Jump to content

Alexis

กัปตันทีม
  • Content Count

    551
  • Joined

  • Last visited

  • Days Won

    5

Alexis last won the day on April 22 2016

Alexis had the most liked content!

Community Reputation

62 เยี่ยม!

About Alexis

  • Rank
    กัปตันทีม
  1. ผมเห็นปกตินะ เพื่อนผมก็เห็นปกติ
  2. นำเสนอกันทีละแผนเลยนะครับเริ่มที่ของผมก่อนก็แล้วกัน Alexis Formation ดูจากการวางตำแหน่งกันแล้วมาพูดถึง Role และ การเลือกวางนักเตะกันเลย GK = เป็นแบบทั่วๆไปเอาที่ดีที่สุดที่หาได้ครับ ของผมใช้ De Gea เป็นหลัก Full Back = เน้นหนักที่ค่าCrossing , Pace , Acceleration , Stamina โดนตำแหน่งนี้ต้องขยันเพราะวิ่งขึ้นลงตลอดมีส่วนร่วมกับเกมเยอะแอสซิสบ่อย ขวาDarmain ซ้ายShaw Center Back = ทั่วๆไป แต่ถ้าเป็นไปได้ขอมีความเร็วนิดนึงเพราะหลังจะโดนเปิดยาวทะลุค่อนข้างบ่อย Smalling คู่ก็เปลี่ยนไปเรื่อยยังหาลงตัวไม่ได้ Deeplying PlayMaker = เน้นค่า Passing , First Touch , Tacking เรียกได้ว่าเป็นตำแหน่งห้องเครื่องอย่างแท้จริงเลยครับเป็นตัวคุมจังหวะเกมทั้งหมด Carrick Ball Winning Midfielder = Tacking , Stamina , First Touch , Long Shots เป็นสิ่งสำคัญครับ ตำแหน่งนี้จะเล่นเหมือนBox to Boxจะเป็นตัวตัดเกมในเกมรับ และเป็นตัวดันขึ้นไปบุกยิงในเกมรุกสำคัญมากเหมือนกัน Schneiderlin ลง36(2) ยิง9 แอสซิส4 POM2 เหลือง23 แดง1 ควรระวังเรื่องใบเหลืองแดงเหลืองโดนทุกนัด Advance PlayMaker = เอาใครก็ได้ที่เก็บได้จ่ายบอลดีครับจากตำแหน่งนี้จะมีสอดไปยิงหรือจ่ายทะลุให้เพื่อนยิงเรื่อยๆ Winger = เน้นความเร็วเปิดบอลเลย อธิบายนิดนึงตำแหน่งนี้แล้วแต่คนชอบเลยจะใช้ให้เหมือนIF ก็ได้เช่นปีกซ้ายผมใช้ Depay + Martial หรือถ้าอยากให้ลากสุดเส้นก็ใช้ตามเท้าถนัดปีกขวาใช้ถนัดเท้าขวาเล่น F9 = กองหน้าทั่วไปเลยครับถ้าได้ตัวใหญ่ก็ดีตรงที่พักบอลได้เน้นที่ค่าPassingนิดนึงถ้ามีจะดีมาก Training OI ผลงาน Download WindyZero Formation เทพเค้าบอกว่า แผนก็ตามนี้ไม่มีอธิบายอะไร 555+ Training OI ไม่มี!! ผลงาน Download
