะเห็นถึงความหลากหลายของเด็กที่เกิดใหม่ครับ
  2. เกริ่นกันสักหน่อย สำหรับคอ FM ที่จะเน้นเล่นยาวๆ หรือปั้นเด็กแล้ว ทีมงาน Staff เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย แต่ปัญหาคือเปิดมาทีมงานเราอาจไม่ดีพอ หรือเล่นไปนานๆ แล้วทีมงานจะทะยอยเกษียณตัวเองไป หนักเข้าก็ถูกทีมอื่นฉกตัวไป ปัญหาทีมงานมือดีขาดจึงเป็นเรื่องชวนปวดหัวไม่น้อยสำหรับชาวเราผู้จัดการนักบริหาร ซึ่งทีมงานนี่ถ้าจะเอาสมบูรณ์จริง ก็จำนวนไม่น้อยนะครับ หากท่านนำทีมมีผลประกอบการดี ผลงานก็ดีแล้ว พื้นที่ของ Staff ในทีมท่านจะเอามาก ผลงานดีเรื่อยๆ งบดีประมาณหนึ่ง ก็จะได้ตำแหน่งโค้ชเพิ่มปีละ 2-3 ตำแหน่งเลย (แต่คนละหน้าที่นะ อาจเป็นของ U18 บ้าง แมวมองบ้าง) อนึ่ง… รู้หรือไม่? นอกจากชุดหลักแล้ว ท่านจะมีทีมงานชุด U23 และ U18 ซึ่งมันจะไม่ขึ้นในช่องแสดงผลทีมงานชุดหลักนะเออ อันนี้ต้องเข้าไปดูการแจกงาน บางทีถึงรู้ตัวว่าทีมงานเราไม่พอ วิธีเช็คคือ อันดับแรกไปที่ตำแหน่ง U18 ก่อน ขึ้นหน้านี้แล้วไป Training ไปที่ Coaches จะเข้าหน้าตางรางการฝึก ซึ่งดูเผินๆ จะเหมือนชุดหลักครับ แต่ถ้าดูรายละเอียดแล้วจะเห็นว่าทีมงานมี เน้น U18 กับ U23 กับ Head of Youth Development เป็นหลักเท่านั้น จะใช้ร่วมกันก็คือทีมฟิตเนส ทีมโค้ชผู้รักษาประตู แล้วก็ตัวเราที่คุมทุกระดับ หากใครสงสัยว่าปั้นเด็กแล้วพลังไม่ขึ้น ก็ลองแว้บไปดูส่วนนี้สักหน่อยนะครับว่าทีมงานเราพร้อมไหม บางทีไประวังเรื่องศูนย์ฝึกเยาวชนมากเกินไปจนมองข้ามส่วนนี้ก็อาจได้เรื่อง เพราะนอกจากทีมงานไม่ดีแล้ว ยังมีปัญหาเรื่อง Workload ด้วย เช่นกันพอมาดูที่ U23 อันนี้จะเป็นส่วนผสมโค้ชชุดหลัก กับโค้ชชุด U23 ครับ ซึ่งก็จะทีมงานเดียวกับชุดใหญ่ ถ้าอยากรู้ว่าทีมงานเราขาดเหลือเท่าไหร่? ก็สามารถดูได้ที่ Board ครับ แล้วไล่ลงมาดูตรงข่อง Staff จะมีค่า Current กับ Advice ช่องแรกคือจำนวนที่มี ช่องหลังคือแนะนำให้มี เซฟนี้ผมจัดจนครบล่ะ ซึ่งก็มีวิธีเช็คอีกวิธีซึ่งผมใช้บ่อยๆ ก็คือ เข้าไปลองซื้อเล่นๆ ดูครับ ก่อนอื่นก็มาตรงนี้ครับ Staff และ Staff Search ลองซื้อใครก็ได้ (แต่ไม่ต้องซื้อจริงๆ) แล้วมันจะขึ้นหน้านี้ให้ครับ สำคัญคือดูตรง Currently ที่จะบอกสถานะเรา ถ้าเป็นแบบข้างบนคือ เต็มครับ มีตำแหน่งงาน 19 แต่เรามีโค้ชไปแล้ว 19 คนเช่นกัน ก็ลองไล่เช็คดูเลยครับว่าเทียบกับตำแหน่งอื่นๆ แล้วมีตรงไหนขาด แนะนำให้เช็คตัวเลขไว้ก่อนครับ โดยแยก U18 U23 ออกจากกันครับ ที่พึงระวังคือ ตำแหน่งโค้ชผู้รักษาประตู โค้ชฟิสเนส และโค้ชทั่วไป ถือว่าคือ โควต้า 1 ตำแหน่งนะครับ สมมติถ้าเราเป็นว่าทีม U18 ขาดโค้ช… ตำแหน่งทั่วไป 1 ประตู 1 ฟิตเนส 1 นี่… แล้วมันเขียนว่า Currently 9/10 นั่นจะหมายความว่าเราสามารถซื้อเติมได้ 1 คนจากในนี้นะครับ ไม่ใช่ตำแหน่งละ 1 คน ถ้าอยากได้ 3 คน ตำแหน่งที่ขาดจะเป็น Currently 7/10 ครับ แต่ตำแหน่งเฉพาะเช่น ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือเฮดโค้ช อันนี้เป็นตำแหน่งเฉพาะครับ ถ้าว่างก็เซ็นต์ได้เลย ก็ลองไล่ดูชุด U23 ด้วย พอประกอบชุดหลักแล้ว ทีนี้คุณก็รู้ล่ะว่าเราจะเสริมได้อีกกี่ตำแหน่ง ต่อมาก็มาดูความถนัดกัน คือจะเซ็นต์เข้ามาฝึกแล้ว ก็ควรเลือกโค้ชที่ดูชำนาญไปเลยจะดีกว่าน่ะนะครับ มีผลกับการปั้นให้ดีขึ้นด้วย จากผังการแจกงานจะเห็นว่ามีใครบ้าง และทำงานอะไร ภาพรวมล่ะเราจะฝึกด้านไหนดีบ้าง แต่ส่วนนี้เราสามารถลงลึกรายละเอียดได้อีก ด้วยการจิ้มที่ช่องการฝึก ซึ่งเกมจะไฮไลท์ให้เรารู้ว่าโค้ชด้านนี้ ต้องการพลังที่โดดเด่นเรื่องอะไร โดยในเกมจะกำหนดดังนี้ครับ STRENGTH (เน้นค่า Fitness) AEROBIC (เน้นค่า Fitness) TACTICS (เน้นค่า Tactical) BALL CONTROL (เน้นค่า Mental และ Technical) DEFENDING (เน้นค่า Defensive และ Tactical) ATTACKING (เน้นค่า Attacking และ Technical) SHOOTING (เน้นค่า Attacking และ Tactical) SHOT STOPPING (เน้นค่า Goalkeepers และ Tactical) HANDLING (เน้นค่า Goalkeepers และ Technical) หลักๆ มีประมาณนี้ แต่บางท่านอาจสงสัยว่า อ้าวก็เน้นพลังเท่านี้แล้ว ทำไมดาวยังน้อยอีก คำตอบก็เพราะว่า… จริงๆ แล้วมันมีค่าพลังหลักยืนพื้น 3 ตัวนี้ด้วยครับ - Determination - Level of Discipline - Motivating หากท่านอยากเอาตัวเองเป็นทีมงานฝึกด้วยล่ะก็ ผมแนะนำเอา 3 ค่าล่างให้เต็ม 20 เลยครับ ได้เท่านี้มีชัยไปเกินครึ่งหลัง ที่เหลือไปเน้นเฉพาะด้านนี่ ท่านจะกลายเป็นโค้ชระดับ 5 ดาวได้ไม่ยากเลย เช่นเดียวกันว่าถ้าจะเอาโค้ชมาฝึกเฉพาะด้านแล้ว ต้องเน้น 3 ค่าหลัก และพลังเฉพาะด้านครับ เอาสักอย่างน้อย 15 ได้นี่ ขั้นต่ำนี่คุณจะได้โค้ช 4 ดาวแบบชิลๆ เลย มาดูตัวอย่างกันครับ อย่างหมอนี่ ได้ดาวค่าฝึกป้องกัน 4 ดาวครึ่งเลย พลังบางจนไม่น่าได้ใช่ไหมล่ะครับ แต่พลังพื้นฐานเขามีเข้าเกณฑ์ครับ def18 tac19 det15 lev15 mot12 เสียดายพลังหลังเบาไปนิด ไม่งั้นอาจมีลุ้นได้ 5 ดาวไปแล้ว อีกสักคน รายนี้ได้ค่าสอนยิงประตู 4 ดาวครึ่งเช่นกัน ก็มี att18 tec 20 det12 lev13 mot13 พลังหลังบางไปหน่อย แต่พลังสายอาชีพผลักดันได้เยอะครับ องค์ประกอบพลัง 3 ตัวหลังสำคัญมากครับ แถมส่วนใหญ่มีน้อยๆ กันอีกต่างหาก ลองดูตัวนี้ประกอบนะครับ ดูเผินๆ น่าจะเป็นโค้ชกองหลังที่ดีนะ ค่า def20 tac16 ค่าพลังอื่นๆอย่างหนาเลย แต่เพราะค่า det12 lev7 mot10 ซึ่งห่างจากเกณฑ์ขั้นต่ำบานเลย