Jump to content
ihbnroll

The Pilgrims vs The World: นักเดินทางจากลีกทู มุ่งสู่ความเป็นทีมระดับโลก!!

Recommended Posts

ของผมตอนล่าสุดครับ ใกล้แตะความสำเร็วแล้ว ติดอยู่ Championship มาฤดูการที่ 2 แล้วครับ

2018877.png

 

อันนี้นักเตะปัจจุบันครับ

2018900.jpg

Edited by motinez

Share this post


Link to post
Share on other sites

นักเตะเด่น


 


Bobby Reid


bobby_reid.jpg


 


ไม่มีอะไรต้องพูดมากสำหรับมิดฟิลด์ตัวรุกวัย 22 คนนี้ กับผลงานลงสนามในลีก 39นัด สำรองอีก 4 ยิงไป 10 ประตู จ่ายให้เพื่อน 8 แอสซิสต์ และเป็นเจ้าของสถิติจ่ายลูก Key Pass ให้เพื่อนมากที่สุดในลีกที่ 103 ครั้งตลอดฤดูกาล เรียกว่าถ้าไม่เจ็บไม่ตายยังไงก็ต้องมีพี่แกลงสนามในตำแหน่งหลังกองหน้าล่ะครับ


 


Curtis Nelson


curtis_nelson.jpg


 


เซนเตอร์แบ็คกัปตันทีมวัย 22 ปี เป็นเสาหลักอย่างแท้จริงในแนวรับของทีมฤดูกาลนี้ ลงสนามให้ทีมในเกมลีกถึง 44 จาก 46 นัด เป็นตัวจริงทั้งหมด และฟอร์มสม่ำเสมอสุดๆ เก็บ Average Rating ไปที่ 7.03 โดยเป็นผู้เล่นที่ตัดลูกจ่ายได้มากที่สุดในทีมด้วย


 


Charlie Taylor


charlie_taylor.jpg


 


แบ็คซ้ายตัวยืมเจ้าของสถิติ Average Rating สูงสุดในลีก ทำ Rating ไว้ที่ 7.23 จากการลงสนาม 29 นัก วิ่งขึ้นลงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยทางฝั่งซ้าย ทำเกมร่วมกับ Bobby Reid ทำให้กราบซ้ายของสนามทีมผมแข็งแกร่งมากๆ ประตูส่วนใหญ่ของทีมมาจากการทำเกมในพื้นที่ฝั่งนี้


 


 


ดาวรุ่งฟอร์มเด่น


 


Tyler Harvey


tyler_harvey.jpg


 


มิดฟิลด์ตัวรุกที่ก้าวขึ้นมาจากการเป็นนักเตะเยาวชนของทีม ปีนี้ลงเล่นในทุกรายการให้กับ Plymouth รวมกันเป็นตัวจริง 24 นัด สำรองอีก 18 นัดในหลากหลายตำแหน่ง ตั้งแต่มิดฟิลด์ตัวรับ มิดฟิลด์ตัวกลาง ตัวรุกหลังกองหน้า ไปจนถึง False Nine ทำไปทั้งหมด 8 ประตู 5 แอสซิสต์ และสถิติการส่งบอลเข้าเป้าถึง 80% อนาคนของเขากับทีมยังอีกไกลครับ


 


 Ben Purrington


bun_purrington.jpg


 


แบ็คซ้ายดาวรุ่งที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่เด็กๆ ได้รับโอกาสลงสนามพอสมควรเลยครับในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยลงสนามให้ทีมทุกถ้วยรวมกันเป็นตัวจริง 18นัด สำรอง 6นัด ทำ Rating เฉลี่ยไว้ที่ 7.08 พร้อมกับแอสซิสต์ให้เพื่อนไปทั้งหมด 3 ครั้ง ช่วงท้ายฤดูกาลผมส่งเขาไปหาประสบการณ์กับทีม Gateshead ในลีก Conference เจ้าหนูนี่ก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมไปเลย เมื่อลงสนามช่วยทีม Gateshead ไป 13 นัด ยิงไป 1 ประตู จ่ายให้เพื่อน 4 แอสซิสต์ มีคะแนนเฉลี่ยที่ 7.48 เลยทีเดียว ฤดูกาลนี้ Purrington ก็น่าจะได้อยู่กับทีมต่อในฐานะแบ็คซ้ายตัวเลือกลำดับสอง รองจาก Charlie Taylor ถึงจะเป็นสำรองในเกมลีก แต่ในฟุตบอลถ้วยได้ลงตัวจริงทุกนัดแน่นอน


  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

สรุปผลงานฤดูกาล 2014-15


 


League Two


 


Expectation: เกาะกลุ่มลุ้นเพลย์-ออฟ เพื่อเลื่อนชั้น (สื่อคาดหมายว่าจะได้อันดับที่ 9)


Reality: เลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติด้วยคะแนนเป็นอันดับ 2 ในลีก


 


นับเป็นปีที่เราทำผลงานได้เหนือความคาดหมายทีเดียวครับ ที่ได้ลุ้นแชมป์ League Two กับเค้าจนแทบจะวินาทีสุดท้ายของฤดูกาล ผลงานที่เด่นมากคือฟอร์มการเล่นในบ้านที่แพ้ไปเพียงสองนัดเท่านั้น และการเล่นเกมครองบอลที่เรามีอัตราการครองบอลต่อเกมสูงที่สุดในลีก น่าเสียดายที่มีช่วงปืนฝืดไม่ชนะใครถึงหกนัดติดในช่วงหลังปีใหม่ แต่โดยรวมผมพอใจกับผลงานลูกทีมมากๆ ครับ


