Jump to content
Alexis

FM2016 Team Instuctions คหสต.- ยสตน. เอ้ยไม่ใช่

Recommended Posts

สวัสดีครับ วันนี้มาว่ากันเรื่อง TI หรือ Team Instuctions ฟังชั่นหลักของหัวข้อ Tactics ที่ทุกผู้ทุกวัยที่เล่นเกมFM2016ต้องใช้ มาเริ่มกันเลยครับ
   146untitled.jpg

1.ส่วนแรกมาพูดถึง Mentality กันก่อน Mentalityคืออะไร แนวทางหรือรูปแบบการเล่นครับมันส่งผลถึงอะไรบ้าง
 1.1.Tempo หรือจังหวะในการทำเกมส่งบอลรับบอลขึ้นเกมรุก
 1.2.Time Wasting เวลาในการหน่วงเกมดึงเกม หรือการถ่วงเวลา
 1.3.WIdth คือ ระยะความกว้าง-แคบ ของการยืนตำแหน่งในสนามของนักเตะ
 1.4.Defensive Line แผงกองหลังจะยืนสูงหรือต่ำ
 1.5.Closing Down การวิ่งบีบกดดันไล่บอล
 1.6.Passing Directness ระยะการส่งบอล


2.มาดู 7รูปแบบหลักกันครับว่ามีอะไรบ้าง
 2.1.Contain จะเป็นโหมดที่เน้นการป้องกันสุดๆว่ากันง่ายๆ Park The Bus นั้นล่ะครับ การเล่นจะเน้นการเล่นช้าๆ ถ่วงเวลาตลอดถ้าเป็นไปได้ การยืนในสนามของนักเตะที่แคบแผงหลังยืนต่ำไล่บอลน้อยเน้นการยืนในตำแหน่งรอป้องกันและระยะการส่งบอลที่สั่นกว่าปกติ
 2.2.Defensive โหมดป้องกัน หลักก็จะคล้ายกับโหมดที่1คือเน้นการยืนตำแหน่งในเขตแดนตัวเอง ที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ เกมรุกสวนกลับจะมีการวาวงบอลยาวไปข้างหน้าเพื่อทำประตู
 2.3.Counter การสวนกลับจะเริ่มมีการยืนตำแหน่งที่กว้างมากขึ้น และ เล่นเกมรุกสวนกลับเร็วเวลาได้บอล
 2.4.Standard แผนที่มีค่าความเป็นกลางมีความสมดุลย์ทั้งรุกและรับเหมาะที่จะได้ปรับเปลี่ยนได้ตามรูปเกมหรือการแก้เกม
 2.5.Control คุมเกม จะเน้นการส่งบอลไปทั่วๆสนามเพื่อหาพื้นที่ว่างในการเจาะเข้าทำ พื้นที่ในการยืนจะกว้างครอบคลุมทั่วสนาม
 2.6.Attacking เกมรุก รูปแบบเกมรุกจะเน้นความรวดเร็วในการเข้าทำครับรวมถึงการเปิดพื้นที่โดยการโยนบอลไปข้างหน้าจะสังเกตุได้ว่า Time Wasting ส่วนนี้จะเริ่มน้อยมากคือจะไม่มีการดึงเวลาเลย ถ้าบอลอยู่ในทีมเราจะเริ่มทำเกมรุกต่อไปทันที
 2.7.Overload คือการสั่งให้ทั้งทีมเน้นเกมรุกทุกตำแหน่งจะขึ้นสูงหมด จังหวะบอลจะเร็วมากๆและการยืนจะกว้างคลุมทั้งสนาม
 
**7อย่างข้างบนนี้ แตกต่างกันตรงไหน ตรงที่สุดก็คือความเร็วในการเดินเกม การยืนตำแหน่ง แล้วก็ การส่งบอลครับเช่นว่า ผมเล่นAttacking สั่งเล่นบอลสั่น แต่มันก็จะมีโยนไปหน้าอยู่ดีครับเพราะว่าเกมเน้นแบบเร็ว Time Wasting น้อย