เพราะงั้นแล้ว... ผลที่ออกมาก็คือ 3 ดาวครึ่ง เท่านั้นเองครับ! โดยหลักแล้วประมาณนี้ล่ะครับ ไม่ยากน่ะนะ กับการเลือกโค้ชมาเข้าตำแหน่ง แต่ความยากนั้นอยู่ที่ว่าเกมมันจะไม่ปล่อยตัวดีแบบนี้มาให้คุณง่ายๆ นักหรอก มันจะชอบกวนๆ ด้วยการให้หลังอื่นๆ ดูหนาน่าได้ แต่พลังที่มีผลกับดาวกลับให้น้อยซะงั้น… หรือเจอตัวดีจริง ก็ไปอยู่ทีมใหญ่ซะหมดซะงั้น โดยเฉพาะทีม U18 U23 ที่หาโค้ชเฉพาะทางได้น้อยมาก เพราะงั้นแล้วเราก็ต้องใช้วิธีซ่อกแซ่กกันหน่อย นั่นก็คือเอาโค้ชทีมหลัก ไปสอนเด็กเลย… หรือเอาโค้ชทีม U23 ไปสอน U18 แน่นอนว่าถ้าทำแบบปกติ มันไม่ยอมครับ บีบคอให้ทำก็ถูกปฏิเสธทันที เพราะงั้นแล้วผมขอแนะนำการเอาทริกส์ กุญแจมาใช้ จากกระทู้เก่านี้ ที่ผมแนะนำเรื่องการล็อคค่าเหนื่อย เราจะเอามาประยุกต์ใช้ด้วย การล็อคตำแหน่ง นั่นเอง โอกาสสำเร็จไม่เยอะนัก บางทีก็ 50/50 ด้วย แต่มันก็ดีกว่าไม่ได้มากเลยแต่แรกน่ะนะครับ เอ้าลองกันสักตัวครับ ขอโหลดเซฟเก่าหน่อย ตอนนั้นโค้ชยังขาดนิดหน่อย อย่าง U18 ทีมโค้ชด้าน TACTICS ผมมีแค่ 3 ดาวเอง อยากยกระดับสักหน่อย ก็เริ่มจากการค้นหาทีมงานหน่อย เน้นที่โค้ชเลย พลังที่เน้นคือ Tactical และ 3 ค่าหลัก Determination กับ Level of Discipline และ Motivating ใช้วิธีกรองด้วยระบบก็ช่วยได้อีกเยอะ แต่อย่างที่ว่าครับ โค้ชเก่งๆ หายาก พอผมเซ็ทค่า 15 ทุกอย่างปรากฎว่าไม่เคยเจอเลย ฉะนั้นโอกาสหา 5 ดาวนี่ไม่มีเลย แต่ 3 ดาวครึ่งถึง 4 ดาวครึ่งน่าจะพอลุ้นได้อยู่ บางทีเราก็ต้องรอจังหวะนักเตะแขวนสตั๊ดแล้วเทิร์นตัวเองมาเป็นโค้ชครับ เพราะงั้นแล้วเซ็นมาแก้ขัดก่อนละกัน อย่างน้อย 4 ดาวมันก็ดีกว่า 3 ดาวล่ะนะ ก็ปรับพลังลงในหน้าค้นหาเอาสัก 9 ก็พอ แล้วให้ค่าอื่นมันเฉลี่ยกันเอง เอาหมอนี่ละกัน พลังรวมๆ ได้มาตรฐาน พลังอื่นเบาไปนิด แต่ Tac 20 Det 16 Lev9 Mot 11 หักลบแล้วน่าจะได้สัก 4 ดาวนะ ถือว่ากำลังงามเลย แถมสำหรับ U18 ที่หายากด้วย พอเลือกตำแหน่งงานดู จะเห็นว่ามันกำหนดมาแต่แรกเลยว่า Coach เท่านั้น ซึ่งตำแหน่งงานก็เต็มแล้วด้วยสิ ก็ปรับมาตำแหน่งโค้ชเด็กซะ น่ะ พอดีเลย โค้ช U18 ผมขาด 1 ตำแหน่งด้วย Currently: 9/10 เอาล่ะทีนี้ก็อยู่ขั้นตอนการต่อราคากันหน่อย ล็อคเงื่อนไขซะ เป็นโค้ช U18 หน่อย แล้วก็เปย์หนักๆ เดิมที Salary 2.6k p/w ก็เอาไปเยอะๆ เลย ยังไงก็น้อยกว่านักเตะอยู่แล้วล่ะนะ ว่าแล้วก็เอาไป 16.25k เล้ย ป๋าจัดให้ แล้วผลล่ะ.... นั่นไง เอาด้วยแล้ว! ตกลงให้ครบขั้นตอนซะ รับอีกครั้ง วันต่อมาปุ๊บก็มาถึงสโมสรเริ่มงานกัน มาเรียบร้อยล่ะครับ U18 ระดับ 4 ดาว เท่านี้เราก็สามารถยกระดับทีมงานในทีมให้ขึ้น 4 ดาวเป็นอย่างน้อยได้สบายครับ ต่อให้โดยธรรมชาติแล้ว เขาจะไม่สนใจงาน U18 มาแต่แรกก็ตาม ซึ่งก็เอาไปประยุกต์กับจ๊อบอื่นๆ ได้เช่นกันครับ อีกสักตัวอย่างละกัน หมอนี่ดีกว่าพลังอย่างสวย att20 tec15 det14 lev15 mot14 มีลุ้น 4 ดาวครึ่ง อันนี้ง่ายครับ เพราะเขาทำงานทีมเล็ก พอผมแค่ลองล็อคกุญแจแต่ไม่เพิ่มค่าเหนื่อย ปรากฎว่ามันเสนอราคาค่าเหนื่อยสูงขึ้น ในตำแหน่งที่ลดลงมาแค่โค้ช อนึ่ง... แนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบกดก่อนเพิ่งเงินนะครับ โดยเฉพาะตัวดีๆ ที่อยู่ในทีมดีๆ เพราะบางรายถ้าเอาหงุดหงิดง่าย มันจะเด้งกลับมา ตำแหน่งตอนแรก แล้วล็อกกุญแจใส่เรา ไม่ยอมต่อรองไปตำแหน่งอื่นอีกเลย (แสบมาก) สำหรับรายนี้เมื่อเปิดช่องให้ง่ายๆ ก็ไม่มีปัญหา ตอบรับซะ มาล่ะครับ ฮัดช่า อดีต ผู้ช่วยผู้จัดการฯ ตอนนี้มาเป็นโค้ช ATTACKING ระดับ 4ดาวครึ่ง แจ่มแมวหลาย! คร่าวๆ ก็ประมาณนี้ล่ะครับ ทีนี้ก็ลองกับเซฟท่านดูนะครับ ทีมงานดาวสูงไม่หนีไปไหนแน่นอน แต่เล่นไปสักระยะก็ให้ระวังเรื่องทีมใหญ่มาดึงตัวไปอีกทีนะครับ เพราะขนาดผมเล่นไปจนได้แชมป์มากมาย ยังโดนสูบไปทุกปีเลย ตอนนี้คิดวิธีแก้ลำได้อย่างหนึ่ง คือจัดค่าเหนื่อยแรงๆไปเลย คือเท่าที่ผมเซ็นตัวเดิมกลับมา มันก็มาแบบง่ายๆ หลายตัวเลยครับ แต่ว่าราคาโดดไปโหดมาก จากค่าเหนื่อยไม่กี่พันก็ทะลุเป็นเฉียดหมื่นเอาง่ายๆ แล้วดูเหมือนจะไม่ถูกดึงกลับด้วยนะ เป็นไปได้ว่าเรื่องนี้ว่ากันด้วยเงินครับ ถ้าสโมสรสูสีกันเงินหนาก็ไปทางนั้น ก็ให้เงินหนักแต่แรกเลยน่าจะจบ แต่น่าเสียดายว่าวิธีนี้มันต้องใช้เวลายืนยันน่ะครับ ตอนนี้เลยยังไม่รู้ว่าจะได้ผมไหม เอาว่าใครลองแล้วได้ผลยังไงก็ยืนยันภายหลังทีละกันนะครับว่า เพิ่มค่าหนื่อยหนักๆ แล้วจะลดการถูกทีมอื่นมาดูดไปได้แค่ไหน สำหรับบทความนี้ก็จบเพียงเท่านี้ครับผม
  3. มาหาเงินให้มากขึ้นกับการเตะนัดกระชับมิตรกันเถอะ เรื่องของเรื่องคือเซฟใหม่ที่เล่นนี่ ผมลองปั้นทีมนอกลีคดู ซึ่งแรกๆก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ จนพอทีมไต่ขึ้นมาเรื่อยๆ การเสริมนักเตะและทีมงานเข้ามา แม้จะเน้นเซ็นต์ฟรี เพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่กระนั้นก็โดนค่าเหนื่อยเล่นงานอยู่ดี จนการหาเงินเสริมด้วยการแข่งกระชับมิตรเริ่มช่วยไม่ไหวแล้ว ตอนนั้นเองที่ผมลองของเล่นใหม่ดู อย่างการจัดแข่งบอลถ้วย หรือแข่งลีคดู ผลปรากฎว่ามันกลับทำเงินได้ดีผิดคาดทีเดียว พอลองหลายๆรอบเข้าก็ติดใจเลย เพราะมันทำเงินได้มากกว่าการแข่งกระชับมิตรแบบปกติเสียอีก แถมกินเวลาน้อยกว่าด้วย ว่าแล้วก็อย่ารอช้าเลย เริ่มต้นกันดีกว่าครับ วิธีการกระชับมิตรก็อย่างที่รู้กันครับ เข้าไปดูปฏิทินการแข่งขัน แล้วกดกระชับมิตร มันจะมีช่องปฏิทิน