ข้ามไปยังเนื้อหา

การตอบกลับเด่น

โพสต์เมื่อ
comment_1268952

แปลมาจากเว็บต่างประเทศนะครับ เอามาให้ศึกษากันครับ

 

 

 

 

 

ในส่วนนี้จะเป็นการพัฒนานักเตะและการติวของรุ่นพี่นะครับ

 

ถ้าใครอยากปั้นเด็กหรืออยากให้ค่า CA เพิ่มขึ้นใกล้กับค่า PA มากที่สุดให้ดูค่า Detemination หรือค่าความมุ่งมั่นของนักเตะครับ

 

จากการทดลองพบว่านักเตะที่มีค่าความมุ่งมั่นสูงค่าพลังจะเพิ่มเร็วกว่าและมากกว่านักเตะที่มีค่าความมุ่งม

ั่นต่ำครับ

 

แต่มันจะมีค่าอีกค่าที่คอยควบคุมอยู่คือค่า Professionalism ครับซึ่งเป็นค่าพลังแฝง ถ้ามีมากก็จะฝึกซ้อมแล้วค่าพลังจะขึ้นอย่างรวดเร็วและมากกว่าเหมือนกันครับ (แต่ต้องใช้ FMRTE ส่องดู)

 

Posted Image

 

Uploaded with ImageShack.us

 

 

 

การให้รุ่นพี่สอนรุ่นน้องครับ มันจะมีให้คุยอยู่ 4 อันครับ ซึ่งทำให้รุ่นน้องที่เรียนมีค่าพลังเพิ่มแตกต่างกันนะครับ ส่วนใหญ่ค่า Mental กับ Technical จะเพิ่มครับ

 

เรียงลำดับจากค่าพลังที่เพิ่มขึ้นนะครับ ข้อ 3 > ข้อ 2 > ข้อ 1 > ข้อ 4 โดยข้อ 4 เรียกว่าไม่ค่อยขยับเลยก็ได้ครับ

 

ข้อที่ 1, 2, และ 3 มีโอกาสที่รุ่นน้องจะได้ PPM ครับแต่ก็ 4 ไม่ได้ PPM จะสำเร็จประมาณ 6 เดือนครับ

 

Posted Image

 

Uploaded with ImageShack.us

 

โดยการให้รุ่นน้องฝึกกับรุ่นพี่นี้จะทำให้ค่าพลังเพิ่มเร็วขึ้น 7 เท่าถ้าเทียบกับการไม่ให้ฝึกกับรุ่นพี่เลยครับ แต่ให้ดูรุ่นพี่ที่จะให้ฝึกดีๆ นะครับ ถ้ารุ่นน้องได้ PPM ที่ไม่เหมาะสมกับมันมันอาจจะไม่เก่งไปเลยครับ

 

การฝึกกับรุ่นพี่นี้ค่า Mental กับ Personality อาจจะลดได้นะครับ และค่า Determination ด้วยซึ่งเป็นค่าที่กล่าวไว้ข้างต้น (ไม่แน่ใจว่ามันลดลงหรือเพิ่มขึ้นเท่ากับรุ่นพี่หรือเปล่านะครับ) ถ้าไม่อยากให้มันลดก็พิจารณาดีๆ ครับว่าจะให้ฝึกกับรุ่นพี่ไม

 

 

 

ประสบการณ์ทำให้ค่า CA เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วครับ การให้ลงเป้นตัวจริงทำให้ค่าพลังเพิ่ขึ้นเร็วกว่าการนั่งเป้นตัวสำรอง

 

แต่การที่เราให้นักเตะเยาวชนลงตัวจริงเราคงไม่ประสบความสำเร็จครับ เช่น Arsenal ดังนั้นเราควรหาทีมลูกหรือยื่นข้อเสนอให้มีทีมมายืมตัวไปครับ และต้องดูด้วยนะครับว่านักเตะเราจะได้ลงสนามมากแค่ไหน

 

โดยการส่งไปยืมตัวนั้นเราควรที่จะตั้งค่าสัญญาไว้ด้วยว่าสามารถเรียกกลับมาได้ Can be recalled หากนักเตะของเราไม่ได้ลงสนามมากพอหรือไม่ได้ลงเลย เพราะให้กลับมาเป้นตัวสำรองหรือเล่นทีมสำรองของเราดีกว่าไปนั่งเป็นตัวสำรองของทีมเล็กๆ ครับ

 

Posted Image

 

Uploaded with ImageShack.us

 

การยื่นข้อเสนอให้ทีมมายืมตัวนักเตะเราหรือมีทีมมายืมนักเตะเราให้สังเกตุด้วยนะครับ อย่างในรูป Huddlefield มันมายืมนักเตะแล้วบอกว่านักเตะจะเป็นส่วนหนึ่งของตัวจริงครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ให้เราปรับค่าสัญญาการยืมตัวให้สามารถเรียกกลับได้ก่อนตามที่ได้พูดไว้นะครับ แล้วส่งให้ยืมตัวเลย ถ้าไม่ได้ลงสนามก้เรียกกลับมาครับ

 

Posted Image

 

Uploaded with ImageShack.us

 

การส่งนักเตะที่เราอยากให้มันเก่งยืมตัวไปนั้นเราควรให้ Scout ไปดูฟอร์มหรือดูว่าได้ลงสนามมากแค่ไหนด้วยครับ เพราะ Scout จะรายงานเรามาทุกนัดที่นักเตะเราได้ลงสนาม

 

วิธีส่ง Scout ไปดูนักเตะนะครับ ให้คลิกขวาที่นักเตะที่ถูกยืมตัวไปแล้ว -> Scouting -> Get match report -> แล้วก็เลือก Scout ครับ Scout 1 คนควรไปดูฟอร์มนักเตะแค่คนเดียวนะครับ

 

Posted Image

 

Uploaded with ImageShack.us

 

 

 

 

 

ต่อไปนี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับค่าพลังนักเตะที่สัมพันธ์กันนะครับ เผื่อจะได้เลือกใช้หรือให้นักเตะฝึกซ้อมแล้วมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

 

ในส่วนของ Technical นะครับ

 

Corner

- เตะมุมแม่นแค่ไหน

- ให้ดูค่าดังนี้นะครับถ้าเยอะแสดงว่าจะเป็นอย่างที่อธิบายไว้ครับ

- anticipate การสังเกตุว่าเพื่อนร่วมทีมจะขยับไปบริเวณใด และ decision ว่านักเตะคนนั้นจะเตะมุมไปที่ไหนแม่นไม

 

Crossing

- เปิดบอลจากข้างสนามแม่นแค่ไหน

- anticipate และ decision เหมือน Corner ครับ

 

Dribbling

- เลี้ยงได้ดีแค่ไหน

- anticipation การสังเกตุว่าคู่ต่อสู้จะเคลื่อนที่ยังไง และ technique นักเตะคนนั้นจะมีกลเม็ดการเลี้ยงผ่านคู่ต่อสู้ยังไง

 

Finishing

- การทำประตูแม่นแค่ไหน

- composure จะรับมือกับความกดดันได้ไม technique จะมีกลเม็ดในการยิงยังไง และ decision จะยิงเมื่อไหร่และยิงไปที่ไหน

 

First touch

- ควบคุมบอลดีแค่ไหนเมื่อได้รับบอล

- ค่าต่อไปนี้จะบอกว่านักเตะจะต้องการทำอะไรต่อไปและมากแค่ไหน

- creative นักเตะจะเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง decision เลือกได้ว่าอย่างใดที่ทำแล้วจะดีที่สุด

 

Free kick taking

- เตะลูกตั้งเตะแม่นแค่ไหน

- technique กลวิธีในการเตะลูกตั้งเตะของนักเตะ และ decision จะเตะลูกตั้งเตะไปที่ไหน