 


Johnstone's Paint Trophy


 


result_jpt.png


 


Expectation: รอบสอง


Reality: รอบแปดทีมสุดท้าย


เป็นอีกรายการที่ทำผลงานได้เกินความคาดหมาย หลังจากผ่านรอบแรกด้วยการเอาชนะทีมบ๊วยประจำลีกทูอย่าง Newport County แล้ว ลูกทีมของผมก็โชว์ฟอร์มนัดที่ดีที่สุดนัดหนึ่งในฤดูกาล โดยการเปิดบ้านถลุง Coventry หักปากกาเซียนแบบสบายๆ ไป 4-1 แม้จะส่งผู้เล่นชุดสองลงสนามก็ตาม แต่เส้นทางในถ้วยนี้ก็จบลงด้วยฝีเท้าของ Swindon ในรอบต่อมา ซึ่งก็ไม่เหนือความคาดหมายเท่าใดนัก


 


League Cup


 


Expectation: เล่นเพื่อสุขภาพ


Reality: รอบสอง


 


ในฟุตบอลถ้วยลีกคัพ ผมพาทีมหักด่านทีมจากลีกระดับสูงกว่าอย่าง Yeovil มาได้ในรอบแรก 3-2 ก่อนจะมาถูกทีมจากลีกสูงสุดอย่าง Sunderland ถล่มเละคา Stadium Of Light ไป 4-0 ถือว่าทำผลงานได้ดีตามมาตรฐาน


 


The FA Cup


 


result_facup.png


 


Expectation: รอบสอง


Reality: รอบสาม


หลังจากผ่านสองรอบแรกมาอย่างไม่ยากเย็นด้วยการบุกไปยัดเยียดความปราชัยให้กับ York และ AFC Fylde คู่ต่อสู้ที่ขวางทางอยู่ในรอบที่สามของฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกถ้วยนี้ก็คือ Wigan Athletic ลูกทีม Plymouth ของผมสู้ตายถวายหัวยื้อมาจนถึงนัดรีเพลย์ แต่ก็ต้านชั้นบอลที่ต่างกันไม่ไหวแพ้ไป 0-1 ถือว่าทำผลงานได้น่าพอใจเช่นกันครับ


 


 


European Football Review


 


ส่วนนี้จะเป็นเนื้อหาพิเศษ สรุปความเป็นไปในลีกดังๆ ของยุโรปที่เกิดขึ้นในเซฟของผมครับ มาเริ่มกันที่พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ที่การแข่งขันเป็นไปอย่างสูสี แล้วก็เป็นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พลิกนรกจากการเป็นทีมอันดับ 5 ในช่วงกลางฤดูกาลมาเป็นแชมป์ในบั้นปลาย พ่วงสถิติเกมรับดีที่สุดในลีก เสียไปเพียง 33 ประตูจาก 38 นัดเท่านั้น แถมด้วยรางวัลดาวซัลโวรองเท้าทองคำที่ตกเป็นของ Radamel Falcao (ใช่ครับ Radamel Falcao) ที่กดไป 26 ประตู และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีได้แก่ Juan Mata โดยโค้ชผู้นำทีมคว้าแชมป์ก็คือ Jürgen Klopp ที่มารับงานต่อจาก Louis van Gaal ที่โดนไล่ออกในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยมีคะแนน 79 แต้ม ทิ้งทีมอันดับสองและสามคือ Chelsea ของ José Mourinho และ Liverpool ของ Brendan Rodgers 4 แต้ม เชลซีจบที่อันดับ 2 ด้วยประตูได้เสียที่ดีกว่าเท่านั้นเองครับ 


 


epl_2014-15.png


 


ส่วนอันดับ 4 ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน Arsenal ของ Arsène Wenger นั่นเอง โดยทำคะแนนมาที่ 74 แต้ม หลังจบฤดูกาล ขงเบ้งลูกหนังอย่าง Wenger ก็ตัดสินใจวางมือ เปิดทางให้ Phillip Cocu โค้ชหนุ่มจาก PSV แชมป์ Eredivisie เข้ามาทำทีมแทน


 


เซอร์ไพรส์ประจำฤดูกาลนี้ก็คือ Manchester City ที่จบฤดูกาลด้วยอันดับ 6 ซึ่งด้วยผลงานแบบนี้ทำให้เฮดโค้ชอย่าง Manuel Pellegrini ต้องกระเด็นจากเก้าอี้ไปในเดือนมีนาคม โดยคนที่มาแทนก็เป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตากันอย่าง Roberto Mancini นั่นเองครับ ซึ่ง Mancini เข้ามาก็สร้างผลงานทันทีด้วยการพาทีมคว้าถ้วย UEFA Champions League มันซะเลย โดย City ฝ่าด่านทั้ง Real Madrid ในรอบแปดทีม ตามด้วย Liverpool ในรอบรองฯ และปิดท้ายด้วยการเชือด Chelsea ไปนิ่มๆ 2-0 จากการเหมาคนเดียวของ Stevan Jovetic ครับ


 


อีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ของ Premier League ฤดูกาลนี้ก็คือ สามทีมน้องใหม่อย่าง Leicester City, Burnley และ Q.P.R. นั้นพากันรอดตกชั้นทั้งหมดครับ โดยทีมโชคร้ายในปีนี้คือ Stoke, Sunderland และ Southampton ครับ