  3. ว่าด้วยเรื่อง Team Shape กับเกมรับ และการไล่บอล หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าทำไมกองหลัง ถึงไล่บอลบ่อยไปบ้าง ไม่ไล่บอลบ้าง ปล่อยบ้างอะไรบ้าง ผมจะไขข้อสงสัยให้กระจ่างไปเลยครับ ส่วนที่มีผลมากที่สุดก็คือ Team Shape ที่เราเซ็ตแผนนั่นเอง Team Shape คืออะไร ส่วนใหญ่คงรู้คร่าวๆอยู่แล้วว่า มันคือ ความยืดหยุ่นของนักเตะและแผนการเล่น แต่ถูกแค่ส่วนเดียวครับ ที่จริงก็คือ มันเป็นตัวกำหนดหน้าที่ให้นักเตะเลยว่า ให้ทำอะไรมากน้อยแค่ไหน หลายๆคนอาจจะยังสงสัยหน้าที่มันต้องเซ็ตใน Role/Duty สิ ก็จริงแค่ครึ่งเดียวครับ เพราะส่วนที่จะทำให้นักเตะทำตาม Role/Duty ได้มากน้อยก็อยู่ที่ Team Shape นั่นแหละ สองอย่างนี้และการตั้งค่าส่วนอื่นๆมันสอดคล้องกัน แต่ตอนนี้ผมขอเรื่อง Team Shape ก่อนแล้วกัน Team Shape มันเกี่ยวข้องกับแกมรับอย่างไร หลายๆคนคงต้องสงสัยแน่ คืออย่างนี้ครับ(ขอออกทะเลแปบ) การกำหนดให้นักเตะทำหน้าที่อย่างเดียวนักเตะก็ไม่ต้องพะวงเรื่องอื่น จะทำหน้าที่ของตนอย่างเดียว ถ้าให้ทำหลายๆอย่าง นักเตะก็ต้องแบ่งสมาธิมาทำเรื่องอื่นๆเช่นกัน ซึ่งอาจจะดีต่อทีมหรือแย่ลงก็ได้ ตามสภาพแผนการเล่นที่เราใช้(เดี๋ยวกล่าวถึงทีหลัง) การปรับ Team Shape เรารู้กันอยู่แล้วว่าสามารถปรับได้ 5 ระดับผมจะอธิบายคร่าวๆแบบเข้าใจง่ายๆเลยละกัน เอา 3 แบบหลักๆนะครับ(อีก 2 แบบ มันก็แค่เพิ่มคำว่ามากกว่าเดิมลงไป เข้าใจตรงกันนะ) 1. Fluid คือ นักเตะจะเล่นกันเป็นทีม ผู้เล่นเกมรุกสามารถเล่นเกมรับได้ และผู้เล่นเกมรับก็เล่นเกมรุกได้เช่นกัน จุดเด่นก็คือ นักเตะตัวรุกอย่าง ST, AMC, AML, AMR จะวิ่งไล่บอลทันทีเมื่อทีมเสียบอล ทำให้ผู้เล่นเกมรับมีเวลาวิ่งกลับลงไปที่ตำแหน่งของตัวเอง จุดด้อย นักเตะตัวรับอย่างเช่น MC, DMC, DC, DL, DR จะไม่เข้าไล่บอล แต่จะวิ่งกลับเข้าตำแหน่งของตัวเองก่อนเสมอ แล้วค่อยออกมาไล่เมื่อบอลเข้าโซนของตัวเอง ลักษณะของการเข้าไล่บอล มักจะเข้าไปไล่บอล 2 คนเพื่อไล่บีบเอาบอลคืนให้เร็ว แต่นั่นจะทำให้นักเตะตัวรุกคนอื่นๆ ว่าง หรือนักเตะเสียตำแหน่งไป 1-2 ตำแหน่ง ทำให้มีช่องโหว่ค่อนข้างมาก โดยแผนการเล่นที่เหมาะกับการใช้รูปแบบนี้ คือ 4-4-2 , 4-5-1 แบบกลางเรียงกัน 5 คน , 3-5-2 (WB) , 4-3-3 (หรือ 4-1-2-2-1 Wide) , 4-1-2-1-2 และแผนที่มี DMC ในแผนการเล่นอย่างน้อย 1 คน 1.Structure รูปแบบนี้ นักเตะจะเน้นทำหน้าที่ของตัวเองเป็นหลัก ตัวรุกก็เล่นเกมรุก