กับลักษณะการแข่งให้เราเลือก ถ้าดูที่กรอบขวาจะเห็นว่ามันมีหลายรูปแบบครับ ปกติเราจะเอาอันแรกคือ Friendly Match เพื่อแข่งแบบนัดต่อนัด แต่จริงๆแล้วมันมีอีกหลายอย่างให้เลือกเลย อย่าง Tour คือการไปเล่นต่างประเทศ ทีมเล็กๆจะเลือกไม่ได้ครับ ไม่มีงบขนาดนั้น เลยมาเน้นที่ Cup กับ League กัน พอเข้ามาที่ Cup แล้วจะเห็นตามนี้ครับ ก็คือให้เลือก 3 ทีมมาเข้าร่วมรายการนั่นเอง ก็ตั้งชื่อรายการก่อน แล้วทยอยเลือกเลยครับ แนะนำว่าเอาทีมใหญ่ที่เราเลือกได้มาเพื่อเพิ่มมูลค่า และโอกาสการถ่ายทอดสดครับ พอเราเลือกทีมที่สองแล้ว บางครั้งราคาประเมินได้จะตกลงเมื่อเทียบกับแข่งแบบนัดเดียวจบครับ แต่อย่าได้สนใจ เพราะภาพรวมมันก็ยังเยอะอยู่ และเรามีโอกาสได้ค่าถ่ายทอดสดในภายหลังด้วย ก็ยัดให้ครบ 3 ทีม จากนั้นก็แข่งไปเลย ถ้าขี้เกียจก็ใช้ผู้ช่วยคุมเลยครับ บอลกระชับมิตรไม่ค่อยมีผลกับความเสี่ยงในอาชีพเท่าไหร่ ผมเคยแข่งแพ้รวด 10 กว่านัดมาแล้ว ตอนนั้นห้าวจัดทีมระดับพรีเมียร์มาทำเงิน แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร แค่กระทบขวัญนักเตะบ้าง ก็ใช้วิธีอัดหมู แข่งกับทีมเล็กๆในช่วงท้ายๆ ก่อนเปิดฤดูกาลได้ พอกำหนดการแข่งบอลถ้วยไปแล้ว คอมจะประเมินให้ครับ กำไรแข่งรอบนี้ ณ เบื้องต้นคือ 100k ครับ แข่งจริงจะได้มากกว่านี้อีก สำหรับทีมเล็กๆแล้ว ปริมาณเท่านี้ถือว่าสูงมากทีเดียวครับ และที่สำคัญคือ มันใช้เวลาแข่งน้อยมาก 2-3 วันก็จบล่ะ ทำให้สามารถแข่งได้ถี่ๆเลย ข้อดีคือรายการพวกนี้ถ้าชวนทีมใหญ่ๆมานี่ เราฟันเงินค่าถ่ายทอดสดได้ด้วย ดูสิครับ สัญลักษณ์กล่องทีวีเรียงลงมาเลย พอหมดช่วงพรีซีซั่น ก็กอบโกยเงินทุนมาไว้ได้มากโข เงินเข้ามา 2 ส่วนพร้อมกันครับ 1. คือ Gate Receipts หรือก็คือค่าตั๋วเข้าชมนั่นเอง นี่ขนาดยังไม่ทันเปิดฤดูกาล ผมทำเงินได้เกือบๆ ครึ่งของทั้งฤดูกาลก่อนเสียอีก 2. คือ TV Revenue ค่าถ่ายทอดสดครับ แข่งถี่ๆนี่ผมเก็บได้เกือบ 1m เข้าไปแล้ว (ตัดรายการ Sky Bet ออกไปก่อน) (ข้อสังเกตคือรายการลีคที่ผมเชิญทีมระดับพรีเมียร์ อย่าง อาร์เซน่อล เชลซี และเอฟเวอร์ตันมาเล่น สามารถเรียกค่าถ่ายทอดสดไปเยอะมากๆ สะท้อนว่ายิ่งทีมใหญ่มา ยิ่งมีโอกาสฟันเงินสูงขึ้นครับ) นี่ขนาดว่ายังเหลือรายการบอลถ้วยกับลีคที่ผมจองคิวไว้อีก 4 รายการนะครับ ยังมีโอกาสทำเงินได้มากกว่าที่เห็นอีก พอลองวิธีนี้นี่รู้สึกเลยว่าเม็ดเงินเข้ามามหาศาลกว่ากระชับมิตรแบบปกติเสียอีก ว่าแล้วคราวนี้ลองมาทดสอบกับทีมระดับพรีเมียร์ดูบ้าง มาดูกันอีกขั้นว่าถ้าเกิดเล่นทีมใหญ่ที่มีโอกาสชนทีมใหญ่ และมีสนามที่ใหญ่ขึ้น จะทำเงินได้มากขึ้นด้วยหรือเปล่า ก็โหลดเซฟเก่งมาลองกันกับลิเวอร์พูล ก่อนเปิดฤดูกาล ก็มีทีมระดับใหญ่ด้วยกันที่กระชับมิตรได้ไม่มากนัก แต่ก็เลือกได้กว้างขึ้นคือมีทางเลือกทีมนอกประเทศ ก็ลองดูแบบกระชับมิตรปกติกันก่อน อันแรกคืออาร์เซน่อล จะเห็นว่ากำไรจากนัดนี้อยู่ที่ 450k ( Income 900k - Fee 450k) ทีมใหญ่ด้วยกันจากต่างประเทศอย่าง PSG บ้าง อันนี้กำไร 425k ใกล้กันในลีคฝรั่งเศสอีกอย่าง โมนาโก ทำเงินพอกันทีเดียวคือ 425k ถ้ากระชับมิตร 3 นัดนี้ก็จะได้กำไร 1.3 m เหนาะๆ ใช้เวลารวมอย่างน้อย ประมาณ 7 วัน เพราะบ่อยครั้งที่แต่ 2 วัน 2 นัด มักถูกแคนเซิ่ลเพราะกระชั้นไปครับ การแข่งวันเว้นวันจะจัดตารางลำบากกว่าวันเว้นสองวัน รอบเวลาปลอดภัย 3 นัดจึงควรอยู่ที่ 7 วันครับ เมื่อลองแข่งจริงตัวเลขอาจสูงขึ้นครับ และถ้ามีการถ่ายทอดสดก็ได้เพิ่มอีก ว่าแล้วก็มาลองจำลองกันดู... ผลที่ได้ก็คือประมาณนี้ครับ มีถ่ายทอดสด 1 นัด ได้มา 57k (น้อยชะมัด...) แล้วก็ได้ค่าตั๋ว 2.1m มากกว่าที่ประเมินไว้ตอนแรก แต่ก็ทำเงินได้เท่าที่ว่าล่ะครับ แต่ถ้าใช้วิธีจัดแข่งแบบถ้วยล่ะ... สบายครับ เพราะต่อให้เราไม่ได้แข่งมันก็ยังทำเงินอยู่ดี ลองมาดูกันว่าถ้าเราเลือกทีมเดียวกันมาแข่งรายการบอลถ้วยแทนล่ะ จะเห็นว่ารายได้ต่อนัดจะลดลง ส่งผลถึงเงินรวมที่ได้ประมาณ 800k เบื้่องต้นจะดูว่าได้น้อยลงเมื่อเทียบกับแข่งนัดต่อนัดถึง 1.3m แต่อย่าได้กังวลจุดนั้น เพราะสิ่งที่ได้ตอบแทนในส่วนต่างก็คือค่าลิขสิทธิ์ครับ ยิ่งรายการพวกนี้ถ้าเราจัดทีมใหญ่มาโอกาสถ่ายทอดสดจะสูง นอกจากนี้เวลาแข่งจริงตัวเลขนี้อาจเปลี่ยนสูงขึ้นได้ด้วย ก่อนแข่งรายการนี้ ผมยังไม่มีเงินเข้าส่วนของ TV กับ Gate ครับ แต่พอจบรายการแล้วเงินก็ไหลมาเทมา รายการ Test Cup โกยเงินค่าถ่ายทอดสดได้ 669k ในรอบเดียวเลย ไหนจะค่าตั๋วอีกที่ได้ที่ 2.1 m มากกว่าราคาประเมินตอนแรกเสียอีก สิริรวมก็ ประมาณ 2.8m ในรายการเดียว ครับ และข้อดีอีกประการคือคุณใช้เวลาแข่งขันแค่ 2 วันเท่านั้น! นั่นคือถ้าขยันก็จัดมันถี่ๆได้เลยครับ คราวนี้มาลองแบบแข่งลีคบ้าง ซึ่งจะกินเวลาเยอะกว่าบอลถ้วยคือ 3 วัน ก็ใช้ทีมชุดเดิมครับ พอจัดแล้วก็ได้ค่าเงินประเมินคร่าวๆตามนี้ ก็ยังประเมินว่ากำไร 1.2m มากกว่าแข่งบอลถ้วย แต่พอแข่งจริงแล้วล่ะ รายการ League Cup รับเงินค่าถ่ายทอดสด 997k แล้วเก็บค่าตั๋วอีกที่ได้ที่ 2.9 m รวมๆก็เกือบ 4m ในรอบเดียว ครับ แต่ใช้เวลาแข่ง 3 วัน สรุปคร่าวๆว่า - แข่งแบบนัดเดียวจบ 3 นัด 7 วัน ได้เงินประมาณ 2.1m - แข่งแบบบอลถ้วย 2 นัด 2 วัน ได้เงินประมาณ 2.8m - แข่งแบบลีค 3 นัด 3 วัน ได้เงินประมาณ 4m ค่อนข้างเห็นความแตกต่างจริงๆ ไม่ว่าจะปริมาณเม็ดเงิน หรือจำนวนวันที่ใช้ ดูๆแล้ว ไม่ว่าจะแข่งแบบถ้วย หรือแบบลีคก็ดี มันคุ้มกว่าแข่งกระชับมิตรแบบนัดต่อนัดเสียอีกครับ ทั้งค่าตั๋วที่ได้มากขึ้น จำนวนวันแข่งที่น้อยลง รวมถึงโอกาสได้ค่าถ่ายทอดสดอีก ลีคหรือถ้วย ชอบแบบไหนก็ลองใช้ประโยชน์จากระบบที่เกมวางไว้กันดูนะครับ จะสนุกอีกเยอะเลย มันอาจจะวุ่นวายในการเซ็ตนิดหนึ่ง แต่ถ้าจังหวะให้ล่ะก็ มีโอกาสเก็บเงินต้นฤดูกาลสูงมากครับ และที่สำคัญคือช่วยบริหารการเงินได้ดีมากๆทีเดียว โดยเฉพาะท่านที่ชอบเสริมทีมช่วยต้นฤดูกาลนี่แล