 


ในฟุตบอลถ้วย ในที่สุด Liverpool ก็มีแชมป์แรกภายใต้การคุมทีมของ Brendan Rodgers ซะที เมื่อเจ้าหงส์แดงหักด่านหินทั้ง Manchester United ในรอบสาม, Chelsea ในรอบสี่, Everton ในรอบแปดทีม, Tottenham ในรอบรองชนะเลิศ ปิดท้ายด้วยการเฉือนชนะ Southampton ในช่วงต่อเวลาพิเศษของรอบชิงชนะเลิศ ด้วยประตูชัยของ Mario Balotelli กองหน้าจอมเกรียนที่ปีนี้ไม่เกรียน กดไป 26 ประตูจากทุกรายการที่ลงแข่ง


 


และนั่นไม่ใช่แชมป์เดียวของ Liverpool ในปีนี้ เมื่อพลพรรคหงส์แดงคว้าถ้วย League Cup ได้ด้วยการปราบ Newcastle ในรอบชิงชนะเลิศขาดลอย 4-1 จากแฮททริกของ Fabio Borini และอีกประตูจากเพชฌฆาตเต้ยโศก Daniel Sturridge คว้าดับเบิ้ลแชมป์ไปอย่างยิ่งใหญ่ครับ


 


 


ข้ามมาที่ La Liga ของ Spain ที่สามอันดับแรกยังคงเป็นหน้าเดิม โดยปีนี้เป็น Real Madrid ภายใต้การนำของพี่แจ้ Carlo Ancelotti เข้าป้ายเป็นอันดับ 1 ตามมาด้วย Barcelona, Atletico และ Valencia ตามลำดับ โดยตำแหน่งดาวซัลโวเป็น Lionel Messi และ Mario Mandzukic ที่ทำไป 23 ประตูเท่ากัน ส่วนคุณพี่ Cristiano Ronaldo ทำได้ 17 ประตู เป็นรองทั้ง Alvaro Negredo ของ Valencia และ Felipe Caicedo ของ Espanyol ครับ โดยมีข่าวใหญ่คือ Barcelona ทำการปลด Luis Enrique ออกจากตำแหน่งทันทีที่จบฤดูกาล โดยดึงตัว Frank de Boer โค้ชหนุ่มจาก Ajax มาแทน


 


ส่วนในฟุตบอลถ้วย Copa del Rey เป็น Atletico Madrid ที่ได้แชมป์ไปครับ


 


 


ที่ประเทศเยอรมนี ก็ยังคงเป็นลีกของ FC Bayern ต่อไป เมื่อลูกทีมของ Pep Guardiola ยังคงแข็งแกร่ง เก็บ 71 แต้มจาก 31 นัด ทิ้งห่าง Bayer 04 Leverkusen ทีมอันดับสองถึง 7 แต้ม ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ Borussia Dortmund ที่ได้โค้ชหนุ่มชาวโครเอเชีย Slaven Bilic ผู้รับไม้ต่อจาก Jürgen Klopp และทำผลงานได้ไม่ขี้เหร่ ตามหลัง Leverkusen เพียงแต้มเดียวเท่านั้นครับ โดยเซอร์ไพรส์ประจำฤดูกาลนี้ได้แก่การคว้าแชมป์ DFB Pokal แบบช็อคโลกของ Düsseldorf ที่ฝ่าด่าน Bayern ในรอบรองชนะเลิศ มาพบกับเพื่อนร่วมลีก้า 2 อย่าง Union Berlin และถล่มคู่แข่งไปแบบเบิร์ดๆ ที่สกอร์ 4-0 คว้าแชมป์อย่างยิ่งใหญ่


 


 


มาต่อกันที่ Calcio Serie A ที่แชมป์ยังคงเป็นหน้าเดิมอย่าง Juventus ที่ทำผลงานคงเส้นคงวา คว้าสคูเดตโต้ไปด้วยคะแนน 87 คะแนน ตามมาด้วย Roma 82 คะแนน และ Napoli 79 คะแนนตามลำดับ โดย Juventus เป็นทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดในลีกที่  67 ประตู และมี Carlos Tevez เป็นดาวซัลโวของลีก ทำไป 20 ประตูด้วยกัน


 


Juventus เกือบจะได้เป็นดับเบิ้ลแชมป์ในปีนี้อยู่แล้ว แต่ก็ถูกดับฝันโดย Inter ที่นำทีมโดย Luciano Spalletti ที่มายัดเยียดความปราชัยให้จากประตูของ Mauro Icardi และ Juan Jesus พา Inter ชนะด้วยสกอร์ 2-1 ครับ


 


 


ส่วนในถ้วยยุโรป นอกจากถ้วยใหญ่อย่าง Champions League ที่ตกเป็นของ Manchester City แล้ว ฟุตบอลถ้วยเล็กอย่าง UEFA Europa League ก็ได้แชมป์เป็นทีมเศรษฐีจากฝรั่งเศส AS Monaco ที่เฉือนชนะ Lille เพื่อนร่วมลีกไป 2-1 ส่วนแชมป์ลีกเอิงฝรั่งเศสน่ะเหรอครับ? ก็ Paris Saint Germain ไง ไม่น่าถามเลย ปั้ดโธ่!!