ตัวรับก็เล่นเกมรับ จุดเด่นก็คือ นักเตะตัวรับอย่าง DMC , DC ที่ดันขึ้นมา จะเข้าไล่บอลในทันทีที่ฝ่ายตรงข้ามเดินเกมรุกข้ามเส้นครึ่งสนามเข้ามา เพื่อสกัดบอลให้พ้นแดนของตัวเองหรือตัดบอลให้นักเตะตัวรุกทำเกมต่อได้ทันที จุดด้อย นักเตะตัวรุกจะวิ่งลงกลับมาที่ตำแหน่งของตัวเองช้า ลักษณะของการไล่บอล เมื่อทีมเสียบอล นักเตะตัวรุก จะค่อยๆวิ่งกลับลง หรือบางคนจะยืนค้างไว้ เพื่อทำตัวให้เกะกะ บังทางบอลไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามส่งบอลได้ถนัด ทำให้ส่วนมากจะเปิดเกมด้วยการโยนยาวให้กองหน้าเก็บ ซึ่งนักเตะเกมรับจะทำการเข้าประกบ ไล่กองหน้าทันทีเพื่อสกัดบอล ทั้งการโหม่ง แทคเกิล หรือวิ่งออกมาอินเตอร์เซ็ปบอลเพื่อเอาบอลกลับให้ผู้เล่นเกมรุก แต่ถ้าพลาดโอกาสที่กองหน้าจะหลุดเดี่ยวก็มีสูงเช่นกัน แผนการเล่นที่เหมาะกับรูปแบบนี้ก็คือ 4-2-3-1 , 4-2-2-2 (ปีกลอย) , 4-3-3 , 4-1-2-3 และแผนที่มีนักเตะตัวรับเหลือน้อยๆ 1.Flexible จะอยู่ กลางๆระหว่าง 2 แบบแรก ผมไม่ขออธิบายนะครับ ขี้เกียจละ เอาเป็นว่า นักเตะจะลงมาช่วยเกมรับตามจังหวะ หรือตัวรับจะเข้าไล่บอลก็ตามจังหวะ หรือสถานการณ์เป็นหลัก ซึ่งจะเหมาะกับการเล่นแบบ Man to Mark หรือประกบตัวต่อตัว มากกว่า แผนการเล่นที่เหมาะก็ประมาณ 4-4-2 , 4-4-1-1 ทีนี้ก็น่าจะช่วยให้หลายๆคนหายสงสัย หรือไขข้อข้องใจให้ไปได้บ้าง ไม่มากก็น้อย ทีนี้เวลาเลือกใช้ ก็น่าจะช่วยทำให้แผนการเล่นที่ออกมา มีผลงานที่ดีขึ้น และตรงกับการใช้งานที่เราต้องการได้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่า แนวทางที่ผมนำนี้มันจะถูกต้อง 100% ซะทีเดียว เพราะการเซ็ตแผนมันละเอียดอ่อนมากมายนัก ก็ขอให้ทุกท่านที่อยากลองทำแผนเองค่อยๆศึกษา นะครับ ผมจะทยอยนำบทความมาลงทีละอย่าง เนื่องด้วยเวลาผมไม่ได้มีมากมายเลยทำออกมาทีเดียวไม่ได้ แต่ก็น่าจะดีกว่า เพราะการเรียนรู้การทำแผนมันต้องใช้เวลาพอสมควร ขอให้สนุกครัส PS. บทความโดย WindyZero [Arkadej Hongsee Kroekgarun] , เรียบเรียงโดย Alexis [Nutt Poochatwanitkul]