3.ส่วนต่อไปที่จะพูดถึงคือ Team Shape 
 3.1Highly Structured นักเตะจะรับผิดชอบหน้าที่เฉพาะในตำแหน่งของตัวเองไม่ทำมากไปกว่าในใบสั่ง เช่น กองหลังรับผิดชอบเรื่องป้องกันจะไม่มีการออกจากตำแหน่ง กองกลางก็รับผิดชอบเรื่องเชื่อมเกมเป็นหลัก รูปแบบHighly Structured นี้จะทำให้ รูปแบบFormationหรือการวางตัวนักเตะเป็นไปตามเดิม นักเตะจะมีอิสระในการเล่นน้อยมาก
 3.2Structured แตกต่างจาก3.1ตรงที่Full Backsจะรับผิดชอบหน้าที่ป้องกันและเติมเกมเพื่อมาช่วยเชื่อมเกมรุกด้วย ตำแหน่งปีกก็จะทำเกมรุกมากขึ้น กองหลางก็ที่หน้าที่เชื่อมเกมและโจมตีในกรอบหรือนอกกรอบเขตโทษด้วย หัวข้อนี้จะเริ่มให้อิสะในการเล่นกับนักเตะมากขึ้นนิดหน่อย
 3.3Flexible เป็นตัวเลือกที่เรียกได้ว่ามีความสมดุลย์ กองหลังและกลางรับ จะมีหน้าที่ทั้งป้องกันและถ่ายบอลเชื่อมเกม กองกลางก็จะมีหน้าที่เชื่อมเกมรวมไปถึงการโจมตีที่มากขึ้น หัวข้อนี้ จะมีรักษาสมดุลย์ระหว่างการเคลื่อนที่ของนักเตะและรูปแบบFormationที่เราวางไว้
 3.4Fluid ขึ้นชื่อว่ายืดหยุ่น มันคือทุกตำแหน่งในสนามจะมีความยืดหยุ่น หัวข้อนี้จะให้อิสระนักเตะมาก ทำให้นักเตะ ออกจากตำแหน่งเพื่อทำเกมรุก หรือเคลื่อนที่รับบอลมากขึ้น
 3.5Very Fluid ตัวรุกสามารถเล่นเกมส์รับ และตัวรับขึ้นไปทำเกมส์รุกได้  เป็นตัวเลือกที่ให้อิสระในการเล่นของนักเตะมากที่สุด
4.Width ความกว้าง-แคบในการยืน มีผลอะไรบ้าง ยืนกว้างนักเตะจะมีพื้นที่ในการเลี้ยงบอลเล่นบอล ข้อเสียคือการลำเลียงบอลเป็นไปได้ยากเพราะระยะห่างระหว่างนักเตะมีเยอะ เล่นแคบนักเตะอยู่ในระยะใกล้กันสามารถส่งบอลถึงกันได้ง่ายแต่พื้นที่ในการเล่นจะมีน้อยเพราะ ยิ่งใกล้กันมากเท่าไหร่ นักเตะฝั่งตรงข้ามก็ประกบใกล้เหมือนกัน
***ขอข้ามในส่วนของDefence ไปเลยนะครับผมว่ามันเข้าใจง่ายๆอยู่แล้ว
5.Build-Up การสร้างรูปแบบเกมรุก
5.1Passing
 5.1.1Clear Ball To Flanks เครียร์บอลออกไปทางปีกเพื่อให้แนวรุกรับบอล
 5.1.2 Pump Ball Into Box เป็นการเปิดบอลยาวเข้าไปในเขตโทษ จะเป็นการวางบอลยาวให้กองหน้าวิ่งไปเก็บในกรอบเขตโทษ 
 5.1.3 Exploit The Left-Right Flank การเน้นเล่นบอลออกทางขวาหรือซ้ายเพื่อเจาะปีกขวาหรือปีกซ้าย
 5.1.4 Eploit The Middle เน้นเจาะตรงกลาง
 5.1.5 Play Out Of Defence จะเป็นการให้กองหลังส่งบอลใกล้ๆแทนที่จะเครียหรือเปิดบอลยาว
5.2 Pass Into Space การจ่ายบอลหรือผ่านบอลไปยังพื้นที่ว่างข้างหน้า
****ขอเพิ่มเติมในจุดนี้ ในการแก้เกมโดยมากผมจะแก้จุดนี้เป็นหลัก เพราะนี้คือศูนย์รวมการทำเกมรุกทุกอย่าง อ่านให้ออกว่าคู่ต่อสู้มีจุดอ่อนตรงไหน เช่น ทีมนี้มีจุดอ่อนที่แบคขวาซึ่งช้าเป็นเต่า ก็ให้เลือก Exploit The Left Flank เพื่อให้เดินเกมที่จุดอ่อนนี้ และการไม่เลือกBuild-Upใดๆเลย มีผลยังไงบ้างคือนักเตะจะมีอิสระในการเล่นครับมันจะไหลลื่นไปตามเกม Build-Up ก็คือการเน้นต้องการจะบุกจุดไหน ซ็าย ขวา กลาง ขึ้นเกมยังไงวางบอลยาวไปหน้าไหม ฉะนั้นเลือกใช้อย่างใจเย็นครับ 
5.3 Passing Directness
 5.3.1Shoter Passing ส่งบอลสั้น เหมาะสำหรับทีมที่เน้นครองบอล
 5.3.2 Mixed แบบผสมผสานนักเตะจะวางบอลยาวแบบDirect ทันทีที่เป็นว่ามีโอกาศแต่ยังรักษาสมดุลย์ไว้
 5.3.4 Direct Passing เป็นการวางบอลยาวเพื่อขึ้นเกมหรือเชื่อมเกมอย่างรวดเร็วจากหลังไปหน้า เหมาะสำหรับทีมที่มีกองหน้าสายความเร็วหรือทีมที่เน้นเกมเค้าเตอร์
 5.3.4 Go Route One การจ่ายยาวแบบจังหวะเดียว ตัวเลือกนี้จะเป็นการเล่นแบบน้อยจังหวะ เช่น หลังวางยาวไปปีก ปีกวางไปหน้ารับบอลในเขตโทษ จบ
5.4 Retain Possession การเพิ่มการครองบอลถ้าใช้ตัวนี้มันจะไปลดระยะการส่งบอล(Passing Directness)และTempo ลง
5.5Creative Freedom
 5.5.1 Be More Creative เพิ่มอิสระในการเล่นของนักเตะ นักเตะจะทำตามความสามารถตัวเองมากกว่าในTactic ที่เราวางไว้ให้มัน
 5.5.2 Be More Discipline ให้นักเตะเล่นตามTacticที่วางไว้เพื่อรักษาFormationไว้
6.Attack การเปิดเกมรุก
 6.1Final Third
  6.1.1 Hit Early Crosses การวางบอลจากแนวลึกเข้าไปยังกรอบเขตโทษ