 


 


world_-awards-award-winners.png


 


ปิดท้ายด้วยรางวัลใหญ่ประจำปี FIFA Ballon d'Or ที่ผู้ชนะก็ไม่ใช่คนแปลกหน้าจากไหน Lionel Messi นั่นเอง โดยปีนี้มีความเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้ท้าชิงเล็กน้อย เมื่อผู้ได้รับผลโหวตเป็นอันดับ 2 และ 3 เป็น Juan Mata และ Kevin de Bruyne ตามลำดับครับ


Share this post


Link to post
Share on other sites

ผลประกอบการ


 


ในเมื่อเราจะทำทีมกันด้วยปรัชญา Moneyball ดังนั้น ผลประกอบการทางธุรกิจก็จะเป็นเรื่องที่เราต้องสนใจกันด้วยครับ ผลจากการประหยัดตังค์แบบสุดๆ ในปีที่ผ่านมา ทำให้ผลประกอบการเมื่อจบฤดูกาล Plymouth ทำกำไรได้ 1.3 ล้านยูโรด้วยกัน


 


profit_announced.png


 


ส่วนหนึ่งต้องขอบพระคุณบอร์ดบริหารที่จัดการด้านการหาสปอนเซอร์เข้าทีมได้เป็นอย่างดี จนทีมผมเป็นทีมที่ได้รับเงินสนับสนุนจากสปอนเซอร์สูงที่สุดในลีกทูฤดูกาลที่ผ่านมา ในขณะที่ผลของการรัดเข็มขัดค่าเหนื่อย ทำให้เราเป็นทีมที่จ่ายค่าเหนื่อยนักเตะมากเป็นอันดับที่ 16 ของลีก คือ 1.65ล้านยูโรต่อปีเท่านั้น ห่างจากทีมที่จ่ายแพงที่สุดอย่าง Portsmouth ที่จ่ายไป 3.68ล้านยูโรถึงกว่าสองเท่าเลยทีเดียว


 


finances_-finances-income.png


 


รายได้หลักของทีมมาจากการขายตั๋วครับ ถึงแม้ว่าสแตนด์ในสนาม Home Park ของทีมจะถูกปิดไปบางส่วนเพื่อเซฟค่าใช้จ่ายในการดูแล แต่ยอดผู้ชมเฉลี่ยที่ 7,000 กว่าคนต่อนัด ก็ทำรายได้เข้าทีมได้เกือบๆ 6ล้านยูโรเลยล่ะครับ ส่วนรายได้จากการขายนักเตะ ตอนนี้ทำไปเพียง 62,500 ยูโรเท่านั้น เพราะทีมยังไม่มีนักเตะที่ทีมอื่นมาสนใจมากสักเท่าไร ต้องพัฒนาตรงนี้ต่อไปครับ


 


general-finance.png


 


ในด้านของมูลค่าของสโมสร หลังจากผ่านไป 1 ปี มูลค่าของสโมสรเพิ่มขึ้นจาก 4 ล้านยูโร เป็น 6.5 ล้านยูโร หนี้สุทธิลดลงจาก 6.25 ล้านยูโร เหลือเพียง 4.9ล้านยูโร ต้องขอบคุณการเลื่อนชั้นที่เพิ่มมูลค่าของสโมสรขึ้นมามากเลยครับ ถือว่าเรากำลังเดินมาในทิศทางที่ดี ฤดูกาลนี้ต้องลุยกันต่อไปครับ


 


 


เป้าหมายการทำทีมในฤดูกาลต่อไป


 


แน่นอนว่าต้องเป็นการอยู่รอดในฟุตบอลลีกวันให้ได้ครับ  ด้วยทีมที่มีตอนนี้คงต้องปรับกันอีกสักหน่อย อาจจะต้องใช้แทคติกที่เน้นเกมรับมากขึ้น เพราะมาตรฐานนักเตะเรายังอยู่ในครึ่งล่างเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของลีก ดังนั้นการเสริมนักเตะเข้าทีมในช่วงซัมเมอร์นี้จึงสำคัญมากครับ ผมมองไปที่นักเตะที่จะยกระดับทีม และสามารถทำกำไรได้ในอนาคต แต่ถ้าหาซื้อหรือเซ็นสัญญาไม่ได้ การยืมตัวนักเตะเป็นอีกทางเลือกในการได้นักเตะดีๆ มาใช้งานแบบฟรีๆ ครับ


 


แล้วมาพบกันใหม่ในอัพเดทชุดหน้า สวัสดีครับ


Share this post


Link to post
Share on other sites

ผมก็เคยลองคุมดูแล้วครับ แต่ไปไม่รอด เล่น 2 ฤดูกาล ได้แค่อันดับ 10 , 9 แล้วผมก็เริ่มเล่นใหม่ เบื่อ 555555

ตอนนี้กำลังมาพยายามทำ Plymouth กำลังจะถอดใจ เจอกระทู้นี้เลยเกินแรงบรรดาลใจ

ผมมาได้ครึ่งฤดูกาลแล้วครับอยู่ในอันดับที่ 2 ศึกษามาจากบทความนี้เลยเล่นคล้ายๆเค้าแล้วหาซื้อนักเตะที่ต้องการจริงๆ โดยจัดตัวผู้เล่นโดยดูจาก scout report เป็นหลัก ในทีมจะมีพวกเล่นไม่คงเส้นคงวากับเล่นนัดใหญ่ไม่ดี ก็จะไม่เอาลงครับก็ดีขึ้นเรื่อยตามลำดับ ตามแนวทางในบทความนี้เลย แต่ก็พยายามหาแนวทางตัวเองอ่ะนะครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ของผมตอนล่าสุดครับ ใกล้แตะความสำเร็วแล้ว ติดอยู่ Championship มาฤดูการที่ 2 แล้วครับ

2018877.png

 

อันนี้นักเตะปัจจุบันครับ

2018900.jpg

 

สุดยอด แป๊บๆ ไปถึง ชปช. แล้ว ผมนี่กว่าจะจบฤดูกาลเล่นอยู่เกือบเดือนได้ เหมือนนักเตะในทีมจะเปลี่ยนไปเยอะเลย กัปตันเนลสันผมย้ายไปไหนแล้วครับเนี่ย?