  4. สวัสดีครับ วันนี้มาว่ากันเรื่อง TI หรือ Team Instuctions ฟังชั่นหลักของหัวข้อ Tactics ที่ทุกผู้ทุกวัยที่เล่นเกมFM2016ต้องใช้ มาเริ่มกันเลยครับ 1.ส่วนแรกมาพูดถึง Mentality กันก่อน Mentalityคืออะไร แนวทางหรือรูปแบบการเล่นครับมันส่งผลถึงอะไรบ้าง 1.1.Tempo หรือจังหวะในการทำเกมส่งบอลรับบอลขึ้นเกมรุก 1.2.Time Wasting เวลาในการหน่วงเกมดึงเกม หรือการถ่วงเวลา 1.3.WIdth คือ ระยะความกว้าง-แคบ ของการยืนตำแหน่งในสนามของนักเตะ 1.4.Defensive Line แผงกองหลังจะยืนสูงหรือต่ำ 1.5.Closing Down การวิ่งบีบกดดันไล่บอล 1.6.Passing Directness ระยะการส่งบอล 2.มาดู 7รูปแบบหลักกันครับว่ามีอะไรบ้าง 2.1.Contain จะเป็นโหมดที่เน้นการป้องกันสุดๆว่ากันง่ายๆ Park The Bus นั้นล่ะครับ การเล่นจะเน้นการเล่นช้าๆ ถ่วงเวลาตลอดถ้าเป็นไปได้ การยืนในสนามของนักเตะที่แคบแผงหลังยืนต่ำไล่บอลน้อยเน้นการยืนในตำแหน่งรอป้องกันและระยะการส่งบอลที่สั่นกว่าปกติ 2.2.Defensive โหมดป้องกัน หลักก็จะคล้ายกับโหมดที่1คือเน้นการยืนตำแหน่งในเขตแดนตัวเอง ที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ เกมรุกสวนกลับจะมีการวาวงบอลยาวไปข้างหน้าเพื่อทำประตู 2.3.Counter การสวนกลับจะเริ่มมีการยืนตำแหน่งที่กว้างมากขึ้น และ เล่นเกมรุกสวนกลับเร็วเวลาได้บอล 2.4.Standard แผนที่มีค่าความเป็นกลางมีความสมดุลย์ทั้งรุกและรับเหมาะที่จะได้ปรับเปลี่ยนได้ตามรูปเกมหรือการแก้เกม 2.5.Control คุมเกม จะเน้นการส่งบอลไปทั่วๆสนามเพื่อหาพื้นที่ว่างในการเจาะเข้าทำ พื้นที่ในการยืนจะกว้างครอบคลุมทั่วสนาม 2.6.Attacking เกมรุก รูปแบบเกมรุกจะเน้นความรวดเร็วในการเข้าทำครับรวมถึงการเปิดพื้นที่โดยการโยนบอลไปข้างหน้าจะสังเกตุได้ว่า Time Wasting ส่วนนี้จะเริ่มน้อยมากคือจะไม่มีการดึงเวลาเลย ถ้าบอลอยู่ในทีมเราจะเริ่มทำเกมรุกต่อไปทันที 2.7.Overload คือการสั่งให้ทั้งทีมเน้นเกมรุกทุกตำแหน่งจะขึ้นสูงหมด จังหวะบอลจะเร็วมากๆและการยืนจะกว้างคลุมทั้งสนาม **7อย่างข้างบนนี้ แตกต่างกันตรงไหน ตรงที่สุดก็คือความเร็วในการเดินเกม การยืนตำแหน่ง แล้วก็ การส่งบอลครับเช่นว่า ผมเล่นAttacking สั่งเล่นบอลสั่น แต่มันก็จะมีโยนไปหน้าอยู่ดีครับเพราะว่าเกมเน้นแบบเร็ว Time Wasting น้อย 3.