  6.1.2 Look For Overlap จะเป็นการHoldหรือดึงบอลไว้เพื่อรอหรือมองหาผู้เล่นSupportหรือFull Back ที่จะเติมขึ้นมา

  6.1.3 Shoot On Sight ยิงเมื่อมีโอกาส ผู้เล่นจะยิงเมื่อมีช่องให้ยิงไม่ว่าจะในกรอบหรือนอกกรอบก็ตาม

  6.1.4 Work Ball Into Box เป็นการขึงเกมเพื่อรอโอกาสเปิด มันไม่ใช่การเคาะบอลเพื่อเข้าไปในเขตโทษนะครับ นักเตะจะหุบลงมาเล่นใกล้กันมากขึ้น เพื่อถ่ายบอลไปมา                                         รักษาการครองบอลไว้จนกว่าจะมีช่องให้แทงหรือหลุดเข้าไปยิงในเขตโทษ มันไม่ใช่ ใช้ไอนี้แล้วมันจะชิ่ง1-2 หรือมุ่งเข้าเขตโทษอย่างรวดเร็ว                                         นะเข้าใจซะใหม่

  6.1.5 Float Cross เป็นการโยนลูกโด่งเข้าไปในเขตโทษ ใช้สำหรับนักเตะตัวใหญ่โหม่งดี

  6.1.6Whipped Cross  เป็นการเปิดบอลแบบพุ่งเร็วและโค้งเข้าไปในเขตโทษ ใช้สำหรับทีมที่ต้องการเปิดบอลจากแนวลึก

  6.1.7Low Cross  เป็นการเปิดบอลเรียดพื้น ใช้สำหรับทีมที่มีกองหน้าเร็วๆสามารถออกจากพื้นที่เล็กๆ แคบๆ ไปเข้าฮอร์ส

6.2Dribbling

 6.2.1 Run At Defence เป็นการเลี้ยงจี้คู่ต่อสู้ให้มากกว่าปกติตามแผน

 6.2.2 Dribble Less นักเตะจะมองการผ่านบอลสำคัญเป็นอันดับแรกมากกว่าการครองบอลและการเลี้ยงเพื่อเข้าโจมตี

6.3FreeDom Movement 

 6.3.1 Stick To Positions  เป็นการสั่งให้นักเตะเล่นตามคำสั่งหรือหน้าที่หลักที่สั่งไว้ และจะไม่ให้นักเตะมีอิสระในการเคลื่อนที่ไปทั่วสนาม