 

 

ผมมาได้ครึ่งฤดูกาลแล้วครับอยู่ในอันดับที่ 2 ศึกษามาจากบทความนี้เลยเล่นคล้ายๆเค้าแล้วหาซื้อนักเตะที่ต้องการจริงๆ โดยจัดตัวผู้เล่นโดยดูจาก scout report เป็นหลัก ในทีมจะมีพวกเล่นไม่คงเส้นคงวากับเล่นนัดใหญ่ไม่ดี ก็จะไม่เอาลงครับก็ดีขึ้นเรื่อยตามลำดับ ตามแนวทางในบทความนี้เลย แต่ก็พยายามหาแนวทางตัวเองอ่ะนะครับ

 

ขอบคุณมากเลยครับที่ติดตาม แถมได้ประโยชน์จากกระทู้ผมด้วย ถือว่าเรามาแชร์แนวทางกันเล่นกันสนุกๆ นะครับ มีเพื่อนที่เล่นเกมเดียวกันแล้วมาแลกเปลี่ยนกันนี่สนุกดีนะครับว่ามั้ย

Share this post


Link to post
Share on other sites

เนลสัน ย้ายไป เซาแแทมตันครับ ค่าตัว 2.1 ล้านปอนด์ แพงสุดที่ขายได้เลยครับ

แต่ตอนนี้ผมไม่ได้เล่นแล้วครับ คอมเน่าลงวินใหม่หายหมดแถบร้องให้

Share this post


Link to post
Share on other sites

เรากลับมาพบกันอีกครั้ง ใน Season ที่สองของภารกิจ พา Plymouth ไปเล่น Premier League โดยตอนนี้เราได้เดินทางมาถึงสถานีที่สอง คือ League One กันแล้วครับ โดยที่ตอนนี้เวลาในเกมก็อยู่ในช่วงปิดฤดูกาล 2014/15 พอดี เรื่องที่จะพูดถึงหลักๆ ในวันนี้ก็คือ การเตรียมทีมในช่วงปิดฤดูกาลนั่นเองครับ


 


เมื่อเกมเดินทางมาถึงช่วงปิดฤดูกาล เพื่อนๆ หลายคนอาจจะมองว่าเป็นช่วงเวลาว่างๆ ไม่มีอะไรทำ อาจจะ Go on Holiday หรืออะไรกันไป แต่สำหรับผม นี่เป็นช่วงที่มีอะไรให้ทำเยอะแยะไปหมดเลยครับ โดยปกติแล้วช่วงปิดฤดูกาลในเกม ผมก็จะมีการเตรียมการคร่าวๆ สำหรับช่วงพรีซีซั่น และฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึงตามนี้ครับ


 


1 ประเมินขุมกำลังของทีม


 


ปกติถ้าเราเล่นลีกอังกฤษ เราก็จะปิดฤดูกาลกันในช่วงเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคมของทุกปี ในช่วงนี้ล่ะครับเป็นช่วงที่เราจะมาดูผลงานของทีม พิจารณาว่าทีมของเรามีจุดแข็งจุดอ่อนอย่างไร นักเตะคนในจะอยู่หรือไม่อยู่ในแผนการทำทีมต่อไป ขุมกำลังที่จะต้องซ่อมเสริมมีตำแหน่งไหนบ้าง ตรงนี้ขยับตัวเร็วย่อมได้เปรียบครับ เพราะนี่เป็นช่วงเวลาทองของการไล่ล่านักเตะฟรีเลยล่ะครับ


 


ผมเริ่มจากการประเมินผลงานของนักเตะในทีมก่อน ปีนี้ถึงทีมจะทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดไว้พอสมควร แต่ด้วยนักเตะชุดปัจจุบัน คงไม่เพียงพอกับการอยู่รอดในลีกระดับสูงกว่าเดิมแน่ๆ นักเตะที่เลยจุดพีคไปแล้ว และรับค่าเหนื่อยแพงๆ เช่น Dominic Blizzard (31ปี - 1,000 ยูโร/สัปดาห์), Marvin Morgan (32ปี - 1,300 ยูโร/สัปดาห์) และนักเตะระดับเยาวชนที่ประเมินแล้วไม่น่าจะก้าวขึ้นมาเป็นกำหลังหลักในอนาคตทีมชุดใหญ่ได้อีก 6 ราย จะไม่ได้รับการต่อสัญญาและต้องเดินออกจากทีมไป


 


จากนั้นผมจะทบทวนจุดอ่อนของแท็คติกที่ใช้ และดูพื้นที่ในสนามที่เป็นจุดอ่อนให้ฝ่ายตรงข้ามโจมตีจากหน้า Tactics > Analysis > Goals


 


tactics_-analysis-goals.png


 