ส่วนต่อไปที่จะพูดถึงคือ Team Shape 3.1Highly Structured นักเตะจะรับผิดชอบหน้าที่เฉพาะในตำแหน่งของตัวเองไม่ทำมากไปกว่าในใบสั่ง เช่น กองหลังรับผิดชอบเรื่องป้องกันจะไม่มีการออกจากตำแหน่ง กองกลางก็รับผิดชอบเรื่องเชื่อมเกมเป็นหลัก รูปแบบHighly Structured นี้จะทำให้ รูปแบบFormationหรือการวางตัวนักเตะเป็นไปตามเดิม นักเตะจะมีอิสระในการเล่นน้อยมาก 3.2Structured แตกต่างจาก3.1ตรงที่Full Backsจะรับผิดชอบหน้าที่ป้องกันและเติมเกมเพื่อมาช่วยเชื่อมเกมรุกด้วย ตำแหน่งปีกก็จะทำเกมรุกมากขึ้น กองหลางก็ที่หน้าที่เชื่อมเกมและโจมตีในกรอบหรือนอกกรอบเขตโทษด้วย หัวข้อนี้จะเริ่มให้อิสะในการเล่นกับนักเตะมากขึ้นนิดหน่อย 3.3Flexible เป็นตัวเลือกที่เรียกได้ว่ามีความสมดุลย์ กองหลังและกลางรับ จะมีหน้าที่ทั้งป้องกันและถ่ายบอลเชื่อมเกม กองกลางก็จะมีหน้าที่เชื่อมเกมรวมไปถึงการโจมตีที่มากขึ้น หัวข้อนี้ จะมีรักษาสมดุลย์ระหว่างการเคลื่อนที่ของนักเตะและรูปแบบFormationที่เราวางไว้ 3.4Fluid ขึ้นชื่อว่ายืดหยุ่น มันคือทุกตำแหน่งในสนามจะมีความยืดหยุ่น หัวข้อนี้จะให้อิสระนักเตะมาก ทำให้นักเตะ ออกจากตำแหน่งเพื่อทำเกมรุก หรือเคลื่อนที่รับบอลมากขึ้น 3.5Very Fluid ตัวรุกสามารถเล่นเกมส์รับ และตัวรับขึ้นไปทำเกมส์รุกได้ เป็นตัวเลือกที่ให้อิสระในการเล่นของนักเตะมากที่สุด 4.Width ความกว้าง-แคบในการยืน มีผลอะไรบ้าง ยืนกว้างนักเตะจะมีพื้นที่ในการเลี้ยงบอลเล่นบอล ข้อเสียคือการลำเลียงบอลเป็นไปได้ยากเพราะระยะห่างระหว่างนักเตะมีเยอะ เล่นแคบนักเตะอยู่ในระยะใกล้กันสามารถส่งบอลถึงกันได้ง่ายแต่พื้นที่ในการเล่นจะมีน้อยเพราะ ยิ่งใกล้กันมากเท่าไหร่ นักเตะฝั่งตรงข้ามก็ประกบใกล้เหมือนกัน ***ขอข้ามในส่วนของDefence ไปเลยนะครับผมว่ามันเข้าใจง่ายๆอยู่แล้ว 5.Build-Up การสร้างรูปแบบเกมรุก 5.1Passing 5.1.1Clear Ball To Flanks เครียร์บอลออกไปทางปีกเพื่อให้แนวรุกรับบอล 5.1.2 Pump Ball Into Box เป็นการเปิดบอลยาวเข้าไปในเขตโทษ จะเป็นการวางบอลยาวให้กองหน้าวิ่งไปเก็บในกรอบเขตโทษ 5.1.3 Exploit The Left-Right Flank การเน้นเล่นบอลออกทางขวาหรือซ้ายเพื่อเจาะปีกขวาหรือปีกซ้าย 5.1.4 Eploit The Middle เน้นเจาะตรงกลาง 5.1.5 Play Out Of Defence จะเป็นการให้กองหลังส่งบอลใกล้ๆแทนที่จะเครียหรือเปิดบอลยาว 5.2 Pass Into Space การจ่ายบอลหรือผ่านบอลไปยังพื้นที่ว่างข้างหน้า ****ขอเพิ่มเติมในจุดนี้ ในการแก้เกมโดยมากผมจะแก้จุดนี้เป็นหลัก เพราะนี้คือศูนย์รวมการทำเกมรุกทุกอย่าง