 

Heading

- โหม่งแม่นแค่ไหน

- anticipation รู้ว่าลูกบอลจะไปตกที่ไหน และ decision จะโหม่งบอลไปบริเวณใด

 

Long shot

- ยิงไกลแม่นแค่ไหน

- creative ดูว่าตนเองมีทางเลือกใดบ้าง technique มีกลวิธีในการยิงแบบไหน และ decision จะยิงไปที่ไหน

 

Long throws

- ทุ่มบอลไกลและแม่นแค่ไหน

- decision จะทุ่มไปที่ไหน

 

Marking

- ประกบคู่ต่อสู้ได้ดีแค่ไหน

- ใช้คู่กับทักษะ tackling เพื่อดูว่านักเตะรับมือกับคุ่ต่อสู้ได้ดีแค่ไหน และบอกว่านักเตะเข้าใจการคุมพื้นที่มากแค่ไหน

 

Passing

- ส่งบอลแม่นแค่ไหน

- anticipation ดูว่าเพือนจะเคลื่อนที่ไปยังไง creative ดูว่าตนเองมีทางเลือกใดบ้าง และ decision จะส่งเมื่อไหร่ จะส่งอย่างไรและใครที่จะส่งบอลให้

 

Penalty taking

- เตะลูกโทษแม่นแค่ไหน

- decision จะยิงไปทางไหน และ composure จะรับมือกับความกดดันได้ไม

 

Tacking

- จะกะจังหวะการเข้าสกัดได้ดีแค่ไหนและสกัดแม่นแค่ไหน

- decision จะเข้าสกัดเมื่อไหร่และจะสกัดอย่างไร

 

Technique

- คือค่าที่บอกว่านักเตะมีทักษะและมีกลวิธีในการเล่นต่างๆ มากแค่ไหน

- ถ้าค่ามากคือนักเตะคนนั้นจะมีลูกเล่นหรือเล่นกับบอลได้หลากหลายรูปแบบกว่านักเตะที่มีค่าน้อย

 

 

ในส่วนของ Mental นะครับ

 

Aggressive

- นักเตะมีความกร้าวร้าวหรือมีความรุนแรงมากแค่ไหน

- ถ้ามากนักเตะมีพละกำลังมากและเด็ดเดี่ยวมาก ถ้าน้อยคือนักเตะว่านอนสอนง่ายและไม่ถือตน

- บ่งบอกว่านักเตะคนนั้นมีความรุนแรงมากแค่ไหน โดยมีค่าพลังแฝงควบคุมอยู่คือ dirtiness และ sportsmanship

 

Anticipation

- การคาดการณ์การเคลื่อนตัวของนักเตะคนอื่น หรือการอ่านเกมนั้นเอง

- มีส่วนสำคัญในการ passing (ส่งบอล) crossing (เปิดบอล) intercepting (การสกัดหรือขัดขวาง) และอื่นๆ ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน

- เป็นความสามารถในการเดาทางคู่ตัวสู้ในแต่ละครั้ง

 

Bravery

- การเสียสละของนักเตะเพื่อให้ทีมได้เปรียบ

- เช่น การเข้าสกัดหรือแย่งบอลโดยไม่กลัวเจ็บแบบฟรีๆ เพื่อไม่ให้เสียประตูเป็นต้น

 

Composure

- นักเตะสามารถรับมือกับความกดดันได้มากแค่ไหน

- ความกดดันในที่นี้คือความกดดันจากผู้เล่นฝั่งตรงข้าม หรือความกดดันจากการทำประตูหรือส่งบอลที่จังหวะสำคัญๆ

- ซึ่งจำเป้นต่อ decision การตัดสินใจว่านิ่งพอไมที่จะตัดสินใจต่างๆ ได้

 

Concentration

- การจดจ่อกับเกม ใช้ดูว่านักเตะจะยืนระยะในการตัดสินใจ (decision) ได้นานแค่ไหน

- ถ้ามีค่ามากนักเตะจะตัดสินใจ (decisions) และอ่านเกม (anticipation) ได้ตลอดเกมการแข่งขัน ถ้าค่าน้อยนักเตะจะเกิดความผิดพลาดได้บ่อย

 

Creative

- บ่งบอกถึงความสามารถในส่วน Mental ครับว่าจะใช้ค่าในส่วนนี้มากหรือน้อยแค่ไหน

- เช่น การตัดสินใจ (decision) นักเตะจะรู้ว่าจะเลือกหรือตัดสินใจสิ่งไหนก่อนดี

- ถ้ามีค่ามากจะบ่งบอกว่านักเตะจะมีตัวเลือกในการตัดสินใจมากแค่ไหน ทางเลือกมาก

 

Decision

- การตัดสินใจ บ่งบอกถึงคุณภาพในการตัดสินใจของนักเตะ

- เป็นค่าที่บอกว่านักเตะจะตัดสินใจทางเลือกที่ดีที่สุด และจะทำเมื่อไหร่และอย่างไร

- โดยขึ้นอยู่กับ creative ดังที่กล่าวมา และเป็นส่วนสำคัญของ technique ว่าจะเลือกใช้กลวิธีไหนดี

 

Determination

- ความมุ่งมั่นหรือความตั้งใจ บ่งบอกว่านักเตะจะมีใจกับเกม 100% หรือเปล่า

- ถ้าค่าน้อยบ่งบอกได้ว่านักเตะจะยอมแพ้ได้เร็ว ถ้าค่าเยอะนักเตะจะสู้จนกว่านกหวีดจะเป่า

 

Flair

- ไหวพริบ เป็นค่าที่บอกว่านักเตะอาจทำสิ่งที่ไม่คาดฝันได้

- เป็นค่าที่ใช้ต่อกรกับค่าการอ่านเกม (anticipation) ของคู่ต่อสู้

- โดยขึ้นอยู่กับ creative ว่ามีทางเลือกใดบ้าง และ decision ทางเลือกไหนดีที่สุด และขึ้นอยู่กับค่าในส่วน technical ด้วยว่ามากน้อยแค่ไหน

 

Influence

- ใช้บอกว่านักเตะคนนั้นจะเป็นกัปตันทีมที่ดี

- ถ้าค่าน้อยนักเตะคนอื่นๆ จะไม่เคารพคนที่เป็นกัปตันทีม ถ้ากัปตันทีมที่มีค่าเยอะจะสามารถทำให้ทีมมีความสามัคคีและเป็นหนึ่งเดียวได้

 

Off the ball

- การหาพื้นที่ ใช้บอกว่านักเตะคนนั้นหาพื้นที่ได้ดีแค่ไหนเมื่ออยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถที่จะครองบอลได้

- ค่านี้ไม่ใช่แค่สำคัญกับนักเตะที่ต้องหาพื้นที่เพื่อให้เพื่อนส่งบอลให้เท่านั้น แต่ยังทำให้คู่ต่อสู่หลุดจากตำแหน่งของตัวเองด้วย

- ขึ้นกับ decision ว่าจะเคลื่อนตัวเมื่อไหร่ อย่างไรและไปที่ไหน

 

Positioning

- ใช้บอกว่านักเตะคนนั้นยืนตำแหน่งของตัวเองได้แม่นยำแค่ไหนเมื่อเกิดสถานการณ์ต่างๆ ขึ้น

- ขึ้นกับ anticipation คู่ต่อสู้จะเคลื่อนตัวมาหาอย่างไรหรือแบบไหน และ decision จะยืนอยู่บริเวณไหนดี

 