  4. พอดีเห็นมีคนพูดถึงประเด็นนี้กันมาก ก็เขียนถึงสักหน่อยละกันครับ เผื่อจะช่วยกันได้ FM ภาคหลังๆมานี่เป็นอะไรที่เงินเฟ้อหนักมาก ตั้งแต่ค่าตัวยันค่าเหนื่อยเลย แล้วค่าเหนื่อยเนี่ย เป็นอะไรที่เรียกได้ว่าภัยแอบแฝงเหลือเกิน... ใครที่เล่นช่วงสั้นๆแค่ 1-2 ฤดูกาลคงไม่อะไรมาก โดยเฉพาะถ้าเล่นทีมใหญ่ที่มีเงินเยอะหรือสถานะ Rich มาเป็นทุน แต่ถ้าใครเล่นทีมเล็ก หรือเล่นทีมใหญ่เน้นสตาร์ต่อเนื่องหลายๆ ฤดูกาลล่ะก็ เชื่อเลยว่าต้องติดปัญหา เพดานค่าเหนื่อนตัน แน่ๆ หนักเข้าก็ขอบอร์ดไม่ได้ ปรับเองก็ยังไม่พอ... (เบื้องต้นในการจัดการเพดานค่าเหนื่อยก็ปรับเอาตรงส่วนนี้ครับ ถ้ามีเงินสะสมไว้มากหน่อยหน่อยก็พอไหว แต่ถ้าแกลบด้วยก็ทำใจเรื่องเพดานค่าเหนื่อยโลด) ฉะนั้นแล้ววิธีที่ดีที่สุดในการแก้ไขเรื่องนี้ก็คือการป้องกันแต่เนิ่นๆ ซึ่งก็คือระวังเรื่อง การต่อสัญญา นั่นเอง แต่การต่อสัญญาเนี่ย เป็นอะไรที่แสบมากในภาคนี้ เอเย่นต์จะชอบหาจังหวะเหมาะๆตอนฟอร์มดีมาข่มเรา ด้วยการขอยื่นปรับสัญญาใหม่ โดยมากมักจะโดนกันคือปรับจากหลัก 70-80k เป็น 200-300k ในรวดเดียวเลย แถมเวลาโดนนี่โดยทีหลายรายด้วย... ถ้าเผลอไปรับลูกเอเย่นต์แล้วต่อแบบอาเสี่ยล่ะก็ เดี๋ยวเปิดฤดูกาลใหม่มางานเข้าแน่นอนครับ เพราะท่านอาจจะเซ็นต์ใครมาไม่ได้เลย... มันจะไปล่มเอาตอนเสนอค่าเหนื่อยที่ให้ได้น้อยมากๆ จนแทบไม่ได้เลย การต่อรองกับเอเย่นต์นี่เป็นอะไรที่ชวนปวดหัวมาก เพราะบางทีมันก็ไม่ยอมให้ต่อรอง บางทีมันก็ใจร้อน ยื่นอะไรไม่ถูกใจหน่อยก็โดนปฏิเสธซะงั้น แต่กระนั้นเกมก็ไม่ได้โหดร้ายกับเราเกินไป เมื่อมีระบบ กุญแจ มาช่วยครับ เห็นสัญลักษณ์กุญแจสีขาวไหมครับ มีเยอะเลย นั่นล่ะตัวช่วยเรา กุญแจจะทำหน้าที่ตรงตามตัวคือ ล็อคเงื่อนไขไว้ ครับ ถ้าเรากดเลือกกุญแจไปแล้ว เอเย่นต์จะไปเปลี่ยนตัวเลขส่วนนี้ไม่ได้ เหมาะสำคัญการล็อคเงื่อนไขในสัญญาไว้ครับ จะได้จบๆไปเลยในทีเดียว ไม่ต้องมาต่อรองส่วนนี้หลายรอบ จากที่สังเกตมา การต่อรองค่าเหนื่อยเนี่ย หลักๆเม็ดเงินที่เราจ่ายไปจะเน้นที่ Salary , Loyalty Bonus และ Agent Fee ต่อสัญญาเมื่อไหร่ส่วนนี้โดนจัดหนักแน่นอน ส่วนอื่นๆที่โดนน้อยหน่อยก็พวก ค่าลงสนาม ค่าโบนัสอื่นๆ การขอปรับฐานเงินเดือนในแต่ละปี ส่วนพวกนี้จะสัมพันธ์กันหมดครับ คือถ้าเราไปลดส่วนหนึ่งแล้วล็อคไว้ มันก็จะไปขึ้นส่วนอื่นแทน เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ใกล้เคียงกับเงื่อนไขแรกสุดที่เอเย่นต์เสนอให้เรา ฉะนั้นแล้วการล็อคกุญแจจะมีผลดีคือ เราจะกำหนดค่าเหนื่อยได้เป๊ะเลย แต่ข้อเสียคือเราจะเสียเงินก้อนแรกในการต่อสัญญาหนักขึ้นครับ... ก็เป็นเงินค่าเหนื่อยส่วนต่างในอนาคตที่เอาทดแทนน่ะนะ ยิ่งถ้าเราขอหักค่าเหนื่อยลงมากๆ มันอาจขอออฟชั่นอื่นมาแลกเปลี่ยนเพื่อความสมน้ำสมเนื้อ (หรืออาจกวนเท้าเราเล่น) อาทิเช่น ขอค่าฉีกสัญญา เป็นต้น แถมบางทีขอแบบถูกๆด้วย นักเตะผมบางคนซื้อมา 30m เล่นแล้วฟอร์มดีค่าตัวขึ้น 40m แต่ดันขอค่าฉีกสัญญาที่ 50m... โห... แทบไม่ต้องเหลือกำไรให้กันเลย ฉะนั้นแล้วจะใช้กุญแจ เพื่อคุมเพดานค่าเหนื่อยในแต่ละครั้ง ก็ต้องละเอียดในการจัดการแต่ละออฟชั่นในสัญญาด้วยล่ะครับ และที่สำคัญสโมสรต้องมีเงินก้อนสำรองไว้ด้วยล่ะนะครับ พวกนี้มันเหมือนเอากระเป๋าซ้ายมาจ่ายกระเป๋าขวา เผลอๆจะจ่ายหนักกว่าด้วย ถ้านักเตะเกิดอยู่ไม่ครบสัญญา (และย้ายทีมไปแบบราคาถูก) แต่ถ้าในแง่การบริหารการเงินแล้ว ผมว่าวิธีนี้ลดการปวดหัวของท่านผู้จัดการไปได้เยอะเลยล่ะ โดยเฉพาะท่านที่เผลอไปเซ็นต์ค่าเหนื่อยสูงไม่พอ ยังจะแถมให้ขึ้นเงินเดือน 20% ทุกปีด้วย... เจ็บหนักนะครับสัญญาแบบนี้ ก็คิดดูสิครับ สมมติปีแรกโดนไปที่ 200,000 p/w ถ้าโดนพ่วงขึ้นเงินเดือนอีก ปีต่อไปค่าเหนื่อยนักเตะคนนั้นจะโดดไปที่ 240,000 p/w ปีต่อไปก็โดนทบต้นทบดอก 240,000 + 48,000 = 288,000 p/w แล้วถ้ายังใช้ต่ออีกปีก็ทะลุ 300k ไปเลย งานงอกแน่นอน เก็บไว้ก็จ่ายหนัก ครั้นจะขาย บ่อยครั้งก็ไม่มีใครซื้อ พอจะมีคนซื้อก็ทุ่มค่าเหนื่อยไม่เท่า นักเตะไม่ยอมย้ายอีก... อยู่กินเงินไม่พอ ยังทำเพดานค่าเหนื่อยตันตามไปด้วย... เอ้า ว่าแล้วก็มาลองปฏิบัติกันดูบ้าง ลองหยิบเซฟเก่าๆมาดู มีนักเตะดังๆที่อยากขอปรับสัญญาพอที เอาหมอนี่ละกัน กองกลางตัวรับทีมผม ฟอร์มกำลังดีเลย ตอนนี้สัญญาอยู่ที่ 110 k/w ครับ พอเข้าหน้าต่อสัญญาปรากฎว่าเอเย่นต์ขอขึ้นสัญญาไปที่ 195k/w สมมติว่าผมไม่อยากให้มันโดดทีเยอะขนาดนั้น แล้วปรับมาราคาที่พอสมน้ำสมเนื้อหน่อย สัก 140 k/w บ้าง พอกดเลขนี้เข้าไปแล้วกด Suggest Term ปุ๊บ... มันก็จะดีดกลับมาที่ราคาเดิม 195 k/w ซึ่งก็หมายถึงมันจะเอาให้ได้นั่นเอง... ทีนี้พอใช้การล็อคกุญแจปุ๊บ... ก็จะเป็นเช่นนี้ จะเห็นว่าค่าเหนื่อยจะหยุดที่ 140 k/w แล้ว นั่นคือเอเย่นต์จำยอมรับค่าเหนื่อยเท่านี้ครับ แต่จะอนุโลมให้ไปปรับส่วนอื่นได้ มันก็เลยของขึ้นค่าต่างๆ ตามที่เป็นสีเขียวอ่อนครับ บางเงื่อนไขก็ผุดขึ้นมาเอง... นั่นคือการหาจุดรอมชอม เพื่อชดเชยส่วนต่างค่าเหนื่อยนั่นเอง เราลดค่าเหนื่อยต่อสัปดาห์ลงมาจริงได้ แต่ค่าเหนื่อยที่ลดก็ไม่ได้หายนะครับ มันแปรสภาพเป็นค่าอื่นๆเท่านั้นเอง จากเงื่อนไขข้างบน สมมติผมยังไม่พอใจ เพราะไม่อยากให้มันปรับส่วน Yearly Salary Raise ซึ่งเป็นเงื่อนไขการปรับค่าเหนื่อยเพิ่มอัตโนมัติทุกๆปี ผมก็จะบีบจาก 15% ให้ลงมาเหลือแค่ 5% ด้วยการล็อคกุญแจในส่วนนี้อีก ก็เป็นได้เรื่องดังนี้ จะเห็นว่าเอเย่นต์มันก็จะบวกค่า Loyalty Bonus กับ Agent Fee อีกนิด แล้วก็เพิ่มเงื่อนไขการฉีกสัญญาเข้ามาด้วย แล้วก็ต้องระวังด้วยนะครับ เพราะตอนนี้เอเย่นต์มันเริ่มหงุดหงิดแล้ว กรอบคำพูดกลายเป็นสีเหลืองแก่ล่ะ... ถ้าไปกดดันอีก การเจรจาอาจล่มไปเลย ซึ่งในแง่ของการคุมเพดานค่าเหนื่อยแล้ว ส่วนนี้ผมถือว่าพอใจล่ะ ก็กด Finalize Deal ไปเลยก็เป็นอันเสร็จสิ้น เอเย่นต์รับเรื่องไปล่ะ สักพักก็มีข่าวนักเตะตกลงรับสัญญาใหม่ที่ค่าเหนื่อย 140 k/w เป็นที่เรียบร้อยครับ (จากแต่เดิมที่ถูกโขกที่ 195 k/w) แต่ก็แลกเปลี่ยนด้วยเงื่อนไขอีกยาวเฟื้อยตามนี้ล่ะนะครับ บางเงื่อนไขอาจทำให้ลำบากกว่าค่าเหนื่อยที่เอเย่นต์ขอมาตอนแรกด้วยซ้ำ แต่ก็เป็นเงื่อนไขในเกณฑ์ที่ผมรับได้น่ะนะครับ อย่างน้อยก็ดีกว่าโดนดึงเพดานค่าเหนื่อยครับ สะดวกในการบริหารขึ้นมาก เพราะยังไงซะการทำทีมสไตล์ผมนี่ นักเตะจะหมุนเวียนเยอะมาก เข้ามาก ก็ออกมาก ฉะนั้นจึงทำให้บัญชีหมุนง่ายๆไว้ก่อนจะเป็นอันดี บางทีกว่าเงินเดือนจะขึ้นไปเท่ากับฐานสูงสุดที่ขอตอนแรก นักเตะคนนั้นก็อาจย้ายทีมไปแล้วก็ได้ ชดเชยส่วนต่างได้สมน้ำสมเนื้อดี ก็ประมาณนี้ได้ครับ ลองใช้กันดูนะครับ ล็อคกุญแจไว้ ช่วยให้งานสะดวกขึ้นเยอะเลย ถ้าใครถนัดบีบตัวเลขต่อรองด้วย อาจสบายขึ้นกว่านี้ก็เป็นได้
  5. คร่าวๆก็ประมาณนี้ล่ะครับ แผนนิยมแห่งยุค ผมเองก็อาศัยแผนนี้เป็นหลักล่ะนะครับ แล้วตัวเองก็จะได้บริหารนักเตะเต็มที่หน่อย จริงๆแล้วแผนนี้ก็ไม่ได้ครอบจักรวาลหรอกนะครับ ผมเองก็ยังหาแผน 2-3 มาสำรองเผื่อเวลาเจาะกลางตันๆอยู่เลย เพราะสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นได้บ่อยเวลาไปเจอทีมรับที่ปึ๊กมากๆ หรือวันที่ตัวรุกเราเล่นไม่ออกก็คือ การเอาบอลไปเสียครับ โดนแย่งแบบจากเท้าหรือถูกชนปลิวเลย และถ้าโดนแบบนี้บ่อยๆ เปลี่ยนสำรองก็แล้ว... นัดนั้นมีโอกาสสูงที่จะเสียแต้มครับ เพราะงันแล้วมีแผนสำรองหรือหาวิธีแก้เกมเพิ่มไว้ จะช่วยทำให้แผนนี้ดูลงตัวขึ้นครับ อย่างน้ยอๆก็ใช้เปิดตัว หรือบดคู่แข่งได้สบายเลย แต่รวมๆแล้ว ในบรรดาแผนตั้งต้นที่เคยลองมา ผมว่าแผนนี้ใช้สนุกสุดล่ะครับ เพียงแต่ว่าคุณอาจต้องปรับตัวสักหน่อยน่ะนะครับ โดยเฉพาะการปรับนักเตะหน้าเป้าให้ลงมาเป็นกลางรุกนี่ล่ะ... ได้ใครมาก็จับฝึกกันแต่เนิ่นๆเลยเน้อครับ จะเกิดผลดีเองในอนาคต อ้อ.... เกือบลืมแปะ ต้นทางแผนนี้อยู่ที่นี่ครับ http://www.fm-base.co.uk/forum/share-download-fm-17-tactics/365135-become-football-manager-17-king-pandemo-combination-pandora-demolisher.html
  6. ผู้ปิดทองหลังพระ แถมสักนิดเป็นเกร็ดครับ จริงๆแล้วแผนนี้ก็สำคัญทุกตำแหน่งล่ะนะ แต่ถ้าจะให้เน้นเป็นพิเศษแล้วล่ะก็... สมมติคุณมีงบจำกัดแล้วจะซื้อเพิ่มได้ไม่กี่ตำแหน่ง... ผมแนะนำว่าตำแหน่งที่คุณควรจะพิจารณาเป็นพิเศษก่อนก็คือ... 1. กลาง 2 ตัว ที่ยืนคู่กันตำแหน่ง Cm นั่นล่ะครับ ผมว่านี่คือหัวใจสำคัญของระบบเลย เพราะเวลาขึ้นเกมบอลจะไปพักที่เขา เวลาเกมตันเขาจะสอดขึ้นมายิง เวลาถูกบุกเขาจะไล่ตั้งแต่กลางสนามลงไปถึงล้วงลูกที่หน้าประตูฝ่ายเราเลย จากการลองปั้นเด็กดู พบว่าเด็กที่พลังไม่หนาพอ ประสบการณ์ไม่นิ่งนัก จะทำให้การครองบอลลดลงครับ ประสิทธิภาพเกมรับและรุกตกลงอย่างรู้สึกได้ การเชื่อมบอลไม่ไหลลื่น มีโอกาสจ่ายเสีย และมีโอกาสถูกเลี้ยงไปดวลกองหลังง่ายขึ้น อย่างภาพนี้ กลางคู่ผมคือ Amadou Diawara และ Nenad Djurdjic (ที่ครึ่งหลังเปลี่ยนออกแล้วเอา Filip Lesniak ลง) เห็นเหมือนกันไหมครับว่า... ตัวเลข Passing สูงกว่าใครเพื่อนเลย ถ้าเอาผลตัวที่เปลี่ยนเข้าออกรวมกันก็ทะลุ 120 เช่นกัน นั่นคือเขาเป็นตัวจ่ายบอลมากที่สุดในเกม เป็นผู้ควบคุมจังหวะการบุกครับ ค่า Tck หรือการเข้าปะทะแย่งบอลก็เยอะอันดับต้นๆของทีมด้วย เพราะเป็นหน้าด่านชนก่อนถึงกองหลังนั่นเอง ฉะนั้นคนเล่นตำแหน่งกลางนี้จึงควรครบเครื่องพอตัว และควรคุ้นกับระบบด้วย เพื่อคุมจังหวะเกมให้ไหลลื่นครับ ไม่ปึ๊กจริง ประสิทธิภาพ PANDEMO อาจออกมาไม่สุด 2. หน้าต่ำตัวกลาง Am แม้ว่าจะมีทักษะการยิง การเลี้ยง และการจ่ายบอลพอไปวัดไปวาแล้ว ซึ่งเข้ากับจุดเด่นหนึ่งของแผนนี้คือการพลิกจากรับเป็นรุก แต่สิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่แพ้กันก็คือ 'ความสูง' ครับ เพราะตำแหน่งนี้จะต้องรับบทบาทเป็น 'ตัวพักบอล' บ่อยมาก โดยเฉพาะเวลากองหลังเราสะกัดบอลออกมาได้ และตูมเคลียร์มาครึ่งสนาม จากที่เคยลองใช้กองหน้าตัวจี๊ดแต่ความสูงไม่ถึง 160 cm มายืน... ผลปรากฎว่าเก็บบอลจากลูกสกัดไม่ได้เลย ถูกกองหลังอีกฝ่ายโหม่งแย่งตลอด พอเก็บบอลไม่ได้ก็ไม่ได้ส่งผลแค่บุกไม่ขึ้นเท่านั้น แต่ว่าบอลน่ะจะถูกเอามากดเราต่อ ซึ่งบางครั้งอาจถึงขั้นเสียประตูได้เลยครับ เพราะโดนเร่งงานจังหวะที่แผงหลังกำลังขยับขึ้นมาช่วยทำเกม เปิดพื้นที่ให้อีกฝ่ายมากทีเดียว 3. เซนเตอร์ เน้นเลยครับ โดยเฉพาะเซนเตอร์ตัวกลางง เพราะเป็นตำแหน่งที่จะถูกครอสบอลเข้าใส่มากที่สุดแล้ว ถ้าโหม่งไม่ได้แย่งเบียดไม่ดี มีโอกาสโดนล่อเป้าสูง ส่วนสองคนขนาบข้างก็ลดบทบาทหน่อย แต่ถ้าสูงใหญ่ มีความไว อ่านเกมได้ก็จะดีมาก เพราะบอลเปิดมาจะถูกส่วนนี้ตัดไปให้ ก่อนที่จะถึงเซนเตอร์ครับ สรุปก็คือให้ความสำคัญแกนแนวตั้งของทีมเลยครับ เพราะรับกับรุกมันใช้ส่วนนี้เป็นสำคัญจริง ถ้าปึ้กพอแล้วทีมเราจะงานเบาไปอีกจมเลย
  7. พูดถึงข้อดีแล้ว มาว่ากันกับ ข้อเสีย บ้าง จริงๆแผนนี้ดีเพราะเจาะช่องโหว่ AI คอมจนดูเหมือนแผนบั๊ค แต่เอาจริงๆมันก็ไม่ได้เทพขนาดนั้นหรอกครับ ไม่งั้นคงถูกแก้แพชไปแล้ว เพราะผมปั้นลิเวอร์พูล โดยเน้นโรเตชั่นหมุนเด็กลง ทีมผสม ก็จะเจอปัญหาเจาะไม่เข้า ถูกสวนทีเดียวแพ้อยู่ให้เห็นเหมือนกัน เอาจริงๆ หลายทีมที่เสริมมาดี ต่อให้ไม่ได้แพนเดโม ก็เห็นเอาผลงานมาโชว์กันบ่อยๆนะครับ ชนะรวดบ้าง ไร้พ่ายบ้าง ยิงถล่มบ้าง ฉะนั้นต่อให้ใช้แพนเดโม ถ้าคุณเสริมไม่แกร่งมากนัก และจังหวะซวยๆ มันก็แสดงฤทธิ์เดชออกมาได้ไม่สุดอยู่ดีครับ มันไม่ใช่แผนไร้เทียมทานแบบนั้น เพียงแต่เวลาแพ้ก็ไม่ได้แพ้แบบน่าเกลียดน่ะนะ โดนประตูหนึ่งบ้าง สองประตูบ้าง รูปเกมสูสี ไม่ใช่ถูกข่มอยู่ข้างเดียว 1. ความฟิตหมดไว ถึงจะเห็นพื้นที่น้อยๆ แต่มันวิ่งกันไม่หยุดเลยนะครับ เพราะโดยพื้นฐานเนี่ยมันให้กองหลังทำเกม กลางดันขึ้น หน้าวิ่งไป ถ้าจะรับก็ลงมาช่วยไล่ ตำแหน่งที่มีพื้นวิ่งเยอะๆนี่ ถ้าความอึดไม่พอ ค่าพลังจะลดฮวบไวกว่าคนอื่น เสี่ยงต่อการบาดเจ็บได้ แต่ถ้าท่านเป็นผู้จัดการสายหมุนนักเตะ ปัญหานี้ก็ไม่เท่าไหร่ครับ ตัวที่ลดอยู่ 67-68 นี่ก็เป็น WB กับกองกลางครับ พวกกองหน้าเองก็หอบเอาเรื่องเหมือนกัน เพราะงั้นแล้วเปลี่ยนตัวเรียกความฟิตช่วยได้ แถมช่วยเซฟเรื่องใบเหลืองด้วยครับ 2. ต้องการความเข้าใจในเกม ภาพรวมแล้วแผนนี้จะเน้นเกมไวครับ ถึงโดยจังหวะในระบบจะไม่ได้เร่งมาก แต่เพราะการยืนตำแหน่งที่อยู่ในจุดที่ถูกบีบง่าย ต้องคายบอลและเคลื่อยที่ไปที่ว่าง รวมถึงมีโอกาสได้เคาน์เตอร์บ่อยๆ รูปเกมจึงออกมาเร็วมากเป็นธรรมชาติของมัน อีกทั้งในระบบยังเซ็ทให้ Roam from positions อีก เพื่อให้วิ่งป่วนเกมรับคู่แข่งเพื่อหารช่องเข้าทำ นั่นก็ยิ่งเพิ่มโอกาสมั่วเข้าไปใหญ่ ฉะนั้นแล้ว ถ้านักเตะไม่เข้าใจระบบ หรือทักษะจ่ายบอล วิ่งหาช่องไม่ดีพอ อาจเกิดปรากฎการณ์จ่ายล้น จ่ายขาด จ่ายติดส้นติงเพื่อนให้เห็นได้บ่อยๆครับ ถ้าจังหวะดีก็ตามไปเก็บบอลได้ทัน แต่ถ้าจังหวะไม่ดี ก็อาจซวยโดนฉกสวนกลับถึงขั้นเสียประตูเอาได้ จะใช้แผนนี้ได้ผลก็ต้องให้เวลานักเตะหน่อยน่ะนะครับ 3. สถิติลวงตา เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เห็นผู้ใช้แผนนี้บ่นกันมากกว่ายิงเยอะแล้วไม่เข้า ใช้โอกาสเปลือง... ทว่าถ้าลองดูผลงานโดยละเอียดแล้ว หลายนัดที่ว่าโอกาสมันมาจากตำแหน่งที่ไม่ใช่กองหน้ายิงซะเยอะนะครับ เพราะแท็กติคไม่ได้เน้นว่าต้องเอาบอลไปจบในกรอบเท่านั้น มันเลยเปิดช่องให้ยิงไกลอยู่ นอกจากนี้การขึ้นเกมแบบปกติที่ไม่มีกองหน้าเป้านั้นก็มีจุดเสียคือ ไม่มีตัวจบตรงๆ ถ้าไม่ได้มีใครลากบอลมาถวายพานให้ ส่วนใหญ่จะเป็นการยิงยัด แล้วยิงซ้ำลูกกระฉอกนั่นล่ะครับ ถ้าจะวัดกันที่ใช้โอกาสเปลืองหรือไม่ต้องดูจากสถิติตรง Clear Cut Chances ครับ ถ้าตรงมีน้อย แสดงว่าส่วนใหญ่ ครองเกมได้แต่ยิงนกซะเยอะ แต่ถ้ามีมากหน่อยแสดงว่าเราสร้างโอกาสดวลเดี่ยวกับประตู หรือจิ้มลูกแทงมาโล่งๆนั่นเอง ถ้าจะชมว่าอีกฝ่ายเหนียวจริงล่ะก็ ส่วนใหญ่ค่า CCC จะเยอะแล้วประตูจะน้อยครับ นั่นหมายถึงเซฟดีนั่นเอง เช่นนัดนี้ มีโอกาสเหนาะๆ 5 ครั้งเลย แต่ได้ประตูเดียว นอกนั้นถูกเซฟหมด ผลนัดนี้น่ะหรือ แม้จะชนะ 1-0 แต่ MOM ก็..... ผู้รักษาประตูคู่แข่งเอาไปกิน แต่ถ้า CCC น้อย การยิงเยอะ ส่วนใหญ่จะยิงเสียของไปเองครับ เช่นนัดนี้ บุกกระจายจริง ยิงไปเยอะด้วย แต่พอมาดูว่าใครยิงบ้าง... เกือบทั้งหมดเป็นผลงานการยิงของกองหลังซะเพียบ... แนวรุกผมได้ยิงแค่ 3 ลูกจาก 15 ลูก... นั่นล่ะครับสถิติลวงตา เห็นยิงเยอะ แต่ไม่ได้หมายความว่าได้ลุ้น ส่วนนี้ก็ต้องพยายามปรับแท็กติค เปลี่ยนตัว ดูครับจะช่วยได้ หรือจะเชื่อใจลูกทีมแล้วกระตุ้นข้างสนามให้พาบอลขึ้นสูงก็ได้เช่นกัน โอกาสมีอยู่ เพียงแต่ว่าจะแปรเป็นโอกาสเจ๋งๆได้หรือไม่ มีเพื่อนสมาชิกเคยวิเคราะห์ว่าสูตรของเกมนี้ ถ้าเจอทีมตั้งรับนี่ ให้วัดด้วยการสร้างโอกาสเข้าทำไปเลยครับ ถ้าโอกาสเข้าทำสูงมาก มันก็มีโอกาสจะเป็นประตูได้สูงมากเช่นกัน เพียงแต่ว่า... โอกาสที่ว่าก็ต้องขึ้นกับคุณภาพด้วยนะครับ ผมแนะนำว่า ถ้าครึ่งหลังยังเจาะไม่เข้า หรือนักเตะเริ่มล้าแล้ว ควรมองหาซูเปอร์ซัพข้างสนามได้แล้วล่ะ เพราะบางคนสร้างโอกาสได้ก็จริง แต่เป็นโอกาสแบบขอไปทีครับ เช่นยิงไกลแล้วไม่แม่นบ้าง หลุดไปแล้วยิงแป้กบ้าง ก็อาจต้องหาคนอื่นมาลองเปลี่ยนกระแสเกมดูครับ อย่ายึดติดกับตัวเลขที่ข่มคู่ต่อสู้อย่างเดียว เพราะบางทีเห็นเลขสวยๆแบบนั้น ก็หารู้ไม่ว่ามันสวยเพราะอีกฝ่ายจงใจเปิดช่องให้มันเป็นน่ะครับ 4. ระวังใบแดง เพิ่มข้อนี้มาหน่อย เพราะในการเซ็ทระบบนี้จะเห็นว่าผู้ออกแบบได้กำหนดการเข้าบอลหนักมากครับ Get Stuck In ประมาณว่าอัดทีเดียวอยู่... เพราะงั้นมีโอกาสได้ใบเหลืองกันเป็นว่าเล่นแน่ๆ สถิติไม่น่าจดจำเล้ย ทั้งใบเหลืองมากที่สุด ทั้งเสียฟาวส์มากสุด หากคิดว่ามีนักเตะตัวเลือกข้างสนามที่ดีพอ ถึงจุดหนึ่งการเปลี่ยนตัวก็เป็นการป้องกันตัวเองที่ดีวิธีหนึ่งครับ แถมได้พักนักเตะ และได้ปั้นเด็กไปในเวลาเดียวกันด้วย