6.3.2Roam From Positions การให้อิสระนักเตะสามารถเคลื่อนที่ไปทั่วสนามโดนถ้าวิ่งหลุดจากตำแหน่งตัวเองแล้วจะมีนักเตะคนอื่นมาแทนในตำแหน่งที่ตัวเองหลุดไป                                             เหมือนกับแนวคิดของ Total Football นั้นล่ะครับ

     ******วันนี้ไว้แค่นี้ก่อนเหนื่อยละ อยากรู้หรือติดใจตรงไหนถามไว้ ไว้ผมมาเพิ่มเติมรายละเอียดให้

เพิ่มเติมภาพกราฟฟิคที่ใส่คำอธิบายแล้วโดยคุณ 

Teeraphat Pratumsrisakhon

 12711167_10208699085974109_5744999705870

Edited by Alexis
  • Like 9

Share this post


Link to post
Share on other sites

ยสตน. ยอดเยี่ยม สุดๆ ตื่นเต้น น่ารัก :013:

 

 

 

เซฟไว้อ่านโลดเด้อพี่น้อง

Share this post


Link to post
Share on other sites

ถามหน่อยครับ เวลาใช้ Look for overlap เนี่ย Full Back เราจะเติมเกมส์มากขึ้นมั้ยครับ หรือว่ามันขึ้นกับ Role และ Duty ด้วย

Share this post


Link to post
Share on other sites

ถามหน่อยครับ เวลาใช้ Look for overlap เนี่ย Full Back เราจะเติมเกมส์มากขึ้นมั้ยครับ หรือว่ามันขึ้นกับ Role และ Duty ด้วย

 

ขึ้นกับโรลและดิวตี้ครับ เพราะการใช้ Overlap ไม่ได้เป็นการสั่งแบ็คให้เติม แต่เกมรุกถ้าไปไม่ได้จะดึงเกมให้แบ็คเติมขึ้นมาช่วยครับ

 

อย่างเช่นปีกเราได้บอลแล้วโดนรุมสอง ถ้าแบ็คเห็นแล้วมันก็จะเติมสอดขึ้นไปช่วย 

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

น่าจะเป็นการแปลที่ได้ใจความเข้าใจง่ายที่สุดเท่าที่เห็นมาแล้วครับ  :070:

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณครับได้ความรู้เพิ่มอีกละ 

 

มีแผนจะแปลPreferrend move ด้วยไหมครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ผมไปอ่านเจอในบอร์ดต่างประเทศว่า ค่า Team Shape จะมีผลกับการยืนตำแหน่งในสนามตามแนวลึก (หน้าโกลเราถึงหน้าโกลฝั่งตรงข้าม) ด้วยครับ ถ้าเราเซ็ตไปทาง Structured ระยะห่างระหว่างแต่ละไลน์ผู้เล่นของเราจะกว้าง เหมาะกับการจ่ายบอลยาวๆ หรือเกมสวนกลับ ส่วนแบบ Fluid ระยะที่ว่าจะใกล้กัน แล้วผู้เล่นจะเคลื่อนที่ไปเป็นกลุ่ม เหมาะกับการเล่นเพรสซิ่ง และต่อบอลกันสั้นๆ ครับ

 

เพราะฉะนั้นบางทีแท็กติกเน้นเกมบุก อาจมี Team Shape เป็น Structured หรือแท็กติกเน้นเกมรับ ก็อาจจะมี Team Shape เป็น Fluid ได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่าเราต้องการให้ลูกทีมเรายืนตำแหน่งกันแบบไหนครับ

  • Like 1

Share this post


Link to post
Share on other sites

สุดยอดครับ ขอบคุณมากที่สุดกระจ่างแจ่มแจ้ง

Share this post


Link to post
Share on other sites

Join the conversation

You can post now and register later. If you have an account, sign in now to post with your account.

Guest
Reply to this topic...

×   Pasted as rich text.   Paste as plain text instead

  Only 75 emoji are allowed.

×   Your link has been automatically embedded.   Display as a link instead

×   Your previous content has been restored.   Clear editor

×   You cannot paste images directly. Upload or insert images from URL.


×
×
  • Create New...

Important Information

FM-Thai.com uses cookies, by using our website you agree to our use of cookies as described in our Privacy Policy We have placed cookies on your device to help make this website better. You can adjust your cookie settings, otherwise we'll assume you're okay to continue.