Teamwork

- บ่งบอกถึงความเห็นแก่ตัวของนักเตะคนนั้น

- ถ้าค่าน้อยนักเตะจะสนใจถึงตัวเองก่อนสนใจทีม เช่น การพยายามที่จะยิงแทนที่จะส่งให้เพื่อนร่วมทีมทั้งที่เพื่อนร่วมทีมอยุ่ในตำแหน่งที่จะทำประตูได้ดีกว่า ถ้าค่ามาก นักเตะจะตัดสินใจว่าอย่างไหนที่ทำแล้วจะสำคัญต่อทีมมากกว่าตัวเอง

 

Work rate

- บ่งบอกว่านักเตะมีความตื่นตัวมากแค่ไหน

- ถ้าค่าน้อยนักเตะจะไม่ค่อยหาโอกาสที่จะหาพื้นที่เพื่อรับบอลจากเพื่อน และจะรอโอกาสมากกว่าที่จะหาโอกาสให้ตัวเองถ้ค่ามากนักเตะจะหาพื้นที่และหาโอกาสเพื่อให้ตัวเองได้บอลมากที

่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

 

ในส่วนของ Physical นะครับ

 

Acceleration

- นักเตะจะเร่งความเร็วจนถึงความเร็วสูงสุดได้เร็วแค่ไหน

- ใช้คู่กับ pace ความเร็วสูงสุดที่นักเตะสามารถเคลื่อนที่ได้

 

Agility

- ความคล่องตัว บอกว่านักเตะสามารถเคลื่อนตัวได้ง่ายหรือทำอะไรได้เร็วมากแค่ไหน

- ถ้าค่าน้อยแสดงว่านักเตะเอื่อยเฉื่อยกว่าจะทำอะไรช้ามาก ถ้าค่ามากแสดงว่านักเตะมีความคล่องแคล่วว่องไวสูง

 

Balance

- การทรงตัว บอกว่านักเตะจะสามารถทรงตัวอยู่ได้นานแค่ไหน

- ใช้คู่กับ strength ในสถานการณ์ที่มีการเบียดกัน และใช้ดูว่านักเตะจะรับมือกับการเข้าสกัดบอล (tackle) ได้ดีแค่ไหน

- ถ้าค่ามากแสดงวานักเตะจะล้มได้ยาก สามารถทรงตัวได้ดี

 

Jumping

- นักเตะคนนั้นจะกระโดดได้สูงแค่ไหน

- ส่วนสูงมีส่วนสำคัญที่ว่านักเตะจะกระโดดหรือไม่กระโดดเข้าไปถึงบอลได้ก่อน

 

Natural fitness

- การฟื้นฟูในส่วนของ Physical

- ใช้บอกว่านักเตะจะมีการฟื้นฟูได้ดีแค่ไหนหลังจากหายจากการบาดเจ็บ ถ้ามีค่ามากนักเตะคนนั้นจะเล่นบอลได้นานกว่าเพราะค่าพลังลดช้า และหายจากการบาดเจ็บได้เร็วกว่า

 

Pace

- ความเร็วสูงสุดของนักเตะที่จะวิ่งได้

- ขึ้นกับ decision ควรที่จะวิ่งเมื่อไหร่ดี

 

Stamina

- ใช้บอกถึงสภาพความฟิตของนักเตะ

- ใช้ดูค่าสภาพร่างกายหรือความฟิตของนักเตะแต่ละเกมได้ ถ้ามากนักเตะจะรู้สึกเหนื่อยช้า (% condition จะลดลงช้า)

 

Strength

- ความแข็งแรงและแข็งแกร่งของนักเตะ

- ใช้รับมือกับคู่ต่อสู้ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เข้าสกัดเป็นผลสำเร็จ (tackle won) การเบียดกัน เป็นต้น

 

 

 

 

 

ในส่วนนี้จะอธิบายถึง match preparation นะครับ

 

เป็นส่วนที่น่าสนใจในภาคนี้ครับ เพราะมันทำให้สามารถฝึกฝนในพื้นที่ต่างๆ ของเทคติกนั้นๆ เพื่อให้พร้อมสำหรับเกมนัดต่อๆ ไปครับ

 

ถ้าแต่ละช่องเต็มหลอดแสดงว่านักเตะของเราเข้าใจเทคติกหรือแผนของเราได้เป้นอย่างดีแล้วครับ

 

การให้ฝึกเพียงแค่ 1 เทคติกนักเตะจะเรียนรู้และหลอดจะเต็มเร็วกว่าให้ฝึก 2 หรือ 3 เทคติกด้วยครับ

 

ในการฝึกจะมีให้เลือก 6 แบบตามรูปครับ

 

Posted Image

 

Uploaded with ImageShack.us

 

การฝึกแต่ละส่วนของ SFA จะทำให้ค่าพลังของนักเตะในส่วนนั้นเพิ่มขึ้นเร็วขึ้นด้วยครับเพราะนักเตะได้ใช้ค่านั้นๆ มากกว่าปกติในแต่ละเกม ยกเว้น team blend ครับ

 

- Attacking Movement ค่าพลังที่จะเพิ่มขึ้นจะอยู่ในส่วนของ ball control และ movement จะเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ถ้าทีมของคุณได้ทำเกมบุกครับ

 

- Attacking Set Pieces ค่าพลังในส่วน Anticipation, positioning และบางค่าพลังที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มขึ้น เฉพาะเมื่อลูกตั้งเตะบุกนะครับ

 

- Defending Set Pieces ค่าพลังเพิ่มเหมือน Attacking Set Pieces แต่เฉพาะลูกตั้งเตะรับครับ

 

- Defensive Positioning ค่าพลังในส่วน concentration, marking, positioning และค่าพลังที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จะเพิ่มขึ้นครับเมื่อทีมทำเกมรับครับ

 

- ส่วน Team blend เป็นส่วนที่ฝึกเพื่อให้นักเตะมีความร่วมมือกันและทำให้นักเตะเข้าใจกันมากขึ้นครับ เมื่อลงสนามไปจะสามารถทำเกมร่วมกับเพื่อนได้เลย ถ้าตัวสำรองลงไปก็เหมือนกับเล่นเป็นตัวจริงครับ เข้าใจว่าจะต้องเล่นด้วยกันยังอย่างไร โดยการฝึกนี้ยังช่วยเพิ่ม morale (สภาพจิตใจ) และยังทำให้นักเตะเล่นได้ดีด้วยครับ

 

- ในส่วนของ team blend นี้ควรฝึกอยู่เรื่อยๆ นะครับเพื่อรองรับกับนักเตะที่เราเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เช่นซื้อมาใหม่ ขายไป จะได้ทำให้ทีมยังเข้าใจกันตลอดครับ

 

 

ข้อแนะนำครับ

 

- ให้ฝึกจนกว่าหลอดจะเต็มหมดครับ

- หลังจากนั้นให้ปรับค่าเป็น normal หรือ low แล้วแต่นะครับ

- เมื่อจะแข่งแต่ละนัดให้เลือกฝึก SFA ซึ่งขึ้นกับทีมที่เราจะเจอหรือเทคติกของเราครับ

- เมื่อแข่งเสร็จให้ฝึกเป็น team blend ครับ

- ฝึก SFA ก่อนเจอแต่ละนัดสลับกับ team blend ไปเรื่อยๆ ครับ

 

 

 

 

 

ในส่วนนี้จะบอกการจัดการกับเกมรับนะครับ

 

เป็นแค่การแนะนำนะครับ โดยผลจะออกมาดีหรือไม่ดีนั้นขึ้นอยู่กับแผนการเล่นโดยรวมของคุณและนักเตะที่คุณจัดด้วยนะครับ

 

คู่กองหลัง Defenders

 

- Defend - Defend เป็นกองหลังปกติทั้ง 2 คนโดยจะเข้าสกัดเมื่อได้จังหวะ และจะยืนอยู่เท่าๆ กันที่เส้นแผงหลังของทีม เหมาะสำหรับรับมือกับกองหน้าคู่ครับ

 

- Defend - Stopper กองหลังคนหนึ่งจะเป็นกองหลังปกติโดยจะยืนอยู่เส้นแผงหลังของทีม ส่วนอีกคนจะพยายามเข้าปะทะบอลเร็วเมื่อบอลมาที่กองหน้าคู่ต่อสู้ การจัดแบบนี้เหมาะที่จะให้กองหลังตัวสูงๆ เข้าสกัดบอลโด่งและรบกวนกองหน้าคู่ต่อสู้ที่เล่นบอลกับเท้าได้ดีด้วย

 

- Defend - Cover กองหลังคนหนึ่งจะยืนที่เส้นแผงหลังของทีม ส่วนอีกคนจะยืนต่ำกว่าเพื่อคอยคุม การจัดแบบนี้เหมาะสำหรับเจอกับกองหน้าที่มีความเร็วและสามารถเลี้ยงหลบกองหลังได้ เมื่อกองหน้าเลี้ยงหลบ defend ได้ cover จะคอยสกัดอีกครั้งหนึ่ง โดยขึ้นอยู่กับว่า cover จะมี pace (ความเร็วสูงสุด) มากแค่ไหน

 

- Cover - Stopper เป็นการผสมโดยคนหนึ่งจะเข้าปะทะบอลไว ส่วนอีกคนจะยืนต่ำ โดยกองหลังทั้ง 2 คนจะมีโอกาสยืนอยู่ห่างกันโดยคนหนึ่งจะยืนอยู่เหนือเส้นแผงหลังส่วนอีกคนจะยืนต่ำกว่าเส้นแผงหลัง เหมาะสำหรับรับมือกับกองหน้าคนเดียว ไม่เหมาะที่จะให้เช็คกับดักล้ำหน้าเพราะกองหลังทั้ง 2 อยู่ห่างกัน โดยอาจจะใช้แผนที่มีกองหลังตัวสุดท้าย (anchor man) เพื่อให้เกมรับเหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น

 

โดยไม่แนะนำให้จัดเป็นแบบ Cover - Cover และ Stopper - Stopper นะครับ เพราะจะทำให้เกิดช่องว่างในการเล่นให้กับคู่ต่อสู้มาก และอาจทำให้เกิดช่องโหว่ระหว่างแผงหลังขึ้น แต่ไม่ใช่ไม่สามารถจัดแบบนี้ได้นะครับ

 

 

 

คู่ฟูลแบ็ค Fullbacks

 

หน้าที่ของฟูลแบ็คคือการป้องกันการโจมตีทางริมเส้นของปีกคู่ต่อสู่ครับ คุณคงไม่ต้องการให้ฟูลแบ็คบุกมากเกินไปจนทำให้มีช่องว่างในตำแหน่งของเขาหรอกครับ

 

- ถ้าเจอกับทีมที่ทำเกมบุกใส่เรา ต้องให้ฟูลแบ็คบุกน้อยลงหรือเน้นเกมรับเลยครับ

 

- ถ้าเจอกับทีมที่บุกไม่มาก สามารถให้ฟูลแบ็คของเราทำเกมบุกได้บ้างครับ

 

โดยปกติ fullbacks จะตั้งเป็น automatic โดยขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ที่เราจะปรับ (defendsive, counter, attack)

 

ถ้าฟูลแบ็คที่มีค่าพลังการบุกที่ดีและมีพละกำลังดี (stamina) อาจจัดให้เป็น wingback ได้ครับ แต่อาจทำให้เกมรับลดลงได้หากทีมคู่ต่อสู้บุกทางริมเส้นครับ ทั้งนี้ขึ้นกับค่าพลังของนักเตะเราและคู่ต่อสู้ด้วยครับ

 

 

 

โกล Goalkeeper

 

การจัดโกลขึ้นอยู่กับว่าโกลคนนั้นมีค่าพลังเหมาะสมแค่ไหน ถ้ามีค่าพลังที่จำเป็นก็อาจให้เป็น sweeper keeper ได้ครับ โดยจะออกมาจากเขตประตูเพื่อเก็บตกบอลและเตะขึ้นหน้าเพื่อทำเกมบุกต่อไปครับ แต่โดยทั่วไปแล้วทีมส่วนใหญ่จะจัดโกลให้อยู่ที่หน้าประตูเท่านั้นครับ (goalkeeper)

 

โกลที่มีการสื่อสารและการจัดการกับพื้นที่ที่ดีจะสามารถจัดการทำให้เกมรับมีประสิทธิภาพมากขึ้นและทำให้เส

ียประตูยากขึ้นครับ โดยการร่วมมือกันของกองหลังทั้งสี่คนและโกลจะทำให้เกมรับเหนียวแน่นขึ้นครับ

 

ทีมที่เน้นเกมรับและเส้นแผงหลังอยู่ต่ำมากๆ จะไม่เหมาะกับการจัดโกลให้เป็น sweeper keeper นะครับเพราะ sweeper keeper ต้องการพื้นที่ในการเล่นมาก ดังนั้น sweeper keeper จึงเหมาะกับทีมที่เล่นเกมบุกและแผงหลังดันสูง ซึ่งจะทำให้ทีมสามารถกลับมาครองบอลได้อย่างรวดเร็วเมื่อบอลหลุดจากคู่ต่อสู้มาถึงโกลครับ

 

 

 

กองกลางตัวพักบอล Holding midfielder

 

กองกลางตัวพักบอลไม่จำเป็นต้องเป็นตำแหน่ง DMC นะครับอาจเป็น MC ก็ได้โดยมีหน้าที่ defend โดยจำเป็นที่จะต้องมีเพื่อคอยคุมเกมหรือคอยรับบอลตรงกลางเพื่อให้การบุกดำเนินต่อไปได้

 

โดยทั้ง midfielder (defend duty) defensive midfielder และ anchor man จะยังช่วยให้เกมรับของทีมเหนียวแน่นมากขึ้นด้วยเมื่อเจอกับทีมที่เน้นเกมรับและส่งบอลได้แม่นยำเพราะทีมขอ

งคุณจะเกิดช่องว่างเมื่อทำเกมบุก ดังนั้นตำแหน่งดังกล่าวจะคอยรับบอลหรือคอยดักบอลที่หลุดออกมาจากการบุกทำให้ทีมเราดำเนินเกมบุกได้ต่อเนื่

องครับ

 

โดยถ้าฟูลแบ็คทำเกมบุกตำแหน่งดังกล่าวหรือ anchor man ควรให้เน้นรับเลยหรือให้ถอยลงไปเกือบเป็นกองหลังคนที่สามได้เลย แต่ถ้าฟูลแบ็คบุกไม่มากสามารถให้ตำแหน่งดังกล่าวมีความสร้างสรรค์และขึ้นหน้ามากขึ้นได้ครับ

 

 

 

 

 

ในส่วนนี้จะอธิบายถึงการฝึกซ้อม (training) และการฝึกซ้อมแบบเจาะจง (training) นะครับ

 

Strength (การฝึกซ้อมสภาพร่างกาย)

 

การฝึกนี้ทำให้ค่าพลังจะเพิ่มขึ้น 4 ค่าพลังคือ Natural Fitness, Stamina, Strength and Work Rate และเป็นการฝึกที่เหมาะสมสำหรับนักเตะที่มีความฟิตน้อยและค่าพละกำลัง (condition) ลดลงอย่างรวดเร็วในการเตะแต่ละนัด และเหมาะสำหรับช่วงก่อนเปิดฤดูกาลเพื่อเรียกความฟิตให้กับนักเตะเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ครับ