จากนั้นตรงรูปสนามด้านขวามือของจอ เลือก Assist Locations ก็จะปรากฏตำแหน่งการ Assist ทั้งของทีมเรา และทีมคู่แข่ง ผมใช้ตรงนี้มาเป็นหลักเบื้องต้นในการพิจารณาพื้นที่ที่เป็นจุดแข็ง/จุดอ่อนของทีมครับ


 


tactics_-analysis-goals-2.png


 


จากฤดูกาลที่ผ่านมา ผมเสียประตูจากลูกจ่ายบริเวณริมเส้นเยอะครับ ซึ่งก็เป็นปกติของแผนการเล่นที่มีคนดูแลริมเส้นแค่วิงแบ็คสองฝั่งเท่านั้น เช่นเดียวกับในกรอบเขตโทษที่กองหลังของผมมักจะพลาดกันง่ายๆ ในการประกบตัวหรือลูกตั้งเตะไปหลายครั้งเหมือนกัน ส่วนในเกมรุก แหล่งผลิตประตูหลักๆ เลยเป็นริมเส้นด้านซ้าย ซึ่งมีนักเตะที่เล่นได้ดีที่สุดในทีมอย่าง Charlie Taylor วิงแบ็คซ้าย และ Bobby Reid มิดฟิลด์ตัวรุกประจำการอยู่ รองลงมาคือตรงกลางสนามหน้าเขตโทษ ที่มีมิดฟิลด์ของเราประจำการอยู่ถึง 5 คนด้วยกัน


 


แพทเทิร์นการเสียประตูสุดคลาสสิกของทีมผมเลยก็คือชอบโดนฝ่ายตรงข้ามบอมบ์ยาวมาตรงพื้นที่ระหว่างวิงแบ็คกับเซนเตอร์ ให้กองหน้าหรือปีกเร็วๆ ควบไปเอาบอลไปเปิดหรือไปยิงนี่แหละครับ ของแสลงเลย ในขณะที่แพทเทิร์นคลาสสิกในการทำประตูได้ของทีมผมก็คือเข้าเพรสซิ่งคู่ต่อสู้เอาบอลมาครอง แล้วค่อยรุกคืบเจาะเข้าไปด้วยสามประสานในแดนหน้า เวลาตันๆ ก็จะคืนไปให้ DLP ถ่ายบอลออกริมเส้น แล้วพาบอลเข้ามาใหม่


 


ในฤดูกาลหน้าผมจึงตัดสินใจจะเสริมเกมตรงริมเส้นให้แน่นขึ้น ด้วยการเล่นในแผนที่มีนักเตะปีกสองข้างครับ การมองหานักเตะเสริมทีมก็จะเน้นนักเตะตำแหน่งปีกเป็นหลัก ตามด้วยเซนเตอร์แบ็คที่มีความเร็วดีกว่าตัวที่มีอยู่ในทีม เพื่อป้องกันลูกวางยาวข้ามแผงหลัง ที่เหลือก็คือแบ็คขวา สำหรับมาแย่งตำแหน่งกับ Kelvin Mellor และกองหน้าที่จะมา Back Up ให้กับ Reuben Reid ครับ ทุกตำแหน่งที่ว่ามาต้องมีความเร็วติดตัวพอสมควร เพราะนักเตะเดิมๆ ในทีมปีที่ผ่านมา ค่าพลังตรงนี้เข้าขั้นกากเลยทีเดียว


 


 


2 จัดโปรแกรมนัดอุ่นเครื่อง


 


หลายปีมานี้ผมค่อนข้างขี้เกียจ และทิ้งงานส่วนนี้ให้กับสต๊าฟโค้ชเป็นคนจัดการ แต่พอมาคุมทีมเล็กๆ แบบนี้ ผมก็เลยลงมาดูแลตรงนี้ด้วยตัวเอง อย่างที่เคยบอกไว้ในกระทู้ก่อนๆ ว่าการเตะนัดอุ่นเครื่องก็จะมีวัตถุประสงค์หลักๆ คือ


- เรียกความฟิตให้พร้อมก่อนเปิดฤดูกาล


- เสริมสร้างความเข้าใจในทีม และเสริมสภาพจิตใจของนักเตะ


และอีกเรื่องที่จะได้มาเป็นของแถมถ้าเรามีการวางแผนดีๆ ก็คือ ได้ตังค์มาเก็บในคลังของสโมสรเล็กๆ น้อยๆ ครับ


การจัดโปรแกรมอุ่นเครื่องสำหรับผมก็จะจัดให้เจอทีมแกร่งและทีมอ่อน นัดเหย้าและนัดเยือนปนๆ กันไปในปริมาณเท่าๆ กันครับ โดยจะจัดให้แต่ละนัดเตะห่างกันประมาณ 5-7 วันเพื่อไม่ให้นักเตะในทีมกรอบเกินไป โดยผมจะชอบเริ่มการเตรียมทีมช่วงปรีซีซั่นด้วยการเตะอุ่นเครื่องนัดแรกกับทีม U-21 เพื่อดูฟอร์มนักเตะในทีมสำรอง และนัดสุดท้ายกับทีมที่เล็กกว่าเรามากๆ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ ส่วนนัดอื่นๆ ที่เหลือกก็จะจัดปนๆ กันไปตามที่พูดไว้ข้างบนครับ


 