อ่านให้ออกว่าคู่ต่อสู้มีจุดอ่อนตรงไหน เช่น ทีมนี้มีจุดอ่อนที่แบคขวาซึ่งช้าเป็นเต่า ก็ให้เลือก Exploit The Left Flank เพื่อให้เดินเกมที่จุดอ่อนนี้ และการไม่เลือกBuild-Upใดๆเลย มีผลยังไงบ้างคือนักเตะจะมีอิสระในการเล่นครับมันจะไหลลื่นไปตามเกม Build-Up ก็คือการเน้นต้องการจะบุกจุดไหน ซ็าย ขวา กลาง ขึ้นเกมยังไงวางบอลยาวไปหน้าไหม ฉะนั้นเลือกใช้อย่างใจเย็นครับ 5.3 Passing Directness 5.3.1Shoter Passing ส่งบอลสั้น เหมาะสำหรับทีมที่เน้นครองบอล 5.3.2 Mixed แบบผสมผสานนักเตะจะวางบอลยาวแบบDirect ทันทีที่เป็นว่ามีโอกาศแต่ยังรักษาสมดุลย์ไว้ 5.3.4 Direct Passing เป็นการวางบอลยาวเพื่อขึ้นเกมหรือเชื่อมเกมอย่างรวดเร็วจากหลังไปหน้า เหมาะสำหรับทีมที่มีกองหน้าสายความเร็วหรือทีมที่เน้นเกมเค้าเตอร์ 5.3.4 Go Route One การจ่ายยาวแบบจังหวะเดียว ตัวเลือกนี้จะเป็นการเล่นแบบน้อยจังหวะ เช่น หลังวางยาวไปปีก ปีกวางไปหน้ารับบอลในเขตโทษ จบ 5.4 Retain Possession การเพิ่มการครองบอลถ้าใช้ตัวนี้มันจะไปลดระยะการส่งบอล(Passing Directness)และTempo ลง 5.5Creative Freedom 5.5.1 Be More Creative เพิ่มอิสระในการเล่นของนักเตะ นักเตะจะทำตามความสามารถตัวเองมากกว่าในTactic ที่เราวางไว้ให้มัน 5.5.2 Be More Discipline ให้นักเตะเล่นตามTacticที่วางไว้เพื่อรักษาFormationไว้ 6.Attack การเปิดเกมรุก 6.1Final Third 6.1.1 Hit Early Crosses การวางบอลจากแนวลึกเข้าไปยังกรอบเขตโทษ 6.1.2 Look For Overlap จะเป็นการHoldหรือดึงบอลไว้เพื่อรอหรือมองหาผู้เล่นSupportหรือFull Back ที่จะเติมขึ้นมา 6.1.3 Shoot On Sight ยิงเมื่อมีโอกาส ผู้เล่นจะยิงเมื่อมีช่องให้ยิงไม่ว่าจะในกรอบหรือนอกกรอบก็ตาม 6.1.4 Work Ball Into Box เป็นการขึงเกมเพื่อรอโอกาสเปิด มันไม่ใช่การเคาะบอลเพื่อเข้าไปในเขตโทษนะครับ นักเตะจะหุบลงมาเล่นใกล้กันมากขึ้น เพื่อถ่ายบอลไปมา รักษาการครองบอลไว้จนกว่าจะมีช่องให้แทงหรือหลุดเข้าไปยิงในเขตโทษ มันไม่ใช่ ใช้ไอนี้แล้วมันจะชิ่ง1-2 หรือมุ่งเข้าเขตโทษอย่างรวดเร็ว นะเข้าใจซะใหม่ 6.1.5 Float Cross เป็นการโยนลูกโด่งเข้าไปในเขตโทษ ใช้สำหรับนักเตะตัวใหญ่โหม่งดี 6.1.6Whipped Cross เป็นการเปิดบอลแบบพุ่งเร็วและโค้งเข้าไปในเขตโทษ ใช้สำหรับทีมที่ต้องการเปิดบอลจากแนวลึก 6.1.7Low Cross เป็นการเปิดบอลเรียดพื้น ใช้สำหรับทีมที่มีกองหน้าเร็วๆสามารถออกจากพื้นที่เล็กๆ แคบๆ ไปเข้าฮอร์ส 6.2Dribbling 6.2.1 Run At Defence เป็นการเลี้ยงจี้คู่ต่อสู้ให้มากกว่าปกติตามแผน 6.2.2 Dribble Less นักเตะจะมองการผ่านบอลสำคัญเป็นอันดับแรกมากกว่าการครองบอลและการเลี้ยงเพื่อเข้าโจมตี 6.3FreeDom Movement 6.3.1 Stick To Positions เป็นการสั่งให้นักเตะเล่นตามคำสั่งหรือหน้าที่หลักที่สั่งไว้ และจะไม่ให้นักเตะมีอิสระในการเคลื่อนที่ไปทั่วสนาม 6.3.2Roam From Positions การให้อิสระนักเตะสามารถเคลื่อนที่ไปทั่วสนามโดนถ้าวิ่งหลุดจากตำแหน่งตัวเองแล้วจะมีนักเตะคนอื่นมาแทนในตำแหน่งที่ตัวเองหลุดไป เหมือนกับแนวคิดของ Total Football นั้นล่ะครับ ******วันนี้ไว้แค่นี้ก่อนเหนื่อยละ อยากรู้หรือติดใจตรงไหนถามไว้ ไว้ผมมาเพิ่มเติมรายละเอียดให้ เพิ่มเติมภาพกราฟฟิคที่ใส่คำอธิบายแล้วโดยคุณ Teeraphat Pratumsrisakhon
  5. มี่แต่แผนเอาแผนอื่นมามิกซ์กันอะคับ
  6. รอจนกว่ามันจะพูด Eng ได้ครับ เดี่ยวก็หาย
  7. แผนไหนก็ได้โตแล้ว :016:
  8. แล้วจะรู้ไหมล่ะเนี้ยมันเป็นอะไรข้อมูลก็ไม่มีภาพอะไรก็ไม่มีเลยไม่รู้จะช่วยอย่างไร :014:
  9. แล้วรวมเงิน แป๊ะเจี้ย เอเย่นยังล่ะครับ
  10. ขำๆนะครับเซฟใหม่เล่นแก้เซง ชอบแบบไหนทำแบบนั้นเลยครับ
  11. ต้องดูหลายอย่างประกอบนะครับ Shoot on sight คือ ยิงเมื่อมีโอกาส ประมาณว่ายิงได้ยิงเลยไม่ต้องเกรงใจ อยากให้ลองลด Creative Freedomลงดูก่อนครับ แล้วก็ดูแผนโดยรวม บางทีมันไม่มีพื้นที่ให้เล่นหรือจ่ายบอลมันก็ยิงไกล ทิ้งไปเลย หรือ หน้าหลุดไปแต่โดนกองหลังบีบซ้ายขวาทำให้ยิงไม่เข้ากรอบมันก็มีผลด้วยนะครับ ส่วนเรื่องNani มันยิงได้ทั้ง2เท้าแหละครับ อยู่ที่นักเตะคนไหนถนัดเท้าไหนเท่าไหร่ เช่นว่า วาเลนเซีย เท้าขวา20 เท้าซ้าย1 ถ้ามันใช้เท้าซ้ายก็จะ....
×
×
  • Create New...

Important Information

FM-Thai.com uses cookies, by using our website you agree to our use of cookies as described in our Privacy Policy We have placed cookies on your device to help make this website better. You can adjust your cookie settings, otherwise we'll assume you're okay to continue.