 

Aerobic (การฝึกซ้อมสภาพร่างกาย)

 

ค่าพลังเพิ่มขึ้น 5 ค่าพลังคือ Acceleration, Agility, Balance, Jumping และ Pace เพิ่มค่าพลังในส่วนการวิ่งของนักเตะ ทำให้นักเตะวิ่งเร็วขึ้น มีความคล่องแคล่วว่องไวมากขึ้นและทำให้นักเตะทรงตัวได้ดีขึ้น มักใช้คู่กับการซ้อม strength เพื่อเพิ่มค่าพลังทางสภาพร่างกายโดยรวมครับ

 

GK Shot Stopping (การฝึกซ้อมผู้รักษาประตู)

 

เพิ่มค่าพลังของผู้รักษาประตู 2 ค่าพลังคือ Reflexes, One on Ones และค่าพลังทั่วไปคือ Composure, Concentration และเพิ่มความสามารถด้าน mental ให้กับผู้รักษาประตู เหมาะสำหรับผู้รักษาประตูที่มีการตัดสินใจได้ไม่ดีและมีปัญหาเมื่อเจอกับความกดดัน

 

GK Handling (การฝึกซ้อมผู้รักษาประตู)

 

เพิ่มค่าพลังของผู้รักษาประตู 4 ค่าพลังคือ Aerial Ability, Kicking, Handling และ Throwing การฝึกนี้เพิ่มค่าพลังทางเทคนิกของผู้รักษาประตู สำคัญมากหากผู้รักษาประตูมีค่าพลังมากในส่วนนี้ Aerial Ability ใช้คู่กับ Jumping ใช้บอกว่าผู้รักษาประตูจะพุ่งไปได้ไกลมากแค่ไหน

 

Tactics (การฝึกซ้อมทั่วไปและการฝึกซ้อมผู้รักษาประตู)

 

การฝึกนี้เพิ่มค่าพลังมากที่สุดคือ 8 ค่าพลัง โดยเพิ่มในส่วนของค่าพลังผุ้รักษาประตูด้วย Anticipation, Decisions, Positioning, Off The Ball, Teamwork, Command of Area (โกล), Communication (โกล) และ Rushing Out (โกล) การฝึกนี้เพิ่มค่าพลัง anticipation, decision ซึ่งเป็นค่าพลังหลักของนักเตะนับว่าเป็นการฝึกที่สำคัญมาก โดยเฉพาะนักเตะที่อายุยังน้อยอยู่ การฝึกนี้ทำให้นักเตะสามารถอ่านเกมได้ดี รู้ว่าควรเคลื่อนที่ไปที่ใดและตัดสินใจแบบใดให้ได้ผลดีที่สุด หากผู้รักษาประตูฝึกการฝึกนี้ก็เท่ากับเป็นการฝึกในด้าน mental ของผู้รักษาประตูอีกทางหนึ่ง โดยทำให้เขาสามารถสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมและทำให้ตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

 

Ball Control (การฝึกซ้อมทั่วไป)

 

การฝึกนี้เพิ่มค่าพลัง 5 ค่าพลังคือ Dribbling, First Touch, Technique, Flair และ Heading เป็นค่าพลังทางเทคนิกและความแม่นยำซึ่งไม่นับ Flair ซึ่งเป็นค่าพลังที่ควบคุมทักษะของนักเตะที่คาดเดาไม่ได้ เหมาะสำหรับนักเตะที่คุณคิดว่ายังควบคุมบอลได้ไม่ดีและนักเตะที่คุณคิดว่าเล่นแต่แบบเดิมๆ ไม่เปลี่ยนแปลง

 

Defending (การฝึกซ้อมทั่วไป)

 

เพิ่มค่าพลัง 3 ค่าพลังคือ Tackling, Marking และ Concentration เหมาะสำหรับนักเตะกองหลังทุกคน เพราะทำให้ความแน่นอนในเกมรับเพิ่มมากขึ้น

 

Attacking (การฝึกซ้อมทั่วไป)

 

เพิ่มค่าพลัง 3 ค่าพลังคือ Passing, Creativity แบะ Crossing เป็นการฝึกที่เพิ่มค่า creative ซึ่งเป็นค่าพลังที่ทำให้นักเตะมีความคิดสร้างสรรค์และมีทางเลือกในการเล่นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเหมาะกับนักเตะที่ต้องการมีทางเลือกในการเล่นหลายๆ ทางและมักใช้คู่กับค่าพลัง technique และ flair การฝึกนี้เหมาะสำหรับนักเตะในทุกๆ ตำแหน่งแต่เหมาะสมมากที่สุดสำหรับนักเตะที่ทำเกมบุก

 

Shooting (การฝึกซ้อมทั่วไป)

 

เพิ่มค่าพลัง 3 ค่าพลังคือ Finishing, Long Shots และ Composure เหมาะสำหรับนักเตะทุกคนที่ต้องทำการจบสกอร์ โดยเพิ่มความแม่นยำในการทำประตูและตัดสินใจเมื่อมีความกดดันในการทำประตู

 

โดยค่าพลังแต่ละค่าพลังจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นเท่าๆ กันซึ่งความรวดเร็วนั้นขึ้นอยู่กับว่าในแต่ละการฝึกซ้อมนั้นมีค่าพลังให้เพิ่มมากแค่ไหนกี่ค่าพลัง ความสามารถของโค้ชและความหนักเบาในการฝึกซ้อมครับ

 

 

 

ส่วนนี้จะอธิบายถึง Individual training focus นะครับ

 

การฝึกในส่วนนี้จะทำให้ค่าพลังของนักเตะเพิ่มเร็วมากขึ้นกว่าการฝึกซ้อมปกติครับ ดังนั้นหากต้องการให้ค่าพลังนักเตะในส่วนต่างๆ เพิ่มโดยเฉพาะควรให้ฝึก training focus ควบคู่ไปกับการฝึกซ้อมปกติซึ่งต้องสัมพันธ์กันด้วยครับ และนักเตะต้องได้ใช้การฝึกนั้นๆ ในสนามจริงด้วยนะครับ

 

เช่น ผมต้องการให้ Eljero Elia มีค่าพลัง dribbling เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมจะจัดการฝึกปกติในส่วน ball control ให้มากกว่าส่วนอื่นหรือเท่ากันก็ได้ (แต่ต้องมากที่สุด) และตั้งให้นักเตะฝึก dribbling เฉพาะ (training focus) และในการแข่งแต่ละนัดต้องให้นักเตะได้วิ่งตลอดด้วย (run with ball often) เมื่อทำได้แล้วค่าพลัง dribbling ก็จะเพิ่มขึ้นเร็วกว่าไม่ได้ฝึกเฉพาะเลย

 

เทคนิกสำคัญนะครับหากอยากให้นักเตะฟิตและพร้อมก่อนเปิดฤดูกาลให้ฝึกในส่วน strength ของ training ปกติให้มากที่สุดครับ คลิกลงจาก intensive หนึ่งคลิกก็ได้ครับ (แต่ระวังนักเตะเจ็บเมื่อเข้าปะทะหนักหรือเจ็บตอนฝึกซ้อมนะครับ) และฝึกส่วนตัว (training focus) ของนักเตะแต่ละคนในส่วน stamina (พวกที่วิ่งเยอะๆ) กับ strength (พวกที่ต้องการความถึก) เท่านี้นักเตะก็จะฟิตสมบูรณ์เตรียมพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่แล้วครับ workload รวมแนะนำให้อยู่ในระดับ medium ก่อน high หนึ่งคลิกนะครับ ปล.ถ้าจะเรียกความฟิตระหว่างฤดูกาลก็ใช้วิธีนี้ได้ครับ แต่ไม่ควรฝึกเกิน 1 เดือนนะครับ เดี๋ยวความสามารถอื่นๆ จะลดลง