  8. 2. การครองเกม นี่ถือว่าเป็นจุดเด่นไม่แพ้เกมรุกเลย และก็เป็นเหตุผลที่ผมชอบเกมนี้มากครับ เพราะมันตอบโจทย์ปรัชญาที่ ประธานสโมสรต้องการครับ คือต้องทำเกมรุก และต้องครองเกมด้วย แผนนี้ตอบโจทย์ทั้งสองอย่างในทีเดียว ถ้าไม่ได้เจอทีมใหญ่ที่มาบุกใส่เรา จนรูปแบบออกมาที่การเน้นเคาน์เตอร์แล้วล่ะก็ ส่วนใหญ่แผนนี้จะทำให้เราจบนัดด้วยการครองเกมที่สูงลิบ ประเภท 60-40 นี่มีให้เห็นบ่อยมาก และการครองเกมที่สูงก็เพิ่มโอกาสการยิงให้มากตามไปด้วย ฉะนั้นถ้าเห็นยิงมาแล้วเข้าน้อยก็อย่าได้แปลกใจนะครับ แผนนี้เซ็ทมาเพื่อใช้โอกาสให้มากที่สุดเพื่อเพิ่มโอกาสให้มากที่สุดตามไปด้วย การยิงหลายครั้งเลยมีการยิงไกล ยิงในจุดที่ไม่น่ายิงบ่อยๆ เหมือนเป็นการลองของ แต่ก็ดีที่ขึ้นมาแล้วได้จบสกอร์ เอาจริงๆแผนนี้เป็นแผนที่ไล่ไม่ค่อยจนครับ (ถ้านักเตะนิ่งด้วยนะ) เพราะกลางตั้ง 5 ตัว ยืนกระจายยังกับลิงชิงบอล แถมมีวิงแบ็กยืนถ่างๆอีก เวลาตันจริงก็จ่ายคืนหลัง ถ้าอีกฝ่ายไล่สุด หลังจะคืนประตู ทีนี้ก็วัดใจล่ะ ถ้าประตูเปิดบอลแม่นก็มีโอกาสวนกลับง่ายๆเลย ภาพนี้เห็นได้ชัดเลยว่าลูกทีมยืนกระจายทำมุมดีมาก และมีตัวไม่ถูกประกบด้วย ถ้านักเตะนิ่งพอ ครองบอลโอเคล่ะก็ การจะถูกแย่งบอลนี่ยากมากครับ อย่างดีคือเปิดไม่แม่นเอง หรือบ้าเลี้ยงเกินเหตุไปเอง... หลายแผนจะเน้นบุกให้ได้ประตู แต่พลาดแล้วโดนสวนบ่อยๆ แต่แผนนี้จะรัดกุมกว่านั้นครับ ทั้งที่ไม่ได้ใช้ปรัชญา Control แต่ทีมสามารถคุมเกมได้ ด้วยการที่เซ็ตกลางให้ช่วยกันทำเกม รับต่อบอลนี่เอง บางนัดที่เจาะไม่เข้า อย่างน้อยก็เสมอครับ คุมเกมจนอีกฝ่ายทำอะไรไม่ได้ มันเลยเป็นแผนที่ผมชอบมากตรงที่เล่นในบ้าน หรือเล่นนอกบ้านก็ไม่ต้องไปปรับอะไรมาก ใช้เริ่มต้นไปเลย ไว้ทรงเกมไม่เป็นดังใจค่อยแก้เกมทีหลังเอา 3. เกมรับนิ่งทีเดียว ถึงจะบุกใส่มาก แต่เกมรับไม่รั่ว นี่คืออะไรที่งดงามมากกับแผนนี้ เพราะพื้นฐานการยืนตำแหน่ง มันเซ็ตมาเพื่อรอรับอยู่แล้วครับ อัดกลางแน่นแบบนั้น ไม่มีทางที่ปีกอีกฝ่ายจะวิ่งสุดซอยแน่ๆ ถ้าคุณไม่เผลอใช้คนที่ยืนหลวมแล้วถูกเลี้ยงผ่านไปเอง วิ่งไปสักพักก็จะมีคนบังทางวิ่ง และมักตกกลางวงล้อม โดยไม่ต้องเพรสสุดตัว ถ้านักเตะคุณมีสปีดดี หลายครั้งจะแย่งบอลด้วยการวิ่งฉก (ส่วนนี้ต้องบอกก่อนนะว่าผมปรับ IO ให้เข้ากับทีมผมเอง ไม่ได้ใช้ตามต้นฉบับแนะนำมา หลักๆคือบี้พวกตัวทำเกม กับต้อนพวกปีกให้ไปเข้ามุม) และการที่มีแผงหลังสามตัว ถ้าวิงแบ็กไม่ถูกกระชากหายล่ะก็ เวลาเปิดเข้ามาในเขตโทษแล้ว ถ้าไม่ใช่จังหวะผิดวิสัยจริง ส่วนใหญ่เซนเตอร์จะโหม่งเก็บได้เรียบครับ อย่างเช่นกรณีนี้ที่ถูกบุกทางปีก ก่อนอื่นก็จะให้ WB บีบก่อน แล้วเซนเตอร์จะคอยซ้อนให้ เตรียมดักทางเลย จริงๆแล้ว WB ของผมเอาไม่อยู่นะครับช็อตนี้ แต่ว่าเซนเตอร์ก็บีบให้เล่นยากแล้ว มาซิยาน ที่เร็วและคล่องกว่าก็ตันเลยต้องเปิดยัด ซึ่งก็ผลก็... ส่งแป้กจนเป็นการจ่ายคืนประตูไป แน่นอนว่าถ้าเป็น 4-4-2 ปกตินี่ หลุด WB มาก็บรรลัยล่ะ แต่นี่ยังมีตัวซ้อน และกองหน้าก็ยังมีเซนเตอร์อีกคนมาร์คด้วย หลัง 3 มันดีตรงนี้ล่ะครับ ช่วยกันเข้าช่วยกันซ้อนดี เช่นกันว่าเวลาบุกไปแล้วอีกฝ่ายเคลียร์บอลทิ้ง เซนเตอร์ 3 ตัวที่ดูเผินๆแล้วจะไม่เกิดประโยชน์เพราะเสียตัวรุกไปตัวหนึ่ง แต่เชื่อเถอะครับความเด็ดของเกมรับก็อยู่ที่การยืนตำแหน่งของเซนเตอร์นี้แหล่ะ เพราะเวลาสาดบอลขึ้นมา เซนเตอร์จะผืนกระจายๆ คลุมพื้นที่แนวรับได้กว้างมา ฉะนั้นแล้ว ถ้าบอลเบี้ยวจากกองหน้าของคู่แข่งไปล่ะก็ ไม่ต้องห่วงเลย เพราะเซนเตอร์เราจะเก็บบอลมาเล่นต่อได้ทันที และต่อให้เปิดตรงตัวกองหน้า ถ้าเซนเตอร์เราใหญ่กว่า ก็จะโหม่งแย่งเอาบอลกลับมาได้ไม่ต่างกัน... เช่นภาพนี้สวนกลับมาแล้ว แต่... ไม่แม่นเล้ย แต่ถึงจะแม่น ยังไงก็ไม่รอดครับ ปิดหมดทุกจุด... ยิ่งเล่นหน้าเดี่ยวยิ่งดับสนิท... ดูสิครับได้บอลก็ว่ายากแล้ว แล้วถ้าเกิดบอลถึงจริงๆจะทำยังไงถ้าได้บอล อย่างดีก็โหม่งชงกลับครับ อย่าคิดว่าจะพลิกไปเองเล้ย ไม่มีทาง... ส่วนใหญ่โดนรุมเสียบอลครับ ถ้าจะเจาะแผนนี้ จึงทำโดยการถ่ายบอลไปแถวๆริมเส้น หรือแทงให้ปีกเอาบอลไปเองครับ ซึ่งถ้าวิงแบ็กเราไวและอึดล่ะก็ ไปไม่รอดเช่นกัน ความสำเร็จของการทำเกมรุกได้มากของแผนนี้ ก็มาจากรากฐานเกมรับที่เก็บตกและแย่งบอลได้ดีนั่นเองครับ แต่ก็ใช่ว่ามันจะสมบูรณ์แบบเสียทีเดียวนะครับ ถ้าวิงแบ็กเติมเพลิน แล้วถูกเจาะทางนั้น ก็ต้องวัดกันล่ะว่าคนเปิดกับกองหน้าฝ่ายคู่แข่งเก๋าแค่ไหน มีเหมือนกันที่เปิดข้ามหรือทะลุช่องเซนเตอร์ไป ให้โดนโหม่งจนเอาประตูได้บ้าง แต่ก็ไม่บ่อยนัก จากที่โดนมา การเสียประตูส่วนใหญ่จะโดนลูกสวนกลับ ซึ่งก็ไม่ได้เกิดบ่อยจนเกินไป รองมาคือโดนลูกตั้งเตะ เตะมุม เตะจุดโทษ เตะฟรีคิกส์ แต่ว่าส่วนนี้นักเตะดีคงช่วยได้มาก พอดีผมปั้นเด็กเลยเจอลูกทะเล่อทะล่าบ่อยๆ นอกนั้นคือซวย... โดนลูกผีจับยัด ยิงไกลเสียบสามเหลี่ยมชนิดที่โกล์ระดับโลกพุ่งไปแล้วยังปัดไม่ได้ อะไรเทือกนี้ สรุปคือเรื่องเกมรับนี่ ถ้าไม่ใช่เพราะลูกผิดพลาดเองหรือลูกสุดวิสัยแล้ว ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยเสียประตูจากการถูกเจาะหรือเปิดใส่สักเท่าไหร่ครับ เข้าท่าทีเดียวสำหรับแผนที่จบเกมแล้วมีสถิติยิงประตูเยอะมาก และมักเสี่ยงกับการเสียประตู...