นอกจากจัดเกมเจอทีมอ่อนกว่า - ทีมระดับเดียวกันเพื่อเรียกความฟิตแล้ว โปรแกรมอุ่นเครื่องที่ทีมผมขาดไม่ได้ก็คือโปรแกรมสำหรับหาเงินครับ โดยถ้าเล่นทีมใหญ่ก็อาจจะเลือกไปทัวร์ประเทศที่มีฐานแฟนบอลเยอะๆ อย่างอเมริกา, ญี่ปุ่น, จีน, หรือเกาหลีใต้ แต่ทีมเล็กๆ อย่าง Plymouth ทำได้เต็มที่คือเตะกับทีมที่ใหญ่กว่า โดยจะมีสองตัวเลือกคือ เตะเกมเหย้า เพื่อหวังกำไรจากค่าตั๋ว หรือเตะเกมเยือน เพื่อหวังผลจากเงินค่าเหนื่อยและส่วนแบ่งค่าตั๋วที่เจ้าบ้านจะจ่ายให้กับเรานั่นเองครับ โดยผมมีเทคนิกส่วนตัวในการจัดโปรแกรมประเภทนี้แบบนี้ครับ โดยเงินที่เราจะได้ ดูได้หลังจากที่เรากำหนดวัน และเลือกทีมที่จะเตะกระชับมิตรด้วยได้ในส่วนของ Comment ด้านล่างครับ


 


schedule_-senior-fixtures-5.png


 


เช่นในภาพ ถ้าผมจัดเกมกระชับมิตรในสนามของตัวเองกับทีมโปรดส่วนตัวอย่าง Manchester United ทางบอร์ดบริหารประเมินรายรับไว้คร่าวๆ ที่ 325,000 ยูโร โดยต้องจ่ายค่าตัวให้กับลูกทีมของ Jürgen Klopp (ในเกม) 240,000 ยูโร หักลบกลับกันแล้ว ก็จะเก็บกำไรเข้าสโมสรได้ 80,000 ยูโรเหนาะๆ จากการเตะในบ้าน 1 นัดครับ


 


 


3 จัดซื้อ - จัดจ้าง นักเตะ/สต๊าฟโค้ช


 


transfers_-transfer-history.png


 


อย่างที่บอกไว้ด้านบนนู้นว่าปีนี้ผมจะเสริมทีมในตำแหน่งริมเส้น และผู้เล่นที่มีความเร็วพอสมควร อย่างน้อยๆ ก็ต้องดีกว่าที่มีอยู่ ผมจึงนำเอาผู้เล่นใน Shortlist ที่ตามส่องมาแรมปีมาไล่เรียงดู ปนกับผู้เล่นที่กำลังจะหมดสัญญากับทีมเก่า โดยผมจะเลือกผู้เล่นที่มีอายุระหว่าง 20-27 ปี เป็นหลัก เพราะเป็นช่วงวัยที่กำลังโชว์ฟอร์มได้ดีที่สุด (ต่ำกว่า 20 ก็จะต้องใช้เวลาปั้นนานเกินไป ส่วนถ้าอายุเกิน 27 ก็จะเริ่มเข้าสู่ขาลงแล้ว โดยที่ถ้าเป็นไปได้ ควรจะมีค่า Averate Rating สูงว่า 6.80 ขึ้นไปครับ


 


นั่นทำให้ก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ ผมได้ผู้เล่นมาร่วมทีมแบบเซ็นสัญญาถาวรคือ


 


sean_mcginty_pic.png


 


Sean McGinty: อดีตนักเตะในอคาเดมี่ของ Manchester United วัย 22 ปีคนนี้เล่นได้ทั้งเซนเตอร์แบ็คและแบ็คซ้าย แต่ดูจากค่าพลังแล้วเหมาะจะมาเล่นในตำแหน่งเซนเตอร์มากกว่านิดๆ ครับ ทั้งส่วนสูง ค่าพลังที่จำเป็นสำหรับการเล่นเกมรับอย่าง - ก็ใช้ได้ น่าจะเป็นตัวเลือกที่มีสไตล์แตกต่างจากเซนเตอร์ที่มีอยู่เดิมได้ดีทีเดียวครับ


 


mohamed_coulibaly_pic.png


 


Mohamed Coulibaly: ปีกขวาวัย 27 ที่จะมาเป็นตัวเลือกแรกทางกราบขวาให้กับผม นอกจากความเร็วและลูกครอสสไตล์ปีกแท้ๆ แล้ว พี่แกยังมีค่า Vision ที่จะช่วยในการมองตัวเลือกในการจ่ายบอลได้ดี, Flair ที่จะทำอะไรเซอร์ไพรส์แนวรับ อยู่ในเกณฑ์ดีด้วยครับ


 


graham_burke_pic.png


 


Graham Burke: นักเตะจากอคาเดมี่ของ Aston Villa ที่เล่นได้ทั้งบทบาทกองหน้าตัวกลาง และตัวรุกริมเส้นด้านซ้าย ฤดูกาลที่ผ่านมาโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนักในการยืมตัวมาเล่นที่ Exeter City จึงไม่ได้รับการเซ็นสัญญาถาวร แต่ทำได้ดีในการทดสอบฝีเท้ากับทีม ผมจึงตัดสินใจเซ็นสัญญาเขาเข้าทีมเพื่อมากระชากลากเลื้อยทางปีกซ้าย ในสไตล์ Inside Forward ครับ


 

zac_thompson_pic.png

 

Zac Thompson: มิดฟิลด์ที่ถูกปล่อยตัวมาจากทีมสำรองของ Leeds United คนนี้ ผมตั้งใจให้มาเป็นแบ็คอัพในตำแหน่งแบ็คขวาเพราะค่าพลังเขาเหมาะดีทีเดียวครับ