 

 

 

 

 

การเลือกนักเตะโดยดูลักษณะนิสัยของนักเตะ (personality)

 

- ลักษณะนิสัยที่ดีที่สุดของนักเตะและควรมีไว้ในทีมคือ Born Leader, Leader, Model Citizen, Model Professional, Spirited, Resolute, Iron Willed, Unflappable และ Evasive

 

- ลักษณะนิสัยที่ดีและพบมากคือ Professional, Fairly Professional, Reserved, Jovial, Light-Hearted, Driven, Determined, Resilient และ Very Loyal

 

- ลักษณะนิสัยที่ไม่ดีและควรจะหลีกเลี่ยงให้อยู่ในทีมคือ Short-Tempered, Temperamental, Volatile, Confrontational, Easily Discouraged, Low Determination, Casual, Low Self-Belief, Slack และ Realist

 

 

 

การสร้างสัมพันธ์กับผู้จัดการทีมอื่นๆ

 

- การสร้างสัมพันธ์หรือการโต้ตอบผู้จัดการทีมนั้นเองครับ มีความสำคัญคือหากเราและผู้จัดการทีมคนนั้นๆ เป็นเพื่อนกันเราจะมีโอกาสซื้อขายนักเตะของทีมนั้นๆ ได้ดีกว่า หรือถูกกว่าที่เราไม่ถูกกับผู้จัดการทีมนั้นๆ ครับ

 

 

 

การฝึก PPM ที่แต่ละตำแหน่งสามารถฝึกได้ (ถ้าไม่ครบ ขออภัย)

 

GK

- Avoid using weaker foot (หลีกเลี่ยงการใช้เท้าที่ไม่ถนัด)

 

DC

- Does not dives into tackles (ไม่พุ่งเสียบเวลาเข้าปะทะ)

- Marks opponent tightly (ประกบติด) ค่าพลังที่จำเป็นคือ Marking, Strength และ Positioning

- Tries long range passes (ส่งบอลระยะไกล) ค่าพลังที่จำเป้นคือ Passing และ Decision

- Plays short simple passes (ส่งบอลสั้นๆ ง่ายๆ)

 

DL/DR

- Dives into tackles (พุ่งเสียบเวลาเข้าปะทะ) ค่าพลังที่จำเป้นคือ Anticipation, Tackling และ Aggression

- Tries long range passes (ส่งบอลระยะไกล) ค่าพลังที่จำเป็นคือ Passing และ Decision

- Plays short simple passes (ส่งบอลสั้นๆ ง่ายๆ)

 

WBL/WBR

- Dives into tackles (พุ่งเสียบเวลาเข้าปะทะ) ค่าพลังที่จำเป็นคือ Anticipation, Tackling และ Aggression

- Gets forward whenever possible (เติมเกมเมื่อมีโอกาส)

- Runs with ball down left/right (วิ่งไปกับบอลริมเส้นซ้าย/ขวา)

 

DMC

- Comes deep to get ball (ลงต่ำมารับบอล)

- Dictates Tempo (ควบคุมจังหวะเกม)

- Dives into tackles (พุ่งเสียบเวลาเข้าปะทะ) ค่าพลังที่จำเป็นคือ Anticipation, Tackling และ Aggression

- Marks opponent tightly (ประกบติด)

- Plays short simple passes (ส่งบอลสั้นๆ ง่ายๆ)

- Stops play (หยุดเกม มั้ง!)

 

MC

- Arrives late in opposition area (เข้าไปแดนคู่ต่อสู้ช้ากว่าคนอื่น)

- Dives into tackles (พุ่งเสียบเวลาเข้าปะทะ) ค่าพลังที่จำเป็นคือ Anticipation, Tackling และ Aggression

- Dictates Tempo (ควบคุมจังหวะเกม)

- Stops play (หยุดเกม มั้ง!)

- Tries killer balls often (มักจ่ายบอลเพื่อลุ้นประตู)

 

ML/MR

- Gets forward whenever possible (เติมเกมเมื่อมีโอกาส)

- Hugs touch line (วิ่งติดริมเส้น)

- Knocks ball past opponent (กระดกบอลข้ามคู่ต่อสู้)

- Runs with ball down left/right (วิ่งไปกับบอลริมเส้นซ้าย/ขวา)

 

AML/AMR

- Cuts inside (ตัดเข้าใน) ฝึกได้กับบางคนเท่านั้น (พวก Inside Forward) ค่าพลังที่จำเป็นคือ Dribbling, Finishing และ Long Shots

- Gets into opposition area (อยู่ในแดนคู่ต่อสู้)

- Hugs touch line (วิ่งติดริมเส้น) ฝึกได้บางคนเท่านั้น (พวก Winger)

- Knocks ball past opponent (กระดกบอลข้ามคู่ต่อสู้)

- Likes to try to beat offside trap (มักพยายามฝ่ากับดักล้ำหน้า)

- Runs with ball often (มักวิ่งไปกับบอล)

- Runs with ball down left/right (วิ่งไปกับบอลริมเส้นซ้าย/ขวา)

- Moves into channels (วิ่งทะลุช่องไปกับบอล)

- Plays one twos (เล่นบอลชิ่งหนึ่งสอง)

 

AMC

- Arrives late in opposition area (เข้าแดนคู่ต่อสู้ช้ากว่าคนอื่น)

- Comes deep to get ball (ลงต่ำมารับบอล)

- Dwells on ball (พักบอล มั้ง!) ค่าพลังที่จำเป็นคือ Composure, Strength, Creativity และ Decisions

- Gets into opposition area (อยู่ในแดนคู่ต่อสู้)

- Runs with ball often (มักวิ่งไปกับบอล)

- Runs with ball through centre (วิ่งกลางสนามไปกับบอล)

- Moves into channels (วิ่งทะลุช่องไปกับบอล)

- Plays one twos (เล่นบอลชิ่งหนึ่งสอง)

- Tries killer balls often (มักจ่ายบอลเพื่อลุ้นประตู)

- Tries to play way out of trouble (พยายามเล่นแบบง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก)

 

FC

- Avoid using weaker foot (หลีกเลี่ยงการใช้เท้าที่ไม่ถนัด)

- Attempts overhead kicks (ตีลังกาเตะเมื่อมีโอกาส)

- Knocks ball past opponent (กระดกบอลข้ามคู่ต่อสู้)

- Likes to try to beat offside trap (มักพยายามฝ่ากับดักล้ำหน้า)

- Moves into channels (วิ่งทะลุช่องไปกับบอล)

- Runs with ball often (มักวิ่งไปกับบอล)

- Plays one twos (เล่นบอลชิ่งหนึ่งสอง)

- Tries first time shots (พยายามยิงจังหวะแรก)

 

ทุกตำแหน่ง

- Hits free kick with power (ยิงลูกตั้งเตะด้วยความรุนแรง) ค่าพลังที่จำเป็นคือ Finishing, Long Shots และ Free Kicks

- Likes to lob keeper (พยายามกระดกบอลข้ามผู้รักษาประตู) ค่าพลังที่จำเป็นคือ Technique, Composure, Finishing และ Decision

- Likes to round keeper (พยายามเลี้ยงผ่านผู้รักษาประตู) ค่าพลังที่จำเป็นคือ Dribbling, Technique, Composure, Finishing และ Decision

- Looks for pass rather than attempting to score (พยายามส่งบอลมากกว่าที่จะทำประตู)

- Places shot (ยิงเล่นทาง)

- Shoots from distance (ยิงไกล) ค่าพลังที่จำเป็นคือ Long Shots

 

 

 