  9. พักหลังเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น และมีคนถามมากขึ้น เช่นนั้นแล้วผมขอรีวิวแผนนี้เลยละกัน เผื่อจะเป็นประโยชน์ให้ตัดสินใจกันง่ายขึ้น PANDEMO เป็นแผนของเกมเมอร์ต่างประเทศที่พัฒนามาจากแผนของเกมเมอร์ท่านอื่นอีกที เป็นการผสมผสานแผน PANDORA'S BOX (460 STRIKERLESS) ที่ดูรวมๆเหมือน 4-3-3 แต่จะถอยหน้าเป้าลงมาเป็นหน้าต่ำหรือกลางรุกแทน (ใช้ Shadow Striker) และอีกแผนที่ผสมเข้าก็คือ DEMOLISHER ที่ดูรวมๆเป็น 3-4-3 แต่ก็ขยับหน้าเป้าลงเป็นหน้าต่ำเช่นกัน และใช้ SS หมดทั้งสามตัว ต้นแบบที่ 1 แพนโดร่า ต้นแบบที่ 2 DEMOLISHER พอเอารวมกันแล้วจะได้เป็น 3-4-3 แบบไร้กองหน้าจริงๆเลย เพราะมีการปรับหน้าต่ำเป็นกลางรุกแทน การยืนจะเป็นแบบนี้ จากการยืนจะเห็นชัดว่าไร้กองหน้าไปเลย แถมดูจะแพคกลางให้แน่นด้วย เพราะถอยหน้าเป้าลงมาเป็นกลางรุก ใช้กลางคุมเกม วิกแบ็กเสริม แผงหลังพร้อมจะลอยสูงมาช่วยบีบ จุดเด่นของแผน PANDEMO 1. เกมรุก สำหรับแผนนี้ ความเด่นจะอยู่ที่การสร้างจังหวะเข้าทำครับ ซึ่งประตูส่วนใหญ่จะมาจาก 2 แนวทางหลากรูปแบบ แนวทางที่ 1 บอลสวน ซึ่งส่วนใหญ่แผนนี้จะทีได้ดีกับบอลเคาน์เตอร์ เนื่องจากพื้นที่มีเยอะ และรูปแบบของแผนที่ใช้กลางรุกจะดึงแผงหลังให้เข้ามาประกบสูง ผลก็คือหลังคู่แข่งจะลอยสูงมาก ฉะนั้นถ้ามีกลางเปิดบอลดีๆ หน้าจะหลุดเป็นว่าเล่นเลย ฉะนั้นแล้วสิ่งที่ทีมควรมีคือกลางคุมเกมหรือกลางรุกที่วิสัยทัศน์ดี วางบอลแม่น กับตัวเข้าทำที่สปีดสูงๆครับ เพียงเท่านี้ก็เพิ่มโอกาสได้มากโขแล้ว และข้อเด่นที่ผมชอบคือไม่จำเป็นว่าหน้าเป้าต้องยิงเสมอไปครับ บางทีหน้าเป้าก็พักบอลให้ หรือดึงบอลให้ เพื่อให้คนที่ว่างกว่า ไม่โดนประกบเข้ามายิงแทน ตัวอย่างเช่นลูกนี้ Am ได้รับบอล เลี้ยงรอจังหวะ เพื่อนเติมขึ้นมา AM อีกคนที่วิ่งทำช่องอยู่แล้ว ก็เข้าไปแตะบอล แต่งให้ทีเดียว ให้แดนกลางเติมสูง หลุดเดี่ยวล่อเป้าซะ! ไม่ต้องมากพิธีรีตอง เพราะในเมื่อกองหลังลอยสูงแล้ว จะใครก็ได้ในทีมครับ วิ่งไปแบบนั้น นอกจากมีพื้นที่แล้ว ตัวประกบก็ยังไม่เพียงพอต่อการปิดตัวครับ ซึ่งการยิงประตูลักษณะนี้จะมาบ่อยมาก ขึ้นกับว่าสบช่องสวนกลับแบบไหนเป็นหลัก ถ้าจังหวะดีหน้าคมๆก็สกอร์ขาดล่ะครับ แผนนี้เหมาะนักเลยเวลาเจอทีมบุกบ้าเลือดใส่เรา และคนที่จะจ่ายบอลก็กว้างมากครับ ไม่จำเป็นต้องเป็นกองกลางเสมอไป บางทีวิงแบ็กสบช่องก็ตักให้เลย เพียงแต่ส่วนใหญ่บอลจะขึ้นจากกลาง บทบาทกลางเลยจะมากกว่าพอประมาณ นอกจากนี้ก็มีการเข้าทำอีกรูปแบบหนึ่งคือ ขึ้นเกมไปทางวิงแบ็กแล้วลากสุดซอย ก่อนที่จะเปิดเข้ากลางให้กองหน้าจิ้มเข้าประตูครับ แน่นอนว่าวิงแบ็กเองก็เป็นตัวสำคัญมากไม่แพ้กัน อย่างจังหวะนี้เริ่มต้นจากลูกตั้งเตะ พอพลาดปุ๊บ แล้วตัดบอลได้ไวก็เตรียมสวนกลับทันที ซึ่งวิงแบ็กยืนทำช่องอยู่ เพื่อนตักบอลให้ไปวิ่งแข่งเลย พอแซงแล้วก็ไม่ต้องแต่งมาก ปาดเข้าในทีเดียว ซึ่ง ณ จุดนั้นเพื่อนก็เติมไปรอแล้ว ก็ไม่ต้องพยากรณ์อนาคตจากนี้แล้วเนาะ... ตุงแน่นอน! ก็ประมาณนี้ครับ ส่วนใหญ่แล้วบอลจะขึ้นจากกลางสนามเป็นหลักครับ แต่ถ้าตันเมื่อไหร่หรือเจออัดกลางเมื่อไหร่ บอลเลยจะไปทางด้านข้างแทน ถือว่าแผนนี้มีความหลากหลายในการเข้าทำใช้ได้ทีเดียว แนวทางที่ 2 ขึ้นเกมตามปกติ เช่นนี้แล้วบทบาทหลักจะอยู่ที่แผงกลางรุกทั้งสามครับ โดยตำแหน่งแล้วพวกนี้มักมีความไว ต่อบอลเก่ง เล่นบอลวันทูได้ เวลาที่บอลไปมึนๆตึงๆแถวหน้าประตู บางทีกลางรุกจะแทงไปมาจนหลุดเข้าไปดวลเดี่ยวได้บ่อยๆครับ อย่างจังหวะนี้ ทีมเยือนลงไปตั้งรับหมดแล้ว กองกลางจะทำหน้าที่บัญชาการเกมรุก กลางต่อบอลให้ AM ของทีม ตัวแล่บเพียบให้เลือกเลย แต่ก็ไม่ใจร้อนแทงครับ ส่งให้ AM ที่ค้ำ แล้วคนค้ำก็แทงไวไปอีกทาง ที่หลุดมานั่นน่ะ WB นะครับน่ะ... มีทั้งพื้นที่ทั้งเวลา ก็สบายแฮล่ะ ป้ายกลับเข้าไปให้ AM ดาวรุ่งญี่ปุ่นครับ หมอนี้ค่าจบสกอร์แค่ 7 เองนะครับ แต่ว่าเพื่อนปูมาให้ซะโล่งๆแบบนี้ ยังไงก็ต้องเข้าแหล่ะครับ หรือไม่งั้นบอลจะกลับมาแถวสองบริเวณหน้าประตู ซึ่งโดยแท็กติคที่ไม่ได้เซ็ทให้จบเกมในกรอบเท่านั้น ก็เปิดช่องให้กองกลางยิงไกลมากขึ้นครับ และทีมก็จะได้ประตูจากลักษณะนี้หลายครั้งเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อเจอสภาพแนวรุกหน้าสุดเจาะไม่เข้า เช่นเคสนี้เซ็ทบอลไปได้แล้ว แต่คนได้บอลคือกลางดาวรุ่งที่ยังไม่เก๋านัก แหวกไม่ได้ครับแน่นไปหมด... แกก็ไม่ฝืน ป้ายกลับมาซะ... เพื่อนวิ่งมาแล้ว บอลได้น้ำหนักด้วย หวดซะ! พุ่งเสียบเสางามหยด และทางออกสุดท้ายคือดึงเกมไปเรื่อยๆ จนในที่สุดวิงแบ็กเติมขึ้นมาช่วย ก็จะมีการป้ายให้วิงแบ็กรับลูกเล่นต่อ จะมีทั้งครอสเข้ามา เลี้ยงกินตัวจ่ายให้เพื่อน หรืออาจให้กลางรุกแทงทีเดียว วิงแบ็กหลุดมายิงเองก็มี ทีมผมทำบ่อยๆเลยล่ะวิงแบ็กเติมยิงเนี่ย อันนี้ก็คล้ายกรณีบนที่ WB เปิดให้ดาวรุ่งญี่ปุ่นนั่นล่ะครับ ต่างไปหน่อยก็ตรงที่ WB จะตัดเข้าในแล้วหวดเองเลย มีบ้างเป็นระยะ แต่ก็เพิ่มความหลากหลายในการเข้าทำดีครับ ฉะนั้นแล้วสมดุลตัวนักเตะจึงค่อนข้างสำคัญมากๆครับ เพราะทุกตำแหน่งมักยิงประตูได้หมด และจ่ายบอลให้เพื่อนได้หมด กระทั่งกองหลังเอง ขนาดว่าผมไม่ได้เซ็ตอะไร เริ่มเกมมายังไงปล่อยไปเช่นนั้น เวลาได้ลูกเตะมุมก็มายิง มาแต่งให้เพื่อนบ่อยๆเช่นกัน บอลโด่งๆมานี่ถ้าไม่โหม่งยัด ก็โหม่งชงให้เพื่อนมาตะบัน (มีต่อ)
  10. จะว่าไปแล้ว ผมเคยเจอแบบนี้มาทีหนึ่งนะ แต่เป็นโกล์ฝั่งคอม มันกระโดดรับลูกจากปริ่มเส้น แต่ดันมาลงพื้นเอานอกเส้นสุดท้ายเจอใบแดงดูไปก็งงไปว่ามันก็มีอะไรแแปลกๆแบบนี้ด้วยแฮะ
  11. ในเกมล่ะก็นะ แต่ดูแข่งกับ Heart เมื่อคืนนีี่ทำเอาใจหายแว้บเลยครับท่านซองแตกแบบไม่น่าเชื่อ :011:
  12. ผมจัดทีม A ทีม B ไว้ เจอแบบนี้ยังเหงื่อตกเลยครับได้พักวันเดียวความฟิตไม่ค่อยขยับมากเท่าไหร่ แข่งไปลุ้นไปว่ามันจะเจ็บรึเปล่า
  13. สมเป็นอาร์เซน่อลที่ควบคุมเพดานการใช้เงินครับ มากสุดเท่ากับน้อยสุดเลยแฮะ...จะว่าไปก็สมจริงหลาย :014:
  14. อยู่เงียบๆก็ดีแล้วแท้ๆ :icon1:
×
×
  • Create New...

Important Information

FM-Thai.com uses cookies, by using our website you agree to our use of cookies as described in our Privacy Policy We have placed cookies on your device to help make this website better. You can adjust your cookie settings, otherwise we'll assume you're okay to continue.