 


นอกจากสี่รายนี้ ผมก็ต่อสัญญายืมตัวกับแบ็คซ้ายตัวเลือกแรก Charlie Taylor และมิดฟิลด์ตัวรุก Liam Kelly ออกไปอีกคนละหนึ่งปีด้วยกัน เท่านี้ก็น่าจะครบถ้วนสมบูรณ์พร้อมสำหรับสู้ศึก League One ในฤดูกาลที่จะถึงนี้แล้วล่ะครับ


 


transfers_-transfer-history_staff.png


 


ในส่วนของสต๊าฟโค้ช มีผู้ที่ไม่ได้ไปต่อ 2 รายคือ Phil Seward ที่เป็น Cheif Scout และ Kevin Hodges ในตำแหน่ง Head of Youth Development ทั้งสองคนหมดสัญญาในซัมเมอร์นี้พอดี โดยเฉพาะรายหลังที่ผลงานการนำเด็กเข้า Academy ในปีที่แล้วค่อนข้างน่าผิดหวัง จึงต้องเปิดทางให้กับตัวเลือกที่ดูดีกว่าอย่าง Neil Woods เข้ามาทำงานแทน


 


นอกจาก Woods ผมเซ็นสัญญา Scout เข้าทีมอีกสองคน และได้ตัว Steve Perryman มาเสริมทีมงานในตำแหน่ง Director of Football ครับ โดย Perryman นี่ผ่านประสบการณ์โชกโชนทั้งใน J-League กับ Shimizu S-Pulse และ Kashiwa Reysol นอกจากนี้ยังเคยเป็นสต๊าฟของ Watford และ Tottenham มาก่อนด้วย ด้วยประสบการณ์และคอนเนคชั่นน่าจะช่วยหานักเตะดีๆ เข้าทีมได้บ้างครับ


 


จัดเตรียมทีมงานทั้งในและนอกสนามเรียบร้อยแล้วก็มาถึงเวลาของการเตะอุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาล ที่มีโปรแกรมและผลการแข่งขันออกมาตามด้านล่างครับ


 


schedule_-senior-fixtures-4.png


 


โดยในเกมอุ่นเครื่องที่จัดด้วยเหตุผลเรื่องเงินล้วนๆ อย่างนัดเปิดบ้านต้อนรับ Arsenal และ Manchester City สนาม Home Park ของผมได้รองรับผู้คนระดับเฉียดๆ 15,000 คน เกือบเต็มความจุสนาม (ปกติเตะเกมลีกในบ้าน คนดูประมาณ 7,000 กว่าคนเท่านั้น) ทำรายได้ให้ทีมไปเกือบๆ 700,000 ยูโรเลยทีเดียวครับ โดยทีทีมก็ทำผลงานได้ตามเนื้อผ้า คือชนะทีมที่อ่อนกว่า และแพ้ทีมที่เก่งกว่า โดยมีเซอร์ไพรส์เล็กๆ คือการเอาชนะทีม Dortmund II ไปในนัดรองสุดท้าย 3-1 จบช่วงพรี-ซีซั่นด้วยสภาพความฟิตและสภาพจิตใจนักเตะที่น่าพอใจครับ


  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

แวะมาชูป้ายไฟให้ครับ ทุกทีเล่นทีมใหญ่(หรือทีมเล็กก็เถอะ)ช่วงปิดฤดูกาลนี่ผมแทบไม่ได้ประเมินขุมกำลังทีมตัวเองเลย มัวแต่จะหานักเตะถูกๆดีๆโดยไม่ได้สนใจตำแหน่ง บางครั้งกดซื้อๆรัวมาดูอีกทีเกินความต้องการมา3-4ตัวก็มี  :033:

Share this post


Link to post
Share on other sites

สุดยอดเลยครับ เล่นเกมส์ได้ละเอียดจริงๆ...รอติดตามอยู่นะครับ

ขอแนะนำ FB หน่อยนะครับ ลองไปยืมมาใช้ดู

ซ้าย - Aaron Talor-Sinclair (Wigan)

ขวา - Todd Kane(Chelsea), Ryan McLaughlin (Liverpool)

 

ปล.ตอนนี้ Cutis Nelson ย้ายไป Rangers แล้วครับ คิคิ

Edited by th2k

Share this post


Link to post
Share on other sites

มีข่าวไม่สู้ดีนักมาแจ้งให้ทราบครับ พอดีเกิดเหตุโชคร้าย ผมทำคอมฯ ที่ใช้เล่นเซฟนี้ตกพื้น ตอนนี้กำลังส่งเข้าอู่ดูอาการอยู่ อัพเดทตอนหน้าอาจจะมาช้านิดนึงนะครับผม

Share this post


Link to post
Share on other sites

ทำยังไง ถึงคุม Fc.united ได้คับ ขอลิงค์ โหลดหน่อยคับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ่านแค่อินโทรก็น่าสนใจ มีไฟอยากคุมทีมเล็กบ้าง ขออนุญาตติดตามนะครับ ขอบคุณสำหรับแรงบันดาลใจครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.


×
×
  • Create New...

Important Information

FM-Thai.com uses cookies, by using our website you agree to our use of cookies as described in our Privacy Policy We have placed cookies on your device to help make this website better. You can adjust your cookie settings, otherwise we'll assume you're okay to continue.