การต่อรองกับเอเยนต์ของนักเตะเวลาทำสัญญาครับ

 

ในการทำสัญญาทุกคนจะพบว่าเอเยนต์มันจะหน้าเลือดมากและในการต่อรองกับมัน บางคนอาจต่อรองได้แค่ไม่กี่ครั้งแต่บางคนก็อาจต่อรองได้เป็นสิบครั้ง สาเหตุนี้ให้ดูจากค่าพลัง patient (ความอดทน) ของเอเยนต์นะครับ ถ้าค่าพลัง patient มากอาจต่อรองกับมันได้เป็นสิบครั้งเลยครับ แต่ขึ้นอยู่กับสัญญาที่เราต่อรองด้วยนะครับ ถ้าต่อรองเยอะมากเกินไป (แบบลดค่าเหนื่อยเยอะกว่าที่มันควรจะได้รับมากๆ) มันก็อาจจะไม่คุยเลยครับ ถึงค่าพลังจะเยอะก็ตาม

 

ส่วนเงินที่เสียให้กับเอเยนต์ฟรีๆ นั้นมีความสำคัญในการทำสัญญากับนักเตะเช่นเดียวกันนะครับ

- หากเอเยนต์มีค่าพลังความต้องการเงินมากมันจะขอเงินมาในสัญญามากไว้ก่อนเลยครับแล้วถ้าเราลดมันจะไม่พอใจทำ

ให้สัญญาอาจล่มได้ แต่จะเพิ่มก็อาจเพิ่มไม่ได้เพราะมันขอมาเกินกำหนดตั้งแต่แรกด้วยซ้ำครับ

- หากเอเยนต์มีค่าพลังความต้องการเงินน้อยมันจะขอเงินมาในสัญญาน้อยครับ ข้อนี้สำคัญคือเราจะสามารถเพิ่มเงินให้เอเยนต์ได้ครับ สำคัญเมื่อเราลดค่าเหนื่อยนักเตะ (เพราะมันเกินเพดานค่าเหนื่อยของคุณสมบัตินั้นๆ) แล้วเอเยนต์ไม่ยอมแต่เราอยากลด ลองปรับเงินให้เอเยนต์เพิ่มขึ้นครับแล้วมันจะยอมรับข้อเสนอของเราเลย

 

อีกค่าคือค่าความตั้งใจในการเสนอนักเตะให้ทีมอื่นๆ (อาจไม่สำคัญ) คือเอเยนต์จะเสนอนักเตะให้ทีมต่างๆ ว่านักเตะของมันจะสามารถซื้อได้ในราคาเท่าไรจากทีมต้นสังกัด เวลาเล่นจะสังเกตุเห็นว่าจะมีเอเยนต์เสนอนักเตะมาให้เราเลือกเยอะแยะมากมายและบอกว่าเราจะสามารถซื้อนักเต

ะคนนั้นๆ ได้ในราคาเท่าไร ซึ่งอาจจำเป็นต่อบางทีมที่ไม่รู้ว่าควรจะซื้อนักเตะในราคาเท่าไร

 

ตัวอย่างที่ผมทำสำเร็จนะครับในการซื้อ kaka' นะครับ เอเยนต์เสนอสัญญาให้กาก้าได้ค่าเหนื่อย 210k/w แต่เพดานค่าเหนื่อยของทีมผมอยู่แค่ 160k/w ผมเลยลองลดค่าเหนื่อยลงอย่างเดียวและทำอย่างนี้ประมาณ 5 ครั้งปรากฏว่าเอเยนต์ไม่ยอมครับ แต่ผมสังเกตุเห็นว่ามันขอเงินให้เอเยนต์ฟรีๆ มาแค่นิดเดียวผมเลยลองเพิ่มให้สูงๆ เลยครับแล้วทำการลดค่าเหนื่อยลงปรากฏว่ามันยอมรับข้อเสนอและได้ตัวกาก้ามาในที่สุดครับ ปล.เอเยนต์กาก้ามีค่าพลังความอดทน (patient) 11 และค่าพลังต้องการเงิน (agent fee demand) 2 ครับ

 

Posted Image

 

Uploaded with ImageShack.us

 

 

 

การทำให้นักเตะมาเป็นโค้ช

 

- นักเตะที่จะยอมมาเป็นโค้ชจะมีอายุ 30 ปีขึ้นไป เมื่ออายุ 30 ปีแล้วจะมี long term plan ของนักเตะคนนั้นๆ ที่หน้าส่วนตัว หากขึ้นว่าอยากเป็นโค้ชหลังหรือใกล้วันที่จะแขวนสตั๊ด

สามารถร้องขอให้มันเป็นโค้ชได้เลย (แล้วแต่นักเตะด้วยนะครับ บางคนก็ยังไม่อยากเป็น) สำหรับนักเตะที่เราจะให้เป็นโค้ชได้นั้นต้องให้มันอยู่ในสถานะ player/coach ไปก่อนครับ จนกว่ามันจะแขวนสตั๊ด (นักเตะรู้วันที่จะแขวนสตั๊ดแล้ว) เราถึงจะให้มันเป็นโค้ชอย่างเดียวได้ ปล.เช็คสัญญาด้วยนะเดี๋ยวหมดสัญญาแล้วอดได้มันเป็นโค้ช

- ความสำคัญของการที่มีนักเตะอยู่ในสถานะ player/coach คือนักเตะจะไม่บ่นเมื่อไม่ได้ลงสนามครับ ทำให้สามารถปั้นนักเตะเยาวชนได้โดยไม่ต้องกังวลว่ามันจะงอแง และยังให้มันสอนรุ่นน้องได้ด้วยและในการสอนแต่ละครั้งค่าพลัง coach ก็จะเพิ่มขึ้นด้วยครับ แต่ตรงกันข้ามคือค่าพลัง player จะลดลงเรื่อยๆ (แก่ขึ้น)

 

Posted Image

 

Uploaded with ImageShack.us

 

 

 

 

 

ในส่วนนี้จะอธิบายถึงค่า CA นะครับ หรือความสามารถของนักเตะที่มีอยู่ในขณะนั้นๆ ครับ ค่า CA อธิบายรวมๆ ได้ว่าเป็นค่าพลังทุกอย่างของนักเตะที่มีอยู่ในขณะนั้น สำหรับผมแล้วผมดูความเก่งของนักเตะจากค่าพลังที่จำเป็นในแต่ละตำแหน่งครับ ไม่ได้ดูค่า PA เพราะนักเตะบางคนมีค่า PA เยอะแต่พอมาฝึกกลับเล่นได้ไม่ดีและสู้นักเตะที่มี PA น้อยกว่าไม่ได้ ดังนั้นการเลือกนักเตะควรดูที่ค่าพลังที่จำเป็นครับซึ่งได้อธิบายไว้แล้วข้างต้น

 

ค่าพลังแต่ละค่า เช่น การเลี้ยงบอล (dribbling) จะค่อยๆ เพิ่มอย่างช้าๆ นะครับไม่ได้เพิ่มขึ้นเป็นเลข 1 หรือ 2 ในทันที ดังนั้นการดูค่าพลังให้สังเกตจากกราฟโดยการกดเข้าไปที่ค่าพลังนั้นๆ ครับ หรือบางครั้งค่าพลังไม่เพิ่มให้เห็นแต่นักเตะมีการเล่นได้ดีกว่าเดิมหากได้ซ้อมอย่างถูกต้องและเหมาะสมครั

บ ดังนั้นไม่ต้องไปกังวลมากครับสำหรับนักเตะที่มีค่าพลังน้อยๆ ให้ดูฟอร์มการเล่นดีที่สุดครับ

 

CA ของนักเตะจะเพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อ

- ได้ลงสนามเป็นประจำ ซึ่งจะทำให้นักเตะได้ใช้ทักษะอย่างเต็มที่ ค่าพลังที่ได้ใช้บ่อยจะเพิ่มขึ้น เช่น กองหน้ายิงตรงกรอบและเข้าเรื่อยๆ ค่า finishing จะเพิ่มขึ้นครับ

- ถ้าทุกอย่างลงตัวค่า CA จะมีโอกาสใกล้เคียงค่า PA แต่มักจะยังไม่เท่ากับค่า PA เพราะค่าพลังบางส่วนมีการลดลงอยู่พร้อมๆ กัน

- ได้รับการฝึกซ้อมอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอโดยเฉพาะการซ้อมแบบเจาะจง (training focus) หากให้ซ้อมในส่วนที่ได้ใช้บ่อยค่าพลังนั้นก็จะเพิ่มเร็วขึ้นด้วย

- และ workload ในการฝึกซ้อมควรอยู่ในระดับที่เหมาะสม หากนักเตะคนใดไม่พอใจนักเตะคนนั้นจะซ้อมได้ไม่เต็มที่นัก

- ค่าความมุ่งมั่นสูง (determination) ยิ่งค่าความมุ่งมั่นสูงค่าพลังต่างๆ จะเพิ่มเร็วมากขึ้นด้วย ค่าความมุ่งมั่นเพิ่มขึ้นได้จากการให้นักเตะรุ่นน้องฝึกกับนักเตะรุ่นพี่ที่มีค่าความมุ่งมั่นสูงๆ (นักเตะรุ่นน้องที่ฝึกกับรุ่นพี่มักจะมีค่าความมุ่งมั่นเท่ากับรุ่นพี่ที่ได้ฝึกด้วย) หรือนักเตะอายุน้อยได้ลงสนามเป็นตัวจริงบ่อยๆ

- อายุไม่เกิน 24 ปี เพราะหากอายุเกิน 24 ค่าพลังก็ยังคงเพิ่มขึ้นแต่จะไม่เร็วเหมือนตอนอายุน้อยกว่า 24 ครับ และค่าพลังที่อยู่ตรงกลางหรือ mental จะเพิ่มขึ้นตามอายุครับ

 

CA ของนักเตะจดลดก็ต่อเมื่อ

- ไม่ได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง

- นักเตะได้รับบาดเจ็บที่เข่า ขาและเท้าเป็นระยะเวลานาน

- ค่าความมุ่งมั่นต่ำ (determination)

- อายุเพิ่มขึ้นค่าพลังบางส่วนจะลดลงด้วย และหากเลยจุด peak ค่าพลังเกือบทุกส่วนก็จะลดลงตามไปด้วย

 

จุด peak ของแต่ละตำแหน่ง ซึ่งเมื่ออายุของนักเตะอยู่ในช่วงนี้ค่าพลังจะคงที่ซึ่งทำให้นักเตะเล่นได้ดีที่สุดด้วย แต่หากเลยอายุในจุดนี้ไปแล้วค่าพลังก็จะลดลง

- ผู้รักษาประตู (Goalkeeper) อายุ 25-34 ปี

- ฟูลแบ็ก (Fullback) อายุ 23-29 ปี

- กองหลัง (Defender) อายุ 23-31 ปี

- กองกลาง (Midfielder) อายุ 24-28 ปี

- ปีก (Winger) อายุ 20-30 ปี

- กองหน้า (Striker) อายุ 22-30 ปี

 

Credit : -{นายโซโล่^^}- หงส์แดง

 

 

 

 

 

ในส่วนนี้จะบอกวิธีการฝึกตำแหน่งใหม่ให้ได้ผล หรือให้มันกลายเป็นตำแหน่งที่ถนัด ( สีเขียวอ่อน ) นะครับ

 

ผมให้ rooney เล่นกลางรุก 3 ฤดูกาลแล้วสังเกตุเห็นว่าก่อนจบฤดูกาลที่ 3 ตำแหน่งใหม่กลายเป็นสีเขียวอ่อนหรือตำแหน่งที่ถนัดไปแล้วครับ

 

 

Posted Image

 

 

วิธีการฝึก

 

1. เข้า training แล้วให้มันฝึกตำแหน่งที่ต้องการ

 

2. พอตำแหน่งที่ต้องการให้ฝึกขึ้นเป็นสีเขียวเข้ม ( ขึ้นที่ตัวนักเตะ ) แล้วให้ปรับตรง training ออก ( เพื่อลดการฝึกที่ไม่จำเป็น )

 

3. ให้มันลงเล่นตำแหน่งนั้นๆ บ่อยๆ ถ้าไม่ให้ลงเลยอย่างต่อเนื่องตำแหน่งก็จะหายไป ต้องทำการฝึกใหม่

 

ปล. ระยะเวลาการฝึกขึ้นอยู่กับผลงานที่นักเตะทำได้ในตำแหน่งนั้นๆ ครับ ถ้าผลงานดีก็จะใช้ระยะเวลาไม่นาน

 

 

 

 

 

ถ้าไม่คิดว่าเป็นการเสียเวลาก็ช่วยโพสเพื่อเป็นกำลังใจด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

แก้ไขเมื่อ โดย ดอกบัวสี่เหล่า

  • การตอบกลับ 174
  • การดู 637.9k
  • สร้างแล้ว
  • การตอบกลับล่าสุด

ผู้โพสต์ยอดนิยมในหัวข้อนี้

comment_1269309
หลงนึกว่าค่าพลังช่วยให้ยิงแรงตั้งนาน , ขอบคุณครับ

แก้ไขเมื่อ โดย -[P]enocchio-

  • Author
comment_1269794

ฝึกกับรุ่นพี่ พลังขึ้นเร็ว 7 เท่า เอาตัวเลขมาจากไหนหรือครับ อยากทราบ

พอดีข้อความนี้ได้มาจากเว็บ FM ของอังกฤษครับ เขาทดลองกันมา เลยเอามาแบ่งปัน

 

หลงนึกว่าค่าพลังช่วยให้ยิงแรงตั้งนาน , ขอบคุณครับ

ยิงแรงน่าจะอยู่ที่ค่า strength อะครับ

 

รออ่าน Match Preparation ครับ :still_dreaming:

ไว้พรุ่งนี้นะครับ พอดีกลับต่างจังหวัด
  • Author
comment_1270086

เสร็จแล้วนะครับ ลองศึกษาดูได้ครับถ้ามีความรู้อะไรอีกจะนำมาโพสเรื่อยๆ ครับ

comment_1270155

ถ้าเร็ว 7 เท่าจริง สมมติ ca ดาวรุ่งผมฝึกธรรมดาเพิ่ม ปีละ 20 ให้ฝึกกับรุ่นพี่ มันจะเพิ่มปีละ 20 x 7 = 140??ขอประโยคต้นฉบับหน่อยครับ มันแปลกๆ

สร้างบัญชีหรือลงชื่อเข้าใช้เพื่อแสดงความคิดเห็น

ข้อมูลสำคัญ

FM-Thai.com uses cookies, by using our website you agree to our use of cookies as described in our นโยบายความเป็นส่วนตัว cookies บนอุปกรณ์ของคุณเพื่อช่วยให้เว็บไซต์นี้ดีขึ้น คุณสามารถ ปรับการตั้งค่า cookie ได้ มิฉะนั้นเราจะถือว่าคุณโอเคที่จะดำเนินการต่อ]]>

Configure browser push notifications

Chrome (Android)
  1. Tap the lock icon next to the address bar.
  2. Tap Permissions → Notifications.
  3. Adjust your preference.
Chrome (Desktop)
  1. Click the padlock icon in the address bar.
  2. Select Site settings.
  3. Find Notifications and adjust your preference.